เรียนรู้วิธีชมภาพสตรีทให้สนุก จาก 8 ท่าไม้ตายของช่างภาพสตรีท

บทความโดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

**ขอขอบคุณภาพประกอบบทความจากช่างภาพกลุ่ม Street Photo Thailand **

 

เวลาได้นั่งคุยกับคนทั่วๆไปที่ดูภาพสตรีทจริงๆจังๆ เราจะเจอปัญหาว่า คนส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจว่าภาพสตรีทดีๆ จากช่างภาพสตรีทเจ๋งๆ ภาพพวกนี้มันดียังไงวะ? ส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่าภาพสตรีทคือภาพถ่ายอะไรก็ได้บนถนน ซึ่งบางภาพคนมักจะดูแล้วบอกว่า “ดูไม่เข้าใจเลย..” “ทำไมถึงบอกว่าดีได้เนี่ย..” โอเคล่ะ บางภาพที่สื่อสารด้วยวิธีชัดเจน มีเรื่องขำๆผสมเข้ามา ก็อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่า แต่สตรีทนั้นกว้างใหญ่นัก.. วิธีการถ่ายมีหลากหลาย แนวทางคลาสสิคของสตรีทก็อาจจะเข้าใจได้ยากกว่า ทำให้คนดูดูแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เหมือนภาพวิว ภาพนางแบบสวยๆ พริตตี้ ภาพฮิปสเตอร์ๆ ที่ดูอิมแพค สวยเลยชัดเจน ไม่ต้องตีความมาก

ใช่.. หลายๆครั้งภาพสตรีทจะต้องตีความ หรือเข้าใจพื้นฐานงานศิลปะภาพถ่ายบ้าง การถ่ายภาพสตรีทเป็นศาสตร์หนึ่งที่มีประวัติศาสตร์นะ มีเรื่องราวของมัน มีวิธีและหลักการของมัน (เอาไว้จะเขียนเรื่องประวัติศาสตร์การถ่ายสตรีทให้อ่านกันต่อไปในอนาคต) พอคิดๆดูแล้ว เรามานั่งทบทวนว่า ‘เราไม่ควรแนะนำแค่การถ่ายภาพสตรีทอย่างเดียว’ แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจด้วยก็คือ… การแนะนำให้คนหันมาดูภาพสตรีทแล้วสนุกตามได้!

สำหรับเราแล้วการถ่ายภาพสตรีทก็เหมือนการเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง เมื่อเราเล่นกีฬาชนิดนั้นเป็น เราก็คงสนุก แต่มันคงสนุกกว่าถ้ามีผู้ชม และผู้ชมก็สนุกไปกับเราด้วย (จะสนุกได้ก็คงต้องเข้าใจกติกาก่อนใช่มั๊ยล่ะ?) เลยเป็นที่มาของไอเดียนี้

คงเหมือนกับการบอกกฏ กติกาของการเล่นกีฬาทั่วๆไป เราอาจจะเคยแนะนำกันไปบ้างแล้วว่า ภาพสตรีทคือภาพถ่ายภาพในที่สาธารณะโดยไม่ได้จัดฉากเองซึ่งมันต้องมีองค์ประกอบศิลป์ที่น่าสนใจ จุดสำคัญคือมันเล่าเรื่องด้วยความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดเด่น (เป็นการช่วยแยกแยะว่า ภาพสตรีทที่เป็นภาพลุงขอทาน ป้าขายลูกชิ้นปิ้ง หรือพระบิณฑบาตเฉยๆ ทำไมถึงมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นภาพสตรีทที่ดีนัก)

มากไปกว่าภาพสตรีททั่วๆไปคืออะไร? เราจะมาแนะนำวิธีชมภาพสตรีทให้สนุก ลองมองดูว่าภาพเหล่านั้นว่ามีท่าไม้ตายเหล่านี้ซ่อนอยู่ส่วนไหนของภาพบ้าง เวลาเราดูมวย เขาก็มีหมัดแย้บ หมัดอัพเปอร์คัท หมัดฮุค มาดูยกน้ำหนัก ก็มีท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ท่า..เอิ่ม (รู้จักอยู่ท่าเดียว…)  แต่ละท่าก็จะได้คะแนนต่างกันไป ยากง่ายต่างกันไป เลือกใช้แล้วแต่สถานการณ์ต่างกันไป

การถ่ายภาพสตรีทก็เช่นกัน… ลองมาดูกันว่าท่าไม้ตายในการถ่ายภาพสตรีทที่นิยมใช้กัน และแต่ละท่านั้นมันมีดียังไง?

