สัมภาษณ์พิเศษ Shin Noguchi ช่างภาพสตรีทชื่อดังจากญี่ปุ่น โดย สยาม.มนุษย์.สตรีท

สัมภาษณ์โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

แปลภาษาญี่ปุ่น/ไทย โดย ปิง จิรากร ทฤษฎีรักษ์

 

ตั้งแต่เราเริ่มสนใจการถ่ายภาพสตรีท เราอาจจะดูงานของศิลปินเยอะแยะจากหลายๆยุคสมัย แต่ถ้าให้พูดถึงยุค Post Modern ของวงการสตรีท (สำหรับเราคือยุคกลุ่ม iN-PUBLIC หรือ Observe Collective) ศิลปินที่เราชอบก็คงเป็น Matt Stuart หรือ Paul Russell และอีกหลายๆคน แต่ถ้าให้มองมาที่ศิลปินโซนเอเชียแล้ว เราคงต้องนึกถึงคนนี้คนแรกเลย Shin Noguchi

งานของ Shin ค่อนข้างลึกซึ้ง ไม่หวือหวา สงบนิ่ง บอกเล่าความเป็นคนญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน หลายๆปีที่ผ่านมา งานของเขาค่อนข้างได้รับการยอมรับในวงการสตรีทสมัยใหม่ ได้รับรางวัลมามากมาย เข้ารอบ Finalist ของรายการใหญ่ๆอย่าง IPA และ Urban Picnic Street Photography มาแล้ว

เมื่อ สยาม.มนุษย์.สตรีท คิดกันว่า อยากจะสัมภาษณ์ศิลปินที่ชอบในรูปแบบของเรา Shin Noguchi ก็เลยเป็นชื่อแรกๆที่เรานึกถึง และเขาก็ให้การตอบรับที่ดีด้วย ซึ่งการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พิเศษตรงที่ปกติแล้ว Shin จะมีคนสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษซึ่งเขาบอกว่า ไม่ค่อยถนัดที่จะตอบเท่าไหร่ อาจจะตอบคำถามได้สั้นๆเท่านั้น เราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้น เราจะถามเป็นภาษาญี่ปุ่นและให้เขาตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเลย เพื่อจะให้ Shin ตอบคำถามเราได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาอีก

ต้องขอขอบคุณปิง และเพื่อน , อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นของปิง สำหรับการช่วยเป็นล่ามครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเขียนคอลัมน์นี้เลยทีเดียว

 

001
Shin Noguchi

 

และต้องขอขอบคุณ Shin Noguchi ที่ให้เกียรติในการสัมภาษณ์ครั้งนี้กับทาง สยาม.มนุษย์.สตรีท ด้วย

Shin Noguchiさんのインタビューをお受けいただきありがとう ございます。

 

SSN : คุณเริ่มต้นถ่ายภาพแนว Street Photography จริงๆจังๆตั้งแต่เมื่อไหร่? และเดิมทีคุณถ่ายรูปแนวไหน เพราะโดยส่วนใหญ่ คนที่ถ่ายรูปแนว Street Photography มักจะถ่ายแนวอื่นๆมาก่อน

Shin : ผมสนใจงานของช่างภาพ Magnum ซึ่งเป็นจุดที่พาให้ผมได้เริ่มถ่ายภาพ เท่าที่จำได้ก็ราวๆ 10ปีได้ ก่อนหน้านั้นก็ชอบภาพแนวขาวดำครับ

SSN : คุณมีช่างภาพสตรีทในดวงใจมั๊ย? ทั้งต่างประเทศและญี่ปุ่นเอง และงานไหนของพวกเขาที่คุณชอบมาก หรือจุดประกายในการถ่ายภาพสตรีทให้คุณบ้าง

Shin : ผมชอบงานของ Joel Sternfeld , Joel Meyerowitz ฯลฯ พวกเขาได้แสดงให้เห็น “สิ่งที่ทำได้” ในฐานะช่างภาพออกมา ไม่ใช่แค่ถ่ายคนและทิวทัศน์เฉยๆ และพวกเขายังได้ทำหน้าที่สำคัญในการรับฟัง”คำพูด”ของยุคสมัยนั้นๆ ผมได้รับแรงบันดาลจากใจจากพวกเขา

 

002

 

“เป้าหมายของผมไม่ใช่อธิบายสิ่งที่ผมถ่าย แต่เป็นการพาคนที่ดูภาพไป”สถานที่แห่งนั้น”ด้วย”

 

