สัมภาษณ์พิเศษ คุยกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เฉพาะเรื่องถ่ายรูป

  • สัมภาษณ์ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล ( Sun ) / จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ( ปูเป้ )
  • ภาพ โดย อิศเรศ เฉลิมโสภาณ ( กบ )

เรายังจำความรู้สึกที่เดินออกจากโรงหนังหลังจากที่ดูหนังเรื่อง The Master ซึ่งกำกับโดย เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้ดี หัวใจพองโตด้วยความตื่นเต้นจากพลังวิเศษของเต๋อในการเล่าเรื่องผ่านหนังอย่างสนุกสนาน จนอดไม่ได้ที่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็ Comment ไปใน Facebook ของเต๋อว่า “ขอบคุณที่ทำหนังดีๆให้ได้ดูกัน”

แต่วันนี้ เราไม่ได้มานั่งคุยกับเต๋อเรื่องหนัง ไม่ว่าจะ ฟรีแลนซ์ หรือ Mary is Happy , Mary is Happy และอื่นๆที่เป็นภาพเคลื่อนไหว เพราะมีอีกสิ่งที่เต๋อทำได้ดีไม่แพ้กัน นั่นคือ “การถ่ายรูป”

การถ่ายรูปของเต๋อ ถึงเต๋อจะถ่ายเล่นๆไปตามความชอบส่วนตัว แต่หลายๆครั้งที่เราเห็นรูปของเต๋อบน Facebook หรือในหนังสือเบื้องหลังหนังที่เต๋อทำ รูปพวกนั้น…ทำให้เราสนุกได้ไม่แพ้การได้ดูหนังของเต๋อเลย ซึ่งเขาอาจจะไม่รู้ว่า… เหล่าเนิร์ดสตรีทอย่างพวกเรา ค้นพบภาพสตรีทที่มีชั้นเชิงของเต๋ออยู่เต็มหน้า Wall ไปหมด จนต้องไปชวนมานั่งคุยกันกับแก๊งค์ สยาม.มนุษย์.สตรีท 

เต๋อ : ผมจะรู้สึกว่าผมถ่ายสตรีทไม่ได้ จากนิยามในความเข้าใจของเราที่จะต้องถ่ายคนนะฮะ ถ่ายคุณป้าหรืออะไรแบบนี้ แต่อย่าง “ไก่” ที่เล่นเป็นพนักงานเซเว่นในฟรีแลนซ์ มันจะพกกล้อง Medium Format ไปถ่ายคุณป้าสักคน เราจะรู้จักมันในแง่ที่ว่า เวลาที่มันเจอคนแปลกหน้า มันจะสามารถเข้าไปคุยได้อะไรแบบนี้ สามารถบุกเข้าไปถ่ายในที่ที่แบบถ้าเราไม่กล้าจะเข้าไปไม่ได้ คือธรรมชาติของเรา เราไม่ใช่คนแบบนั้น เราเป็นพวกอยู่ไกลๆแล้ว Observe (สังเกตการณ์)

SUN SSN : แต่จริงๆแล้ว Observe นี่เป็นหัวใจของการถ่ายสตรีทเลยนะ สำหรับเรา เรารู้สึกว่า การ Observe ของเต๋อ ในมุมช่างภาพสตรีทมันก็จะมีพวกที่เขาไม่ได้เข้าใกล้ แต่อยู่ไกลๆก็มี เราจัดหมวดหมู่ภาพของเต๋อไว้แบบนั้น

ปูเป้ SSN : อย่างรูปที่พี่เต๋อถ่ายที่ปารีส อันนี้ก็สตรีทเลย

 

11201892_975825589122782_4493512082875995958_n

 