 

Juxtaposition

ท่านี้อ่านว่า “จั๊ก-ทา-โพ-สิ-ชั่น” ท่านี้เป็นท่ายอดนิยมท่าหนึ่ง ตั้งแต่ระดับพื้นฐานยันโปรฯ เลย  ซึ่งแปลได้ว่า การเปรียบเทียบ แต่เรามักจะรวมไปถึง การเทียบเคียงด้วย (คืออะไรที่ดูแล้วมันใช้แทนกันได้) ท่านี้คืออะไร? ง่ายๆก็คือช่างภาพมักจะมองหา Subject ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมาเปรียบเทียบกัน หรือ มีอะไรที่มันดูเทียบเคียงเป็นอีกสิ่งได้

ความดีงามของท่านี้คือ ยิ่งถ้าการเปรียบเทียบหรือเทียบเคียงนั้นมันดูเนียน หรือทำได้ยากแต่ดันเป็นไปได้ ก็จะยิ่งดูน่าสนใจ ซึ่งไอ้ท่าไม้ตายนี้มันค่อนข้างจะเข้าใจได้ง่าย ดูง่าย มักจะมีอารมณ์ขัน หรือน่าทึ่งอยู่ในนั้น ทำให้เป็นท่าที่ได้รับความนิยมมาก แต่จุดสำคัญที่จะทำให้ภาพดีไปอีกขั้นก็คือ การจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงามหรือบวกท่าไม้ตายอื่นไปด้วย

 

Siam Square, Bangkok, Thailand
© Akkara Naktamna / Street Photo Thailand

การเปรียบเทียบระหว่างหัวคน กับโคมไฟ จะเห็นว่าส่วนสำคัญกว่านั้นในภาพนี้คือการจัดวางองค์ประกอบภาพให้สวยงามด้วย

 

3571
© Pongsathorn Leelaprachakul / Street Photo Thailand

การเปรียบเทียบท่าทางระหว่างภาพช่างซ่อมรถด้านบน กับพี่ยามด้านล่างที่ดูคล้ายกันอย่างบังเอิญ ทำให้ชวนสงสัยว่า เฮ้ย.. เกิดขึ้นได้ยังไง? เป็นต้น

 

SPAIN. Madrid. 1995. Prado Museum.
© Elliot Erwitt / Magnum Photos

ช่างภาพที่ใช้ท่าไม้ตายนี้บ่อยและยาวนานคนหนึ่งคือ Elliot Erwitt ลุงแกใช้มาตั้งแต่โบราณกาลยุค ’60s แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นอารมณ์ขันกุ๊กกิ๊กๆน่ารักๆของแกนั่นแหล่ะ ภาพนี้ก็เช่นกัน เป็นการเปรียบเทียบชนิดนึงนะ

 

Colour

การคุมโทนสี เป็นหนึ่งในท่าไม้ตายคลาสสิคที่มีมาตั้งแต่สมัยที่ชาวสตรีทหันมาใช้ฟิล์มสีกัน ประมาณกลางยุค 1950s ก่อนหน้านั้นการถ่ายภาพสีไม่เป็นที่นิยมในหมู่ช่างภาพมืออาชีพเพราะมีความเชื่อว่ามันดูไม่เป็นงานศิลปะเท่าไหร่ สมัยนั้นภาพสีจึงนิยมเฉพาะในกลุ่มภาพโฆษณา ส่วนช่างภาพสตรีทเองนิยมใช้แต่ฟิล์มขาวดำกัน จนกระทั่งเริ่มมีช่างภาพสตรีทที่พยายามแหกกฏเดิมๆ หันมาทำงานทดลองอย่างเช่นภาพสี เราจึงเริ่มเห็นท่าไม้ตายนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีการพัฒนาเทคนิคกันมาเรื่อยๆ รูปแบบที่นิยมใช้กัน เช่น การคุมโทนสีให้ในเฟรมเดียวกัน ทุก Subject จะมีสีเดียวกันให้หมด หรือ มี2-3สีทั้งภาพ ยิ่งมี Element เยอะมาก (แต่สีถูกคุมอยู่ในโทนที่กำหนด) หรือ มีท่าทางประกอบของ Subject ที่แปลกประหลาด ก็ยิ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่ง..มันต้องอาศัยดวง อาศัยโชคชะตา บวกกับความไวในการวางเฟรมด้วย

