ย้อนมองงานสตรีทแห่งศตวรรษจากชายวัย 91 ปี Robert Frank

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2015 ที่ผ่านมา ภาพปริ๊นงานในหนังสือ The Americans ของ Robert Frank  มีการประมูล 77 ภาพจาก 83 ภาพ ซึ่งรวบรวมไว้โดย Ruth และ Jake Bloom มากว่า 20 ปี โดยได้ยอดประมูลไปทั้งหมด $3,739,375 เหรียญ! ทำไม? งานของ Robert Frank ผู้ที่ถ้านับปีถึงตอนนี้ เขาก็มีอายุปาไป 91 ปีแล้ว ถึงได้มีมูลค่ามีพลังต่อคนอเมริกัน และวงการศิลปะขนาดนี้ แต่ที่น่าตลกไปกว่านั้น Frank เคยพูดถึงราคาที่สูงลิ่วของภาพถ่ายของเขาไว้ว่า “มันเกินไป ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับดีลเลอร์ นักสะสม คนซื้อ คนขาย คนพวกนี้ควบคุมทุกอย่างไว้ สำหรับผม มันออกจะบ้าไป สมัยแรกๆนะ ผมได้ภาพละ $10 ก็ดีใจจะแย่แล้ว”

Robert Frank ชายหนุ่มที่เคยเป็นเสมือนหลักไมล์ของวงการสตรีทของโลก ปี 1959 “The Americans” คือหนังสือภาพที่ปักหลักวงการภาพถ่ายแนวสตรีทเอาไว้ว่า “ภาพสตรีทยุค Modern” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตั้งแต่ปี 1955 ช่างภาพหนุ่มชาวสวิสอายุ 31 ปี เดินทางไปพร้อมภรรยาและลูกอีก2คน ผ่าข้ามประเทศอเมริกา จากฝั่งหนึ่งสู่อีกฝั่งหนึ่ง เขาถ่ายภาพไปกว่า 28,000 ภาพ แต่คัดออกมาเพียง 83 ภาพที่ดีที่สุด พยายามบอกเล่าความเป็นอเมริกันชนผ่านมุมมองของเขา นั่นคือจุดกำเนิดของหนังสือภาพที่ทรงพลังเล่มหนึ่งของศตวรรษที่ 20

 

frank-001
© Robert Frank

 

ในวันนี้ Frank ชายคนเดิม อายุ 91 ปี เขาเป็นขบถกับทุกสิ่ง ขวางกับทุกคน แต่ยังมีจิตวิญญาณของวัยรุ่นอยู่เต็มเปี่ยม หลายสิบปีแล้วที่ Frank ปฏิเสธที่จะรับรางวัลต่างๆและการจัดนิทรรศการต่างๆ ครั้งหนึ่งเขาไม่ไปร่วมงานฉลองของ Museum of Modern Art’s เพียงเพราะเขาต้องการจะใส่ยางรถซูบารุของเขาเอง

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา Frank กลับไปที่สวิสฯอีกครั้ง หลังย้ายมาอยู่อเมริกาอย่างยาวนาน เพื่อรับรางวัล Roswitha Haftmann Prize สำหรับสาขา Lifetime Achievement รางวัลศิลปะ Fine-Arts เขากลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วสำหรับบ้านเกิดของตัวเอง

Frank ไม่เคยแคร์ความรำ่รวย ไม่ได้อยากได้เงินทองขนาดนั้น เขายังใช้ชีวิตแบบเดิมๆไม่ต่างจากสมัยเป็นวัยรุ่นเลย เมื่อไม่กี่ปีก่อน Frank ขายภาพวาดที่ Sanyu เพื่อนจิตรกรชาวจีนที่กลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงมาก ได้เคยให้ไว้เมื่อยุค 1940s ในราคาหลายล้านเหรียญ แต่ Frank ก็เอาเงินนั้นไปตั้งองค์กรการกุศลแล้วบริจาคไปทั้งหมด