SSN : คำถามนี้ สำหรับช่างภาพบางคน อาจจะไม่ค่อยชอบตอบเท่าไหร่ แต่สำหรับผมคิดว่า มันจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพสตรีทพอสมควร โดยปกติแล้ว คุณใช้กล้องและ Set up อะไรในการทำงานของคุณ?  ผมเห็นว่าหลายๆภาพคุณใช้ฟิล์ม ซึ่งมันกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของงานคุณด้วย

Shin : ก่อนหน้านี้ผมใช้กล้องดิจิตอล Leica M9 จนมาหลายปีก่อนนี้เปลี่ยนมาใช้ Leica M6 ซึ่งเป็นกล้องฟิล์ม และใช้ฟิล์มเป็นหลัก ส่วนวิธีเซ็ตอัพน่ะเหรอ? ธรรมดามากเลย บอดี้ผมใช้สายกล้องทำเองด้วย ใช้เลนส์ระยะ 35mm กับบทสนทนาที่มีชีวิตชีวาของคนในเมือง จากนั้นก็กดชัตเตอร์แบบไม่ต้องเกรงใจใคร

 

003

 

SSN : สำหรับคนทั่วๆไปที่มองเข้าไปในงานของ Shin Noguchi คุณพยายามจะสื่ออะไรไปถึงพวกเขาบ้าง?

Shin : ผมอยากให้รู้สึกถึงสิ่งที่ไม่ธรรมดา และอยากให้สังเกตว่าสิ่งที่ไม่ธรรมดานี้คือส่วนนึงในชีวิตประจำวันของพวกเราอยู่แล้ว มีทั้งความทุกข์และความสุข, โลกใบนี้, การรับรู้ถึงชีวิตของพวกเรา ซึ่งอยู่เหนือสามัญสำนึกทั่วไป

SSN : โดยส่วนใหญ่ งานของคุณจะไม่ได้ Approach กับตัว Subject มากเกินไป คุณมักจะทิ้งระยะกว้างๆพอสมควร ซึ่งคุณวาง Composition ได้สวยมากๆ ตัวอย่างที่ผมชอบมากที่ทำให้งานของคุณมีมุมมองที่แตกต่างคือ รูปผู้พันแซนเดอร์ยืนหนาวอยู่หน้า KFC ถ้าเป็นคนอื่นก็น่าจะเข้าใกล้เพื่อให้เห็นอาการชัดๆแน่ๆ แต่สำหรับคุณแล้วกลับวาง Composition อีกแบบ ซึ่งมันดูน่ารักมาก คุณมีมุมมองต่อการวาง Composition ในงานของคุณอย่างไรบ้าง?

004

Shin : ผมดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น ผมพูดได้เต็มปากเลย ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในการถ่ายภาพคือการจัด composition อย่างรอบคอบถี่ถ้วน สิ่งที่จะทำให้เป็นมืออาชีพได้คือเนื้อหาของรูป มือสมัครเล่นที่ถ่ายเอาสนุกเพียงอย่างเดียวมีเยอะมากแล้ว แต่แบบนั้นก็เป็นแค่ภาพบันทึกเหตุการณ์ทั่วไป จริงๆแล้วไม่ใช่แค่นั้น มันคือ”อะไรที่ผมเห็นอยู่ที่ตรงนั้น” มันแตกต่างจาก #latteartphotography (ได้แค่ความสวยงามอย่างเดียว)

เป้าหมายของผมไม่ใช่อธิบายสิ่งที่ผมถ่าย แต่เป็นการพาคนที่ดูภาพไป”สถานที่แห่งนั้น”ด้วย  ผมจะดีใจมากถ้าคนที่ดูรูปถ่ายในช่วงเวลานั้นแล้วไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกในขณะถ่ายภาพนั้น

มีคนพูดว่ารูป KFC รูปนี้เข้าไม่ถึงและไม่ได้น่าพอใจเท่าไหร่ แต่ผมอยากให้เขาจ้องมองภาพนี้ดีๆ ผู้พันแซนเดอร์ที่ถูกหิมะปกคลุม นอกเหนือจากพนักงานร้านแล้ว ในความหนาวนั้นรู้สึกได้ว่าคุณกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ความน่าสนใจของเนื้อหาในเหตุการณ์นั้นคือการที่ผู้ที่ดูรูปสามารถท่องเที่ยวในความหนาวตรงนั้นได้ที่นี่

นั่นคือสิ่งสำคัญเกี่ยวกับ Composition นั่นคือการที่ทำให้ “รูปถ่าย” จากเพียงแค่ “สิ่งที่มองเห็น” กลายเป็น “สิ่งที่รู้สึกได้”

SSN : มีหลายๆภาพของคุณที่คุณเน้นถ่ายต้นไม้ หรือ space โล่งๆโดยไม่มีคนเลย ภาพเหล่านี้คุณมองมันเป็นโปรเจคหรือเปล่า และคุณมีไอเดียกับรูปเหล่านั้นยังไงบ้าง?