 

Unknown
© Vivian Maier

ดูสิ..แม้แต่ป้า Vivian ยังใช้ท่าไม้ตายนี้เลย

 

23_09001 (18)Edited
© Sun / สยาม.มนุษย์.สตรีท

อันนี้เราบังเอิญเห็นในเสี้ยววินาที รีบยกกล้องกดไปเลย ก็เป็นการคุมโทนสีเช่นกัน

Hidden

เราแปลมันว่าอะไรดีล่ะ… วิชาอำพรางตัวละกัน วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ช่างภาพสตรีทมักผสมเข้าไปในงานของตัวเอง อาจจะคล้ายๆการที่นินจาอำพรางตัวอะไรแบบนี้ เป็นการปกปิดส่วนใดส่วนหนึ่งของ Subject เช่น หน้า , หัว , ตัว หรือโผล่มาแต่แขน อะไรแบบนี้ ซึ่งการปิดบังแล้วได้อะไร? การอำพรางตัวก็คงคล้ายๆกับการผู้หญิงที่ดูเซ็กซี่ที่สุด คือผู้หญิงที่ปกปิดๆแต่มีท่าทีลึกลับน่าค้นหาต่างหาก ซึ่งการใช้ท่าไม้ตายอำพรางนี้ก็เช่นกัน มันจะช่วยให้ภาพดูน่าสนใจขึ้นมาทันที

 

HAITI. Etroits, La Gonave. 1986.
© Alex webb / Magnum Photos

ช่างภาพ Magnum ใช้วิธีนี้กันหลายคน คนนึงที่มักใช้วิธีนี้ได้น่าสนใจเสมอก็คือ Alex Webb นี่แหล่ะ จะเห็นว่าการตัดเอาให้เหลือแต่มือ แขน บังหน้าบังตากันไป แล้วจัด Element เหล่านี้ลงในเฟรมให้สวยงามนั้น มันน่าสนใจจริงๆ

14578805317_9f7481ccab_o
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

กลายเป็นงานคลาสสิคของทวีพงษ์ไปแล้ว ช่างภาพสตรีทมือหนึ่งของไทย ภาพนี้กวาดรางวัลในช่วงปี 2014-2015 มามากมาย ก็เป็นวิธีอำพรางตัวชนิดหนึ่ง แต่อันนี้เป็นหมาอำพรางหัว.. น่าสนใจใช่มั๊ยล่ะ

 

4907
© Rammy Narula / Street Photo Thailand

ช่างภาพในกลุ่ม Street Photo Thailand คนล่าสุด พี่แรมมี่ใช้วิธีการบังหน้าของ Subject บวกกับการจัดองค์ประกอบภาพ , สี และท่าทางของ Subject ทำให้ภาพนี้ดูลึกลับและน่าสนใจ

 

Low-Key

“โลว์-คีย์” ในภาษาการถ่ายภาพ ก็คงเข้าใจว่าคือการถ่ายภาพให้แสงมืดกว่าค่าวัดแสงปกตินั่นแหล่ะ วิธีนี้ทำให้ภาพเกิด Contrast เยอะขึ้น ถ้าเป็นภาพสี ก็จะช่วยให้สีสันจัดขึ้น ส่วนใหญ่ถ้าเป็นภาพสีจึงเป็นการโชว์ส่วนที่เป็นสีออกมาในจุดที่โดนแสง และมืดไปเลยในส่วนที่แสงน้อย หลายๆครั้งวิธีนี้ยังทำให้ Subject ถูกบดบังไปในตัว (คล้ายๆกับ Hidden) ทำให้ภาพดูลึกลับ บางทีก็ใช้กับภาพขาวดำ ดูเป็นสไตล์ ฟิล์มนัวร์ เข้าไปอีก

 

MOROCCO. Meknes. Souk. Bowl of marinated lemons used in traditional cooking. 1981.
© Harry Gruyaert / Magnum Photos

คุณลุง Harry Gruyaert คือเจ้าพ่อแห่งการเล่นสีและแสงของวงการสตรีท หนึ่งในช่างภาพ Magnum Photos ที่มักใช้ Low-Key ดึงเอาสีสันออกมาอย่างสวยงาม