ในช่วงเวลาที่หนังสือ The Americans ออกมา มีแรงต่อต้านจากคนอเมริกันหลากหลาย แม้แต่ในวงการภาพถ่ายเองก็ตาม คำวิจารณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น “เป็นภาพที่ไร้แก่นสาร” “ภาพที่ไม่มีความคมชัด” “งานที่ไม่มีคุณภาพ”

 

Coffee-Shop,-Railway-Statio
© Robert Frank

 

งานของ Frank ตีแผ่ในด้านตรงข้ามกับความรู้สึกคนอเมริกันในยุคนั้นที่ดูชวนฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วช่างหดหู่ ทุกข์ยาก ซึ่ง Diane Arbus ช่างภาพหญิงระดับตำนานเคยบัญญัติไว้ด้วยคำว่า “ความกลวง” และ Frank ก็สามารถแสดงด้านมืดของคนอเมริกันออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

“สมัยผมอายุ 23 ผมอ่อนต่อโลกมาก เพิ่งมาถึงที่อเมริกาครั้งแรก ผมไม่รู้จัก อะไรคือ โฮโมเซ็กส์ชวล ผมเคยเห็นคนผิวสีอยู่แค่คนเดียวสมัยอยู่ที่สวิสฯ ซึ่งมันเป็นเรื่องแปลกสำหรับผมแล้ว” Frank เล่าให้ฟังถึงตัวเองในวัยเยาว์

Frank เริ่มทำงานที่แมกกาซีนแฟชั่น Harper’s Bazaar Magazine และหลังจากนั้นเขาเริ่มออกเดินทางไปที่ต่างๆเริ่มจาก เปรูไปโบลีเวีย เริ่มค้นพบสไตล์การถ่ายภาพของตัวเองว่าอยากจะนำเสนองานที่ดูเรียบง่ายและไม่ปรุงแต่ง

เมื่อ Frank ได้เจอกับ Walker Evans ช่างภาพคนเดียวในชีวิตที่ Frank สนใจ ด้วยสไตล์ที่ดุดัน ดิบ แบบที่เขาต้องการ เมื่อครั้งที่กลับมาที่นิวยอร์ค Evans ให้ Frank เป็นคนขับรถให้พาไปในที่ต่างๆเพื่อเก็บภาพ แต่มักจะไม่ให้ Frank ลงจากรถ เพราะไม่อยากให้เห็นการทำงานของเขา แต่ Frank ก็ได้เรียนรู้อะไรจากจุดนั้นมาก และ Evans คือผู้จุดประกายและผลักดัน Frank จนเกิดเป็นงาน The Americans 

 

RobertFrank-baby
© Robert Frank

 

สมัยนั้น ช่างภาพมืออาชีพจาก Life Magazine คือที่สุดแล้ว Henry Lace ซึ่งเป็น Editor ของ Life ตีกลับงานของ Frank ครั้งแล้วครั้งเล่า และคอมเม้นไว้ว่า งานของ Frank มันไม่มีจุดเริ่มและจุดจบ มันมีแค่ตรงกลาง

Frank เองก็ยังส่งงานไปให้ Magnum เอเจนซี่ช่างภาพระดับโลกด้วย สมัยนั้น Robert Capa ผู้ก่อตั้ง Magnum ได้ตอบกลับมาว่า งานของ Frank เป็นภาพแนวนอนมากเกินไป ซึ่งในแมกกาซีนมักใช้ภาพแนวตั้ง รวมไปถึงช่างภาพชื่อดังของ Magnum อย่าง Elliott Erwitt เอง ซึ่งรู้จักกับ Frank ด้วย เคยบอกไปว่า ภาพที่ถูกใช้งานส่วนใหญ่ เป็นภาพที่คมชัดและมีเทคนิคที่ดีเยี่ยม แต่ภาพของ Frank แตกต่างออกไป มันดูไม่เป็นระเบียบ ใช้อารมณ์เป็นส่วนใหญ่ ต่อมา ความสัมพันธ์ของ Frank และ Erwitt ก็ห่างหายไป ซึ่ง Erwitt บอกไว้ว่า “พวกเราไม่ปฏิเสธความสามารถของ Frank เลย แต่เขาเป็นคนเข้ากับคนอื่นยากและมักทะเลาะกับทุกคน” 