SUN SSN : เรามักจะเห็นคนทำหนังหลายคนมันมีความเป็นสตรีทอยู่ในตัวแทบทุกคนเลยอ่ะ

เต๋อ : เวลาเราทำหนัง เราพยายามก็อปจากความจริง มันจะต้องพยายามมองตลอดเวลา อย่างเมื่อกี้ที่คุยกันถึงรูปปารีส ก็นั่งคิดว่าทำไมถึงชอบอันนี้ เราคงเห็นเป็นซีนหนังน่ะ มันเหมือนเรา Catch พฤติกรรมคน จริงๆมันเป็นซีนเปิดอะไรสักอย่างก็ได้ เปิดมาแล้วเป็นเจ๊ 5 คนอยู่หน้าลูฟใส่ชุดกี่เพ้า เขามาทำอะไรที่นี่ หรือเขาทำไปเพื่ออะไร

เพราะเราเป็นคนขี้อายนิดนึง ผมจะไม่เป็นพวกไปตุเลงๆ เวลาเกิดเหตุอะไรก็จะอยู่ข้างนอกแล้วดูอีกทีนึงน่ะ มันก็เลยเห็นเป็นภาพ Wide อันนั้นคือเรื่องนึง เราอยากมองทั่วๆ แล้วบางทีเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วเรารู้สึกชอบมากกว่า เพราะเราจะได้เห็นทุกคน ผมก็เลยว่า เวลาเราทำหนัง เราเลยชอบทำหนังที่มันถ่ายแบบสารคดี เพราะจริงๆแล้วมันเซนส์เดียวกัน คือมันไปแอบดูเขาอีกที แต่โอเคเวลาทำเป็นหนัง พอเป็น Documentary แล้วทุกอย่างเซ็ทอัพ เราจะสามารถเข้าไปใกล้ตัว Subject ได้ เหมือนเวลาเราถ่ายรูปกอง เอาจริงๆผมอยากถ่ายรูปคนนะ ผมอิจฉาคนที่ถ่ายรูปคนได้ อย่าง Ume Kayo เรารู้สึกว่า พวกนี้แม่งเก่งชิบเป๋งเลย กูถ่ายไม่ได้ว่ะ

SUN SSN : แต่ Ume เขาก็โรคเหมือนเต๋อนะ คือเราชอบงาน Ume มาก ตอนแรกๆเราก็เป็นคนที่ไม่กล้าถ่ายเหมือนกัน ไม่กล้าเข้าไป Approach (เข้าหา) เหมือนกัน เขาบอกว่าเขาเป็นคนขี้อายมาก ที่เขาเลือกถ่ายแต่เด็กเนี่ย เพราะเด็กเขากล้าเข้าไปถ่าย แต่ผู้ใหญ่เนี่ย เขาก็ไม่ค่อยกล้าเหมือนกัน จะ Observe อยู่ไกลๆ แล้วประเด็นที่รูปเด็กทำตลกๆเยอะเนี่ย มันเป็นนิสัยของคนโอซาก้า คนที่นั่นมีนิสัยชอบทำตลกใส่ เขาเลยบอกว่าคุณไปโอซาก้ามันจะถ่ายง่ายมาก พอคุณจะถ่ายอะไร เด็กๆจะหาอะไรมาโชว์ แต่จริงๆแล้วตัวเขาก็ขี้อายเหมือนกัน

เต๋อ : เวลาเราจะถ่ายคนน่ะ ส่วนใหญ่ที่จะถ่ายคนแล้วถ่ายได้ คือนักแสดง เพื่อน มันรู้จักกันแล้ว แล้วในกองถ่ายมันจะมีความประหลาดอยู่แล้ว เซ็ทอะไรกันก็ไม่รู้ แต่งตัวผิดสถานที่ อะไรแบบนี้ เราเลยชอบถ่ายรูปกองถ่าย หลังๆจะฝึกถ่ายคนให้มากขึ้น เราถ่าย Wide Shot มาเยอะแล้ว เรารู้สึกว่าเราจะถ่ายคนได้มั๊ย ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

10484796_774992605872749_3807215834222027089_n

 

SUN SSN : จริงๆสตรีทเนี่ย มักจะใช้เลนส์ Wide เสมอ 35mm. 28mm. คือจะไม่ใช้ 50mm. ขึ้นไป

