ใครกันแน่?ที่มีสิทธิ์ในงานของ Vivian Maier หลักฐานล่าสุดที่เพิ่งถูกเปิดเผย

 

extralarge
Pamela Bannos ถือฟิล์มสไลด์ของ Vivian Maier จากคอลเลคชั่นของ Ron Slattery.

 

วันก่อนผ่านตากับประเด็นข่าวที่น่าสนใจมากของป้า Vivian Maier ผู้ที่ทำให้คำว่า “Street Photography” ในปีที่ผ่านมา ร้อนแรง และเป็นที่สนใจของคนทั่วไปได้ ทั้งสารคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หนังสือภาพของป้า Vivian กลายเป็นขายดีจนร้านหนังสือนำเข้าทุกร้าน มีหนังสือภาพของป้าขายอยู่เต็มไปหมด

Vivian Maier กลายเป็นที่สนใจของทั้งโลก เพราะภาพของเธอถูกค้นพบหลังจากเสียชีวิตไปแล้วอย่างบังเอิญ โดยการประมูลของเก่า ซึ่งภาพของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอมีพรสวรรค์อย่างมาก และอาชีพจริงๆของเธอคือ “พี่เลี้ยงเด็ก” นั่นยิ่งทำให้เรื่องนี้น่าสนใจเข้าไปอีก

แต่ข่าวของ DNAinfo ชิคาโก้ น่าสนใจที่ว่า มีการค้นพบหลักฐานใหม่ว่า ป้า Vivian จริงๆแล้วมีญาติ นั่นคือ พี่ชายแท้ๆของเธอเอง ประเด็นนี้สำคัญอย่างไร? ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง และได้รับการพิสูจน์ทางกฏหมายแล้ว ลิขสิทธิ์งานทั้งหมดของป้า Vivian จะเปลี่ยนไปทันที และนั่นจะส่งผลถึงทุกสิ่ง ไม่ว่าจะหนังสือ ภาพยนตร์ งานแสดงภาพทั่วโลก ที่มีมูลค่ามหาศาลในปัจจุบัน (ซึ่ง ณ เวลานี้ เกิดการหยุดชะงักเลยทีเดียว)

เราเลยติดต่อคุณ Paul Biasco นักข่าวของ DNAinfo ผู้เขียนข่าวนี้ เพื่อจะแปลมาให้ชาวสตรีทไทยได้อ่านกัน ซึ่งก็ได้รับการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

ลองมาอ่านกันดูว่า เรื่องนี้มันเป็นมายังไง?

จากบทความเรื่อง

Who Has the Rights to Vivian Maier’s Amazing Collection? New Clues Emerge

โดย Paul Biasco (20/8/15)

 

จิ๊กซอว์ที่หายไปในเรื่องที่ยังคงเป็นปริศนาของ Vivian Maier ช่างภาพสตรีทอันเลื่องชื่อ ได้มีการค้นพบคนในเครือญาติแล้วโดยนักวิชาการ.

การค้นพบของ Northwestern University academic จะสามารถปลดล็อคคดี ที่ว่าด้วยอนาคตของงานกว่า 150,000 ชิ้นของป้า Vivian ที่ถูกค้นพบ จะเป็นอย่างไร?

Vivian Maier มีชื่อเสียงโด่งดังหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยการถูกค้นพบว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ถ่ายภาพแนว Street Photograhy ได้อย่างยอดเยี่ยม จนช่างภาพระดับโลกต่างยอมรับให้เธอกลายเป็นช่างภาพสตรีทยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล ซึ่งมีญาติพี่น้องเหลืออยู่เพียงคนเดียว คือพี่ชายของเธอ  Charles Maier

ข้อมูลเกี่ยวกับ Charles มีอยู่น้อยมาก แต่การไต่สวนคดีในเขตปกครอง Cook  ก็ยังดำเนินต่อไป และทำให้เขากลายเป็นประเด็นว่า จะกลายเป็นผู้ถือสิทธิ์งานของป้า Vivian ทั้ง 150,000 ชิ้นนั้น

ร่องรอยหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดที่ยังคงหลงเหลือ ถูกเปิดเผยให้ DNAinfo ชิคาโก้ และ ศาลเขตปกครอง Cook ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา

พี่ชายที่สาบสูญไปเป็นเวลายาวนานของ Vivian ซึ่งทั้งทางเขตปกครอง Cook  และ ผู้ที่ครอบครองสิทธิ์งานส่วนใหญ่ของเธอเอาไว้ตามหาอยู่ ถูกฝังอยู่ในสุสานหนึ่งของนิวเจอร์ซี่ย์ ซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้วจากนักวิชาการที่ชื่อ Pamela Bannos .