 

28_091501 (8)Edited
© Sun / สยาม.มนุษย์.สตรีท

ภาพนี้เราใช้วิธี Low-Key เช่นกัน แสงจริงๆในตอนนั้นแรงมากนะ แสบตาเลยล่ะ แต่พอมองเห็นสีสันในร้าน เลยเลือกใช้วิธีนี้

 

Shadows

ท่า “เงามรณะ” คืออีกหนึ่งท่าคลาสสิคที่นิยมใช้กัน จะสังเกตว่า วิธีการเหล่านี้มักจะทำเพื่อเพิ่มความสนใจให้ Subject ที่ดูธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเหมือนหนัง Thriller ชั้นดี อะไรที่มันดูลึกลับๆน่ะ ท่าเงามรณะนี้ ศิลปินบางคนก็มักจะไปใช้กับภาพขาวดำ ก็ได้ความคลาสสิคเพิ่มขึ้นด้วย

ทริกในการใช้ท่าเงามรณะอีกอย่างนึงคือ ลองสังเกตดูว่า เงาอาจจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกับวัตถุหรือ Subject จริงๆของมัน เมื่อผสมผสานกันระหว่างวัตถุหรือพื้นผิวที่ทำให้เกิดการหักเห จุดนี้ทำให้เกิดการบิดเบือนในภาพได้มากมาย จนกลายเป็นภาพที่น่าสนใจขึ้นมาทันทีเลย

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
© Sarawut Taeosot / Street Photo Thailand

 

13322024594_9155466b6f_o
© Swapnil Jedhe / 1st Prize Miami Street Photography 2015

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
© Rammy Narula / Street Photo Thailand

 

Mirror

การเล่นกับกระจก หรือ การสะท้อนเงาบนอะไรที่ไม่ใช่กระจกก็ได้นะ เช่น น้ำ ก็ทำได้ เป็นท่าไม้ตายนึงที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาแต่ดั้งแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนให้มันสมมาตรกัน ( Symmetry ) สะท้อนให้มันกลืนเป็นภาพเดียวกัน ( Blend ) หรือสะท้อนเพื่อให้มันกลับด้านกันไปเลย ( Opposite ) ต่างก็ทำให้ได้ภาพที่น่าสนใจได้ทั้งนั้น ซึ่งไอ้ท่านี้มีใช้มาแต่นมนานตั้งแต่เริ่มมีการถ่ายภาพกันเลยก็ว่าได้ ก็นับเป็นร้อยปีแล้วล่ะ

 

USA. New York City. 1969. Woman looking at herself in store window.
© Richard Kalvar / Magnum Photos

รูปแบบ Symmetry ภาพนี้ของ Richard Klavar เป็นหนึ่งในงานระดับคลาสสิค ถูกถ่ายตั้งแต่ปี 1969

 

22555699149_34e43d2b31_k-2
© กบ / สยาม.มนุษย์.สตรีท

ภาพนี้เป็นของ กบ แอดมินของสยาม.มนุษย์.สตรีทเรานี่เอง ใช้วิธีการ Blend กันระหว่างการสะท้อนและ Subject หลังกระจก เป็นอีกวิธีคลาสสิคของชาวสตรีทเลยล่ะ

 

14311888252_be778c4b12_o
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

อีกหนึ่งงานของ ทวีพงษ์ เป็นการสะท้อนตัวเป็ดยักษ์แบบกลับด้านบนผิวน้ำ แต่ยังมีความซับซ้อนเพิ่มตรงที่มีเป็ดจริงแต่ทำท่ากลับหัว และเป็ดจริงอีกตัวที่สะท้อนกันกลางน้ำอีกด้วย

 

Layers

“เลเยอร์” ถ้าจะเรียกว่าเป็นท่าที่ยากที่สุดของชาวสตรีทก็ว่าได้  เพราะการที่จะทำให้รูปสตรีทในท่าไม้ตายนี้ออกมาดี นอกจากฝีมือและความไวในการจับจังหวะแล้ว ก็ต้องพึ่งพาโชคมากที่สุด แต่ถ้าทำได้ดีแล้วล่ะก็… จะทำให้ได้ภาพโคตรจี๊ดๆเลย (ถ้าเป็นยิมนาสติก คงได้ 10 คะแนนเต็ม) อย่างเช่นรางวัลที่ 1 และ ที่ 3 Miami Street Photograhy ปีที่แล้ว ปี 2015 ก็ใช้ท่า Layers นี่แหล่ะ ( ที่ 1 นี่อาจจะบวกกับการใช้ Shodows เข้าไปด้วย )