เต๋อ : เพราะอะไรฮะ

SUN SSN : อย่างที่เต๋อว่าเลย เพราะเวลาเล่าเรื่องมันต้องเก็บองค์ประกอบหลายๆอย่างไว้ในเฟรมเดียวกันให้เยอะ ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียว Subject เดียว เช่น เต๋อกับอะไรก็ไม่รู้หลายๆอย่างเพื่อจะเล่าเรื่อง

เต๋อ : ช่วง 2-3 เดือนเนี้ย ผมพยายามดูว่า เราควรจะซื้อกล้อง Mirrorless ดีมั๊ยนะ เราก็ไปดูๆค้นๆมันอยู่สักพัก เราก็ค้นพบว่า “มึงอย่าซื้อเลย มันไม่เหมาะกับมึงหรอก” วิธีที่เราถ่ายมันคือ สแนป อ่ะ แล้วเราก็ใช้ RX100 ซึ่งซื้อนานมากแล้ว แล้วมันยังไม่เสีย พอไปเห็นคนอื่นถ่ายชัดตื้นชัดลึก ตอนแรกก็อยากทำได้บ้าง พอสักพัก ยืมเพื่อนมาใช้ ก็รู้สึกมันแปลกๆ เลยมานั่งถามตัวเองว่าชอบอะไรกันแน่ จริงๆคือชอบลุคของฟิล์มมากกว่า เราไม่ได้แคร์ชัดตื้นชัดลึกเท่าไหร่ เราแคร์ว่าเรา Catch อะไรมาได้กับคุณภาพที่สวยขึ้นมาหน่อยแค่นั้นน่ะ สุดท้ายก็เลยไม่ได้ซื้อ

 

547703_597657040272974_2063858191_n

 

“เวลาถ่ายรูปแดดสวยๆ ถ้ามันไม่มีสตอรี่ เราจะรู้สึกแค่ประมาณนึง แต่พอรูปไม่ค่อยอะไรมาก แต่มันเป็น “Catch the moment” ที่มีสตอรี่มาได้ เรากลับรู้สึกว่ามันคือรูปที่ดี “

SUN SSN : คุยๆไปนี่เต๋อโคตรสตรีทเลยนะ (ฮาๆ) แต่ไม่รู้ตัว

เต๋อ : แต่ว่าเมื่อกี้เนี่ย สุดท้ายที่ชอบที่สุดนี่คือไอโฟนนะ ผมมีไดเรคทอรี่แบบไอโฟนประจำปี ทุกท้ายปีจะทำ No Word Diary ประจำปีนั้นน่ะ จะมีความสุขกับการเลือกรูปไอโฟน มันจะมีรูปเหี้ยๆ เชี่ยแม่งถ่ายได้ไงวะ กดๆๆ ไม่ได้สนใจอะไร หลักการการถ่ายเราคงชอบแบบนี้มากกว่า ขึ้นมาแล้วกดๆเลย ภาพห่วยไม่เป็นไร

SUN SSN : สมัยเด็กๆเอง เต๋อมีความชอบหรือเกี่ยวพันกับการถ่ายรูปมั๊ย?

เต๋อ : ผมว่ามีบ้างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นนะ ไม่ได้ถึงขนาดอยากถ่ายรูปอะไรขนาดนั้น อย่างตอนประถม เอากล้องไปถ่ายเพื่อนที่โรงเรียน งานปัจฉิมอะไรแบบนี้ ก็ตามโอกาส ไม่ได้พิเศษมาก