005

006

007

Shin : มันคือโปรเจค “Nonverbal Space” น่ะครับ
คอนเซปคือได้สร้าง “บรรยากาศในชีวิตประจำวันทั่วไป” เข้ากับ”ความสัมพันธ์” และ “ที่มาที่ไป” ออกมาเป็นความบิดเบี้ยว ,ความไม่แน่นอน, มีความขัดแย้งอยูในจุดไหนซักแห่ง เป็นโปรเจคที่หูเราได้ยินเสียงจาก”บรรยากาศอันเงียบงัน”

SSN : คุณมีวิธีเลือกว่าเหตุการณ์ตรงนั้น หรือ Subject นั้นน่าสนใจพอที่จะถ่ายยังไงบ้าง? เช่นผมเคยถาม Harry Gruyaert เขาบอกว่า เขามองหาสีที่ชอบก่อนอะไรแบบนั้น

Shin : ไม่ได้เลือกเลยครับ ใช้ความรู้สึกของตัวเองอย่างเดียว อย่างเช่น วิวสวยๆ สิ่งที่ดูขัดกัน คนที่ดูน่าสนใจ นั่นเป็นการแสดงหัวข้อจากความรู้สึกของตัวเอง แล้วก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพช่วงเวลาที่มีความสวยงามมากที่สุด
ผมคิดว่าการที่เราอยู่สถานที่ตรงนั้นมันคือการที่เราได้รับภารกิจจากพระเจ้า

SSN : ในประเทศญี่ปุ่น ผมเคยได้ยินเรื่องสิทธิในการถ่ายรูปตามที่สาธารณะ ซึ่งอาจจะมีปัญหาด้านกฏหมาย จุดนี้มีปัญหากับงานของคุณบ้างหรือเปล่า หรืออย่างบางประเทศ การถ่ายเด็กในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่คนจะไม่พอใจอย่างมาก อะไรแบบนั้น

008

Shin : แน่นอนว่าสังคมญี่ปุ่นเข้มงวดมากครับ ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของกฏหมาย แต่ยังเป็นเรื่องของศีลธรรมด้วย ผมมีภาพพจน์ในเชิงลบนิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถที่จะลบมันออกจากใจของผู้คนได้ ซึ่งต้องลองเสี่ยงดู ยุคสมัยที่ถ่ายรูปง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ แล้วโพสลงโซเชียล ใครๆก็สามารถถูกกล้องถ่ายได้ ทำให้เกิดความระแวงมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราจะไปเดินถ่ายตรงๆเลยคงไม่ได้ ช่างถ่ายสตรีทมืออาชีพจึงใช้วิธี hipshot/no-finder shot ครับ (ถ่ายแบบกะเฟรมเอาโดยไม่มองผ่าน Viewfinder เพื่อเล็งเลย อาจจะเล็งแบบกะๆเอาจากลำตัว : ผู้สัมภาษณ์)

SSN : ช่างภาพสตรีทบางคน จะพกกล้องไปเฉพาะวันที่ตั้งใจจะออกไปถ่ายเท่านั้น แต่บางคนก็พกติดตัวตลอดเพราะไม่อยากพลาดจังหวะดีๆ สำหรับคุณเอง เป็นแบบไหน?

Shin : ฮาๆ มันก็เหมือนคุณจะออกไปข้างนอก แต่ไม่ใส่กางเกงในออกไปอย่างนั้นแหล่ะ

009

“ถ้าถ่ายรูปสตรีทแล้วเป็นธุรกิจ รูปสตรีทนั้นก็ไม่ใช่รูปสตรีทที่เรียลจริงๆ”

 

SSN : ถ้ามีมือใหม่ที่สนใจด้านการถ่ายสตรีทมาถามคุณว่า อยากจะฝึกฝนการถ่ายภาพสตรีท คุณมีคำแนะนำยังไงบ้าง?