ความจริงที่ว่า Charles Maier เสียชีวิตไปแล้วนั้น ถูกเปิดเผยโดยผู้ที่ศึกษาด้านการสืบเชื้อสายให้กับสำนักข่าว The Tribune เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา แต่คำถามคือ Charles มีทายาทหรือไม่?

Bannos ผู้ที่ค้นคว้าหนังสือชีวประวัติของ Vivian ได้เจอเรื่องการตายของ Charles นี้ในข่าวจาก Tribune เธอรู้เรื่องเป็นอย่างดี เธอแจ้งข้อมูลของเรื่องนี้ไป ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของงานและสิทธิ์ต่างๆในงานของป้า Vivian จะสิ้นสุดลงด้วย

Charles  หรือ Karl ซึ่งเป็นชื่อตอนเกิดนั้น ถูกฝังอยู่ในสุสานของโรงพยาบาล Ancora Psychiatric.

พี่ชายของ Vivian ใช้เวลาหลายปีที่อยู่ในแผนกจิตวิทยาที่นี่ ก่อนจะเสียชีวิตลงในปี 1977

ความจริงที่เขามีข้อมูลจากการเข้าไปในศูนย์สุขภาพ ก็เรียกได้ว่าเป็นการยืนยันได้เกือบ 100% ในการมีตัวตนของ Charles รวมไปถึงข้อมูลของการมีคู่สมรสและลูกหลานด้วย

Bannos อายุ 56 ปี พักอยู่ในตัวเมือง ซึ่งเป็นคนที่ให้ข้อมูลใหม่ๆกับทางสำนักข่าว DNAinfo ชิคาโก้เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ว่าแจ้งข้อมูลไปทางนักรัฐประศาสนศาตร์ของทางเขตปกครอง Cook แล้ว.

“เราพบข้อมูลของเขา” Bannos กล่าว “นี่ถือเป็นการปิดฉากของเรื่องนี้เลย ไม่ว่ามันจะเกิดคำถามใหม่ๆขึ้นมาอีกหรือเปล่า แต่ต้องมีใครรับผิดชอบเขา”

Bannos รู้เรื่อง Charles มากว่าสามปีแล้ว ทั้งข้อมูลวันเกิด วันตาย เคยเห็นแม้กระทั่งข้อมูลการเข้ารับราชการทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และข้อมูลประกันสังคมของเขา.

Bannos เปิดเผยถึงส่ิงที่เธอรู้เรื่องการเสียชีวิตของ Charles ให้สำนักข่าว Chicago Reader ฟังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 แต่ไม่เคยได้รับการตอบรับจากเขตปกครอง Cook.

“ฉันเดาว่า คนที่นั่นอ่านแต่ข่าวของ Tribune” เธอกล่าว.

เมื่อช่วงหน้าร้อนนี้ หลังจากการศึกษาข้อมูลประกันสังคมเมื่อปี 1967 และดูจากแผนที่ดาวเทียมในบริเวณรอบๆเมือง ซึ่งเป็นที่ที่เขาเสียชีวิตเมื่อปี 1977 เธอก็ลงมือติดตามไปที่โรงพยาบาลจิตเวชของรัฐดู.

ซึ่งที่นั่น ทำให้เธอได้พบกับหลุมศพของ Charles.

 

การท้าทายทางกฏหมาย

ประเด็นนี่เราพูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์ ไม่ได้พูดถึงสิทธิ์ในการครอบครองรูปภาพเป็นใบๆ.

สิทธิ์ในการครอบครองรูปภาพ ไม่อนุญาตให้ใครสามารถผลิตซ้ำรูปนั้น ไม่ว่าด้วยรูปแบบไหนก็ตาม ทั้งปริ๊นท์จากฟิล์ม หรือรูปภาพต่างๆในสารคดี.

คำถามของการค้นหาทายาทนั้น เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 เมื่อ David Deal ช่างภาพและทนายความ เริ่มต้นค้นหาทายาทด้วยตัวเอง.

Deal ค่อนข้างไม่พอใจที่งานของ Vivian ถูกทำเป็นงาน Exhibition , พิมพ์เป็นหนังสือ และถูกขายรูปออกไป ซึ่งหลักๆแล้ว มาจาก John Maloof ผู้ที่ซื้องานส่วนใหญ่ของ Vivian ที่ถูกค้นพบในห้องเก็บของเมื่อปี 2550 ไป.

ฟิล์มเหล่านั้น (บางม้วนยังไม่ได้ล้างเลย) และงานปริ๊นท์ของ Vivian ณ เวลานี้มีมูลค่าหลายล้านเหรียญแล้ว.

Deal เคยติดตามข้อมูลญาติของ Vivian ซึ่งครั้งหนึ่งเคยย้ายไปฝรั่งเศส และข้อมูลนั้นถูกจัดเก็บไว้ที่เขตปกครอง Cook ซึ่งก็เกิดการตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ของรูปเหล่านี้.