หลักการของท่านี้ก็คือ การจัดองค์ประกอบภาพให้มี Elements หลายๆอย่างอยู่ในเวลาเดียวกันอย่างลงตัว โดยที่ควรทำให้เกิดมิติภาพ มีทั้ง Subject ที่เป็น Foreground , Midground และ Background (หน้า กลาง หลัง นั่นแหล่ะ)

มีคนบอกสูตรเอาไว้ด้วยว่า ควรมี Subject อย่างน้อย 3 ชิ้น/คน/ตัว ขึ้นไป แต่จะให้โดดเด้งเลย ต้องมีสัก 5 ชิ้น/คน/ตัว โดยไม่ทับซ้อนกัน และต้องวางอยู่ในตำแหน่งอย่างสวยงามนะ! อีกจุดที่ควรใส่ใจก็คือ Action ของ Sucject ในภาพนั้น ต้องน่าสนใจด้วย

 

Share
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

หนึ่งในเซ็ตภาพที่ชนะเลิศอันดับที่ 1 ในการประกวด LACP Second Annual Street Shooting 2016 ของ ทวีพงษ์ เป็นภาพ Layers ที่ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งท่าทางของแต่ละ Subject , โทนสี .. ลองกลับขึ้นไปอ่านสูตรการถ่ายแบบ Layers แล้วกลับมาดูภาพนี้ใหม่ จะพบว่ามีครบหมดทุกข้อ!

 

LaurenWelles__Hangin-Out_-1024x682
© Lauren Welles / 3rd Prize Miami Street Photography 2015

ภาพชนะเลิศอันดับที่ 3 ของ Miami Street Photography 2015 เป็นภาพที่ควรศึกษาสำหรับคนที่ชอบ Layers เช่นกัน

 

HAITI. Bombardopolis.1986.
© Alex Webb / Magnum Photos

Alex Webb เปรียบเสมือนตัวแทนเทพเจ้าแห่งท่าไม้ตาย Layers ของชาวสตรีทก็ว่าได้ ถ้าคิดว่าสนใจการถ่ายแบบ Layers แล้วล่ะก็ Webb คือคนแรกที่ควรศึกษาเลยล่ะ

 

Cliche’

จริงๆแล้วคำว่า “คลิเช่” ในภาษาหนัง ออกจะดูเป็นความหมายไม่ไปในทางบวกสักเท่าไหร่ ปกติก็จะหมายความกันว่า มันซ้ำไปซ้ำมา เดาทางได้แล้วว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง พวกแฟนหนังระดับฮาร์ดคอร์ก็คงเข้าใจคำนี้ดี แต่สำหรับชาวสตรีท การ Cliche’ มีความหมายกลางๆ มันจะดีหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือช่างภาพนั่นแหล่ะ เอาเป็นว่ามันเป็นท่าที่ผู้ที่เริ่มถ่ายสตรีทมักจะชอบใช้ที่สุด (มันจึง Cliche’)

พวกเรามักจะเรียกท่านี้กันเล่นๆว่า “ต่อหัวต่อหาง” (ในหนังสือ The Street Photograhy’s Manual ของ David Gibson ในลักษณะคล้ายๆกันนี้ ใช้คำว่า Lining Up) ประเภทที่ฮิตๆอย่างเช่น เอาภาพในป้ายโฆษณามาเชื่อมต่อกับคนที่อยู่ในภาพ เอาหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาแทนหน้าคนถือ ฯลฯ แต่เตือนไว้ก่อนว่าการที่จะทำให้ภาพที่ใช้ท่านี้โดดเด่นออกมา ควรจะต้องทำการบ้านๆเยอะๆนะ ถ้าป้ายนั้น สิ่งของนั้นๆ มีคนถ่ายมาเยอะแล้วก็ไม่ควรไปถ่ายซ้ำเขาอีก (นี่แหล่ะ…จะ Cliche’ ในทางไม่ดีจริงๆเลย) หรือการจัดวางองค์ประกอบอื่นๆที่จะทำให้ภาพดูสวยขึ้น ถึงจะทำให้ภาพที่ใช้ท่านี้มันโดดเด่นออกมาได้