SUN SSN : ยุคเรามันยุคกล้องฟิล์มอ่ะเนอะ

เต๋อ : กว่ามันจะเริ่มรู้สึกว่าชอบอะไรนี่ก็ช่วงหลังๆแล้ว

SUN SSN : แล้วมันเกี่ยวพันกับความชอบหนังมั๊ย

เต๋อ : ผมว่ามันมาพร้อมๆกันนะ แต่ผมชอบหนังก่อน เราชอบการเล่าเรื่องมากกว่าตัวภาพนิดนึง เราเลยจะเอียงไปทางวาดการ์ตูน หรือว่าคิดพล็อตอะไรแบบนี้ซะมากกว่า ยังไม่มีเซนส์ ด้านภาพเข้ามาเท่าไหร่ จนมาหลังๆนี่ที่เราเริ่มทำหนังไปสักพัก โอเค..สคริปต์เราได้แล้ว แต่ทำไมหนังกูไม่สวยเหมือนคนอื่นสักทีวะ มันจะเริ่มหันมาสนใจ เราชอบภาพแบบไหน เวลาถ่ายเราอยากถ่ายให้ได้แบบไหน มันต้องทำแบบไหนถึงจะได้ จริงๆเริ่มถ่ายรูป ซื้อ SLR มาถ่ายช่วงตอนเรียนปี 2 อ๋อ…มันมีเลนส์หลายประเภทเหรอ

 

735154_503229936382352_1320944615_n

 

SUN SSN : เต๋อเรียนอักษรฯ (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ใช่มะ เริ่มทำหนังตั้งแต่ตอนนั้นเลยหรือเปล่า

เต๋อ : ใช่ครับ เริ่มทำตั้งแต่ตอนอักษรฯ ก่อนหน้านั้นเทคโนโลยีมันยังไม่มา แต่ตอน ม.6 ก็ซื้อกล้องดิจิตอลนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นของล้ำมากในยุคนั้น

SUN SSN : รุ่นอะไรนั่น

เต๋อ : Canon A20 สองล้านพิกเซล เราก็ถ่ายในแง่แบบ โหย..ไม่ต้องใส่ฟิล์มแล้ว แต่ช่วงปี 2 ที่เริ่มรู้ว่ามีเลนส์หลายๆแบบเหรอวะ ซึ่งเรื่องนี้ค่อยๆเรียนรู้มา จนเข้าใจมากๆจริงๆคือช่วงทำหนัง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะตากล้องมันจะถามว่า ช้อตนี้มึงจะถ่ายเลนส์ไหน 24mm. 35mm. 50mm. 85mm. เอาอะไร เราก็แบบ…เหี้ยกู..มันต่างกันยังไงวะ จนหลังๆเราเริ่มสังเกตว่า แบบไหน ต้องประมาณไหนที่ชอบ มันจะต้องเริ่มหาความรู้เอง ซึ่งจริงๆมันก็เกี่ยวเนื่องไปกับการถ่ายภาพนิ่ง ว่าอ๋อ..เราคงชอบเลนส์เท่านี้ ภาพเลนส์ 35mm. มันไม่เหมือน 24mm. ยังไง เลนส์ 24mm. มันไม่เหมือน 50mm. ยังไง

SUN SSN : ก็เลยชอบของเราเองไปด้วย

เต๋อ : ใช่ๆ

ปูเป้ SSN : แต่ตอนส่งหนังสั้นมูลนิธิหนังไทยตอนแรกๆสุดนี่ถ่ายเองหรือเปล่าคะ

เต๋อ : มีคนช่วยถ่ายให้ฮะ แต่เราจะแบบเอาเลนส์อะไรก็ได้ เพราะเรามัวแต่โฟกัสเรื่องบทอยู่ โฟกัสการแสดงอยู่ เอาจริงๆในเชิงการทำหนังสิ่งที่มันต้องมาก่อนคือ บทกับการแสดง เพราะ ‘คนมันดูคน’ คือถ่ายสวยก็ดี แต่สุดท้ายคนมันดูคน แล้วพอเราไม่ได้เรียนนิเทศน์มา มันไม่มีความรู้อ่ะฮะ ไม่รู้ว่าต้องรู้อะไรบ้างถึงจะได้ภาพแบบนี้ อาจจะไม่ได้สนใจขนาดนั้นด้วยเพราะมัวแต่ทำสคริปต์ สนใจเรื่องการกำกับมากกว่าว่าอยากได้มู้ดแบบนี้ต้องกำกับแบบไหน เราจะ Approach นักแสดงยังไง จนกระบวนการนี้มันค่อนข้างลงตัวประมาณนึง จากนี้ค่อยเริ่มเรื่องมากไปถึงอันอื่น อย่างที่บอกว่า เอ๊ะ..หนังเรามันสวยกว่านี้ได้มั๊ย เริ่มเพิ่งจะมาอ๋อ..เขาต้องจัดแสงแบบนี้เหรอ มันค่อยๆไปตามธรรมชาติ