การตัดสินเรื่องสิทธ์ที่ถูกต้องของทายาท Vivian ถูกดำเนินการในชั้นศาลไปแล้วมาเป็นปี แล้วก็หยุดชะงักไปจนถึงบัดนี้.

นักรัฐประศาสนศาสตร์ของเขตปกครอง Cook จะต้องไปตรวจสอบที่ดินดูว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร จึงจะสามารถผ่านการรับรองจากศาลได้.

“เราอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่ดินสุดท้าย” Leah Jakubowski ทนายความของที่ทำการรัฐประศาสนศาตร์ของเขตปกครอง Cook กล่าว.

Jakubowski บอกว่าที่ทำการจะตรวจสอบข้อมูลและเริ่มต้นหาจุดเชื่อมโยงในข้อมูลความสัมพันธ์ของ Charles Maier จากที่โรงพยาบาลจิตเวชของนิวเจอร์ซีย์

“เราค่อนข้างตื่นเต้นที่ได้เห็นข้อมูลนี้” เธอกล่าว “ความคืบหน้าพวกนี้เป็นข่าวดีสำหรับพวกเรา”

ในระหว่างที่ขั้นตอนในทางกฏหมายกำลังดำเนินไปกว่าปีแล้ว ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในงานของ Vivian 2-3 รายก็ได้หยุดการพิมพ์งาน ขายงาน และแสดงงานต่างๆทั้งหมดลง.

Maloof ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์ในงานของ Vivian กล่าวว่าเขาได้ตามหาทายาทของป้ามาหลายปีแล้ว คำถามคือ ทำไม Bannos ไม่แจ้งข้อมูลเหล่านี้มาก่อนหน้านี้?

“ทำไม คนที่ถือได้ว่ามีข้อมูลสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ ถึงเก็บข้อมูลเอาไว้ ทั้งๆที่ข้อมูลนี้จะช่วยให้ทายาทได้รับสิ่งที่พวกเขาควรจะได้รับ และยังช่วยให้ปัญหาทั้งหมดนี้ ไม่ต้องจบลงด้วยการถูกยกเลิก” Maloof กล่าว

Maloof ยังบอกต่อไปว่า เขาคาดหวังว่าคดีนี้จะจบลงใน 2 เดือนข้างหน้านี้ แต่เป็นไปได้มากที่อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอม.

“จะต้องมีการอนุญาตให้เราทำงานของเราได้ต่อไปด้วย” เขากล่าว “เรามีสิทธิที่ต้องทำต่อไปโดยที่ไม่เสียการจัดการ เพราะเรามีการทำอะไรหลายๆอย่างร่วมกับอีกหลายๆคนอยู่ ไม่ว่าจะ แกลอรี่เอง นักสะสมภาพเอง หรือผู้จัดงานต่างๆ ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่สำคัญมาก”

ผลกระทบต่องานศิลปะ

ขั้นตอนทางกฏหมายมีผลให้แกลอรี่หลายแห่ง ยกเลิกการแสดงงาน และอีกหลายๆผลงานมีความเป็นไปได้ว่าจะผลถึงการละเมิดลิขสิทธิ์.

Maloof ผู้กำกับหนังและผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2013 ในสาขาภาพยนตร์สารคดี “Finding Vivian Maier” ครอบครองงานประมาณ 90% ของ Vivian เอาไว้.

Jeffrey Goldstein ศิลปินของ Roger Park เป็นเจ้าของฟิล์มกว่า 18,000 ชิ้น. Ron Slattery นักสะสมภาพเก่าจากบรู๊คฟิลด์ อายุ 51 ปี ก็มีฟิล์มและรูปภาพนับพันชิ้นอยู่.

ทั้ง Goldstein และ Slattery ต่างก็ถูกกล่าวถึงไว้ในสารคดี.

Slattery ไม่เคยปริ๊นท์งานจากฟิล์มที่มีอยู่ ในขณะที่ทั้ง Maloof และ Goldstein  ต่างรอคำแนะนำจากทนายความว่าจะทำอย่างไรต่อไป.

งานแสดงภาพของ Goldstein ต้องหยุดลงตั้งแต่เริ่มมีการไต่สวน.

“ก็เป็นการตัดสินใจของพวกเขาที่จะเสี่ยง แต่ผมไม่” Slattery กล่าว “ผมรอดูอยู่ เป็นเหตุผลที่คุณจะไม่เห็นผมเขียนถึงเลย ผมงดที่จะเกี่ยวข้องกับทั้งหมด”

ในเวบไซด์ของ Maloof นั่นคือ Vivianmaier.com ยังคงเปิดปกติ และยังไงแสดงภาพที่เขามีอยู่.

ยังมีแกลอรี่หลายแห่งที่ยังโชว์งานต่อไป รวมถึงงาน Exhibition ที่อิตาลีด้วย.