Cliche’ หลายๆกรณีเองอาจจะดูคล้ายๆกับ Hidden แต่ความต่างง่ายๆก็คือถ้าเป็นการโดน Element สักอย่างมาบัง มักจะทำให้ Subject ที่โดนบังนั้น แปลงกายเป็นสิ่งอื่นไปเลย ในระดับโปรๆเองก็ยังใช้กันมากมาย ข้อสำคัญก็คือมันจะต้องเนียนและมีความสวยงามในการวาง Composition , การจับท่าทางของ Subject ( Gesture ) ให้น่าสนใจด้วย ไม่ใช่เอาแต่ Content อย่างเดียว

(จะว่าไป ไอ้ท่าต่างๆข้างบนที่ว่ามา เช่น Shadows , Mirror อะไรทั้งหลาย ก็มีความ Cliche’ อยู่ด้วยกันทั้งนั้น แต่เดี๋ยวจะงง ขอแยกประเภทเป็นแบบนี้ให้ดูก่อนแหล่ะ)

 

20835520874_c9f1264a20_o
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

 

18442753284_86b554a9e7_k
© กบ / สยาม.มนุษย์.สตรีท

 

3669
© Jadsada InAek / Street Photo Thailand

 

Flash

การใช้แฟลชในงานสตรีทไม่ใช่ของใหม่ แต่มีมายาวนานเกือบร้อยปี เพียงแต่ได้รับความนิยมจริงๆในช่วงยุค 1990s เมื่อ Bruce Gilden ช่างภาพสตรีทระดับตำนานจาก Magnum Photos หันมาสาดแฟลชใส่คนเดินถนนแบบไม่ทันตั้งตัวในระยะไม่เกินหนึ่งช่วงแขน จนเป็นพื้นฐานท่าสตรีทท่าหนึ่งที่ใช้แฟลช การพัฒนางานสตรีทที่ใช้ Flash ในปัจจุบันก็มีช่างภาพอยู่หลายคน ที่เน้นการถ่ายด้วย Flash เป็นหลักเลย เช่น Boris The Flash (Full Frontal) , Dirty Harry (iN-PUBLIC) ลองค้นหางานพวกเขาดูกันได้

การใช้ Flash ไม่ใช่มีแค่การยิงใส่หน้าผู้คนอย่างเดียวนะ แต่มันเป็นการทำให้ Subject ทุกรูปแบบดูน่าสนใจขึ้น ด้วยปัญหาต่างๆจากสภาพแสง เช่น แสงไม่พอ , เราต้องการหยุดภาพให้ Subject นั้นชัดในสภาพแสงน้อย หรือแม้แต่เวลาแสงหม่นๆ ท้องฟ้าไม่ปลอดโปร่ง ก็สามารถใช้แฟลชเพื่อดึงให้ Subject มีสีที่สดขึ้นได้ เป็นต้น แน่นอนว่าสุดท้าย ภาพที่ออกมาจะต้องดูแปลก ดูน่าสนใจ องค์ประกอบภาพสวยเพียงพอด้วย

 

3401
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

 

24202026091_cc3e6f5997_o
© Sun / สยาม.มนุษย์.สตรีท

 

จริงๆแล้ว การถ่ายสตรีทไม่ได้มีแค่ 8 ท่าไม้ตายนี้เท่านั้นนะ เราเอามานำเสนอเพื่อให้จับทางได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ ถือว่าเป็นพื้นฐานสำหรับคนที่ดูยังไม่ค่อยเข้าใจก็จะได้สนุกกับการชมภาพสตรีทมากขึ้น คนที่จะถ่ายสตรีทเองก็จะได้ค้นหาสไตล์ของตัวเองได้ง่ายขึ้นด้วย ไม่จำเป็นต้องถ่ายด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งนะ หลายๆภาพสตรีทที่ดีมากๆ ก็เป็นการรวมเอาหลายๆวิธีเข้าด้วยกันในภาพเดียว สุดท้ายแล้ว ภาพสตรีทมันคืองานศิลปะชนิดหนึ่งน่ะ ไม่มีความตายตัว แต่ต้องมีความงามมีคุณค่า มีเรื่องราวในตัวของมันเองเสมอ ขอให้สนุกกับการชมและการถ่ายภาพสตรีทกันทุกคน สวัสดี..

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s