Shin : ไม่ว่ายังไง การดูงานของช่างถ่ายภาพสตรีทเก่งๆ อย่างใน flickr กรุ๊ปของสตรีทก็มีให้อ้างอิงมากมาย แต่การ”ดู”อย่างเดียวนั้นไม่พอ ยังมีการ “วิเคราะห์” อีกด้วย “ทำไมรูปนี้ถึงได้เจ๋งนะ” “ทำไมรูปนี้ถึงดูดีกว่ารูปอื่นนะ”

วิเคราะห์รายละเอียดรูปเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน การทำแบบนี้จะทำให้ภาพ”รูปถ่ายรูปต่อไป”ของเรามีความซับซ้อนมากขึ้น เนื้อหาของรูปถ่ายจะไม่ได้แค่เรียบๆ แต่จะมี visual voice (ภาพบอกเล่าเรื่องได้) ที่ค่อยๆแข็งแรงขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเข้าถึงคนที่ดูรูปอย่างแน่นอน

SSN : ตั้งแต่คุณเริ่มถ่ายสตรีทมา คุณมองว่าวงการสตรีทมันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน อย่างไรบ้าง และตัวคุณเองมีเป้าหมายอะไรกับการถ่ายสตรีทหรือไม่

Shin : ส่วนตัวผมมองว่า ภาพสตรีทในปัจจุบันมีมุมมองกว้างขึ้น กว้างแต่ไม่ลึก มันเกิดขึ้นอย่างผิวเผิน เหมือนๆกับ “breaking news” (ดูเรียกร้องความสนใจได้ แต่ขาดเนื้อหาเชิงลึก เหมือนเป็นแค่พาดหัวข่าว : ผู้สัมภาษณ์)

ผิวเผินที่ว่านั้นก็คือ การจับภาพเพียงแค่บางส่วนแต่ไม่สามารถจับเนื้อหาชีวิตจริงๆของผู้คนได้ ลองตั้งคำถามตัวเองว่าเราเห็นอะไรบ้าง? รูปถ่ายที่มีแต่สิ่งที่มองเห็นได้อย่างเดียวนั้นมันไม่มีความหมาย เราจะถ่ายสิ่งที่มองไม่เห็น ให้คนได้มองเห็นมันได้? สิ่งนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วๆไปที่คนจะรับรู้แต่เรื่องผิวเผิน เป็นเรื่องยากที่คนเราจะมองถึงแก่นจริงๆ ถ่ายรูปสิ่งนั้นออกมา แล้วแชร์ให้ผู้คนได้เห็น ไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็นคนตัดสิน แม้จะเล็กน้อยแต่ถ้าได้ส่งความกล้านี้ออกมาได้ก็คงจะดี

010

SSN : ปัญหานึงของช่างภาพสตรีทในเมืองไทยคือ เราไม่สามารถถ่ายภาพสตรีทเป็นอาชีพได้เลย เพราะวงการศิลปะในประเทศไทยค่อนข้างแคบ และไม่มีตลาดที่สนับสนุนทั้งรัฐบาลและเอกชนเท่าไหร่ ในญี่ปุ่นเอง คุณมองว่าการถ่ายภาพสตรีท สามารถเป็นอาชีพได้หรือไม่ หรือจะสามารถเลี้ยงชีพด้วยการถ่ายสตรีทได้หรือไม่

Shin : ถ้าถ่ายรูปสตรีทแล้วเป็นธุรกิจ รูปสตรีทนั้นก็ไม่ใช่รูปสตรีทที่เรียลจริงๆ แต่ถ้ามัวมานั่งหมดหวังไม่อยากเป็น commercial photographer (ช่างภาพเชิงพานิชย์) ก็เสียเวลาเปล่า ภาพถ่ายของพวกเราเป็นสิ่งสำคัญในการส่งมอบพลังให้กับสังคม ผมคิดว่ามีเพียงเท่านี้ กดชัตเตอร์เพื่ออนาคต ทำให้ใครบางคนได้ยิ้มออกมา และถ้าได้ทำสิ่งที่ว่ามาเป็นธุรกิจได้ผมก็พอใจแล้ว

ขอบคุณมากที่สนใจในงานของผม

Shin Noguchi

หวังว่าการสัมภาษณ์นี้ จะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนที่เริ่มต้น หรือแม้แต่กำลังสนใจการถ่ายภาพสตรีทอยู่นะ สำหรับใครที่สนใจงานของ Shin Noguchi สามารถเข้าไปดูที่เวบไซด์ของเขา www.shinnoguchiphotography.com ได้เลย ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้

2 thoughts on “สัมภาษณ์พิเศษ Shin Noguchi ช่างภาพสตรีทชื่อดังจากญี่ปุ่น โดย สยาม.มนุษย์.สตรีท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s