“เรายังไม่หยุด” เขากล่าว “มีเพียง 1-2 แกลอรี่ที่ยกเลิกไป เพราะกลัวเรื่องนี้”

Maloof ยังคงตอบโต้เรื่องที่ว่า เขาต้องเดินหน้าโชว์านต่อไปเพื่อให้มีเงินทุนในการดูแลชิ้นงาน.

เขามีฟิล์มอีกราว 600 ม้วนที่แช่เอาไว้ ซึ่งแต่ละม้วนมีรูปอยู่ 36 ภาพ.

“ส่วนสำคัญที่สุดคือ คุณยังไม่เคยเห็นงานที่ดีที่สุดของเธอเลย” Slattery กล่าว “ผมบอกคุณตรงๆนะ ยังมีงานดีๆอีกมากที่ยังไม่ได้ออกมา เธอมีงานเยอะมหาศาลจริงๆ”

Bannos เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ผ่านการศึกษาเรื่องการสืบเชื้อสายมาเป็นปีๆ และมีตัวอย่างนับพันรูปของ Vivian ที่เธอเตรียมจะออกเป็นหนังสือ.

เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยข้อมูล แต่รู้สึกเกิดแรงผลักดันเมื่อ Ann Marks ชาวนิวยอร์คที่จุดประเด็นจนกลายเป็นข่าวว่าเริ่มสนใจในประเด็นนี้หลังจากดูสารคดี ว่ายังไม่มีการค้นพบ Charles Maier ว่าเสียชีวิตแล้ว.

“นี่ต่างหากที่เป็นข่าว สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเมื่อวันก่อน มันไม่ใช่ข่าว” Bannos กล่าว “ฉันพยายามจะปกป้องงานวิจัยของฉัน โดยพื้นฐานของการพัฒนาใหม่นี้ ฉันรู้สึกว่าต้องเดินไปข้างหน้า เพราะฉันมีข้อมูลใหม่ๆ มาดูกันว่าต้องทำอะไรกันต่อไป”

Maloof อดีตนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นผู้ซื้องานของ Vivian จากห้องเก็บของในราคาไม่ถึง $400 กล่าวว่า เขายังมีความหวังจะเจอทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่.

“ถ้าเราพบทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ เรื่องมันก็จบว่าใครจะเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งเราสามารถทำการตกลงกันได้ใหม่ แทนที่จะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลปกครอง ที่พยายามจะเจรจากับใครที่คิดว่าเป็นทายาทที่ใกล้เคียงที่สุด” Maloof กล่าวไว้ในระหว่างให้สัมภาษณ์กับ WBEZ

 

พี่เลี้ยงเด็กผู้ลึกลับ

เรื่องลึกลับของ Vivian อดีตพี่เลี้ยงเด็กที่อาศัยอยู่ในชิคาโก้ ใช้เวลาช่วงสุดท้ายในชีวิตใน Rogers Park. ซึ่งเป็นส่วนทำให้ Vivian ดูน่าสนใจเอามากๆ

Bannos พยายามชี้ให้เห็น Vivian ในฐานะความเป็นช่างภาพ และความพยายามจากสื่อต่างๆที่ทำให้ Vivian ดูเป็นคนลึกลับ ที่ไม่เปิดเผยเรื่องครอบครัวและชีวตของตัวเอง

สารคดีของ Maloof ซึ่งมีการสัมภาษณ์เด็กๆและครอบครับที่ Vivian เคยทำงานให้ ยิ่งทำให้คนมอง Vivian ในมุมที่เป็นคนแปลกๆ

ครอบครัวเหล่านั้นเล่าให้ฟังเสมือนเธอเป็นคนขี้หวาดระแวงและป่วยทางจิต มีโลกส่วนตัวสูงและมีบุคลิกขัดแย้งในตัวเอง.

“ใครๆก็บอกว่าเธอดูลึกลับ เธอไม่ยอมเล่าอะไรให้เราฟังเลย” Bannos กล่าว “แต่คุณรู้อะไรมั๊ย? เรื่องพี่ชายของเธอน่ะ ถูกตัดออกไปจากเรื่องนี้”

บทความจากสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำของโลกที่หนึ่ง ได้อ้างอิงไว้ว่า Vivian มีความผิดปกติ ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีเพื่อน และชอบเก็บของไว้ทุกอย่าง.

“สิ่งที่ฉันทำคือ พยายามจะนำเสนอให้กับผู้หญิงคนนี้อย่างยุติธรรม และไม่ใช่จับประเด็นที่ว่าเธอเป็น “พี่เลี้ยงเด็กผู้ลึกลับ” Bannos กล่าว “ฉันพยายามจะนำเสนอให้เห็นว่าเธอคือช่างภาพ เธอคือศิลปินต่างหาก”

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s