 

009-robert-frank-theredlist
© Robert Frank

 

ภาพนี้ เป็นภาพแรกๆที่ Frank เดินทางเพื่องาน The Americans และไปที่ Detroit โรงงานรถยนต์ผลิตรถยนต์ มันวุ่นวาย เสียงดังไปหมด แต่นั่นคือคำตอบที่ Frank กำลังค้นหา

“แม่เคยถามผมว่า ทำไมถึงชอบถ่ายคนจน? ซึ่งมันไม่จริงหรอก ผมแค่สนใจคนที่ปากกัดตีนถีบ และความระแวงต่อพวกคนที่คุมกฏหมายบ้านเมือง” 

หลังจากยุค ’60s ในขณะที่อาชีพช่างภาพของเขากำลังก้าวกระโดด จู่ๆ Frank ก็เปลี่ยนจากการเป็นช่างภาพเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้ สร้างหนังเล็กๆที่มีพลังหนักหน่วงอย่าง Pull My Daisy และ Cocksucker Blues

หลายปีต่อมา Andrea ลูกสาวของ Frank เสียชีวิตจากเครื่องบินตกที่กัวเตมาลาเมื่อปี 1974 ด้วยวัยเพียง 20 ปี เขาดำดิ่งไปกับความเศร้าที่ช่างแปลกและงดงาม การตายของลูก หลอกหลอน Frank ไปตลอดยุค ’70s เขาถ่ายทอดเรื่องราวความตายของลูกสาวออกมาเป็นงาน ต่อมาเขาเอาภาพที่ถ่ายทั้งที่เป็นปริ๊นและภาพโพลารอยด์มาขูดขีดและละเลงเขียนลงไปบนภาพเหล่านั้น “ผมไม่เชื่อในความงดงามของภาพถ่ายอีกแล้ว” Frank เคยพูดถึงงานชิ้นนั้นเอาไว้ และมันก็ได้กลายเป็นงานที่ชื่อว่า Sick of Goodby’s

 

P1041_343941
© Robert Frank

 

และไม่กี่ปีต่อมา Pablo ลูกชายของ Frank ก็ตรวจพบอาการป่วยเป็นมะเร็งและจิตเภท จนกระทั่งปี 1994 Pablo ก็ฆ่าตัวตายจากอาการป่วยทางจิตที่รุมเร้ามานาน แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะทำให้ Frank ซึมเศร้าขึ้นไปเรื่อยๆ แต่นั่นคือพลังที่ผลักดันให้ Frank กลับมาทำงานให้ดีขึ้น และยังไม่หยุดทำงานของตัวเอง

เมื่อ 10 ปีก่อน Frank เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ถึงงาน The Americans ของเขาว่า “มันเชยไปแล้ว มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับผมอีกต่อไป และก็ไม่มีประเด็นอะไรให้ทำอะไรแบบนั้นอีก สมัยนี้มีรูปเยอะแยะ เยอะเกินไปแล้วล่ะ ทำไมเราต้องจดจำอะไรกันมากมาย มันไม่จำเป็นเลย” ชายผู้ไม่เคยอยู่ในกรอบ  มืดหม่น และเขาขบถได้ แม้กระทั่งงานของตัวเอง

 

05frank21-blog427
ภาพสุดท้ายในหนังสือ The Americans ภาพของ Mary ภรรยาคนแรกและ Pablo ลูกชายของ Frank

 

เรียบเรียง by อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s