เพราะตอนทำ 36 (หนังเรื่อง 36 หนังยาวเรื่องแรกของเต๋อ) ยังงงๆเรื่องการจัดแสงอยู่เลย เพิ่งมารู้ตอนหลังจากทำ Mary is Happy นิดหน่อยด้วยซ้ำ แล้วพอเราเห็นเขาทำก็จะอ๋อ…จะได้ภาพแบบนี้ แม่งต้องมีไฟแบบนี้ ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่ได้เอาความรู้เรื่องจัดไฟเอาไปใช้อะไรนะ เพราะเราก็ไม่ใช่ช่างภาพ แต่อย่างนึงคือเราจะได้เรียนรู้เรื่องไลท์ติ้งมากขึ้น ภาพบางภาพแม่งดีเพราะแสงมันลงตรงนี้ เนี่ยพวกนี้จะเอากลับมาใช้ตอนถ่ายภาพนิ่งมากขึ้น อันนี้จะสวยถ้าเรายอมไปยืนให้หน้าเขาเป็นซิลูเอทนิดหน่อย แล้วเป็น Backlight เข้ามา อะไรแบบนี้

 

1176267_601722893199722_1012825662_n

 

SUN SSN : งานของผู้กำกับคนไหนที่มีอิทธิพลกับเต๋อ

เต๋อ : ผมว่าผมโตมากับหนังพี่เจ้ย (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล) กับพี่ต้อม (เป็นเอก รัตนเรือง) ของผมมันจะผสมกันระหว่างสองคนนี้ ผมก็จะไม่กล้าถ่ายดิบเท่าพี่เจ้ย คือพี่เจ้ยสามารถถ่ายตรงนี้ได้เลย เราดูแล้วก็จะแบบ ตรงนี้เลยเหรอวะ.. มันโล้น..มันจริง ถ่ายวัดก็จริงเหลือเกิน แต่ของพี่ต้อมจะมีความเซ็ทอัพอยู่ประมาณนึง

แต่ผมรู้สึกว่าของที่เราชอบมันผสมกัน คือมันจริงอยู่ แต่มีของแปลกๆอยู่ที่ทำให้มันสวยขึ้นมาได้ เราเลยเป็นรสนิยมตรงกลางตรงนั้นมากกว่า

SUN SSN : อย่างเราก็ชอบอะไรที่มันเวรี่ไทยอย่างที่เต๋อเขียนหนังสือ “เมดอินไทยแลนด์” อันนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งหรือเปล่า

เต๋อ : เราชอบเรื่องโลคอลอยู่แล้ว แล้วเรารู้สึกว่า เวลาเราหา Influence  (แนวทาง) อะไร เราพยายามจะหาที่มันใกล้เคียงกับประเทศเรานิดนึง บางทีเราดูรูปจากญี่ปุ่น มันสวยน่ะ แต่กูคงไม่ได้ถ่ายที่นั่นแน่ๆ เพราะฉะนั้นเรารู้สึกว่าเราพยายามเทรนจากการมองที่นี่มากกว่า หรือว่าการหาความสวยที่มันอยู่ที่นี่มากกว่า เพราะมันจะเป็นประโยชน์ตอนเราไปทำหนังของตัวเองว่าเวลาเราจะหาโลเคชั่น หรือจะเติมอะไรเข้าไปได้ มันจะนึกออกง่ายขึ้น สมมติจะถ่ายฉากนี้กลางคืน มันโล้นจัง ต้องหาอะไรมาเติม เอาอะไรดี…เอานี่มั๊ยล่ะ! รถขายแมลงมั๊ยล่ะ เอามาสักสามคัน มันก็เป็นไฟส้มๆก็ช่วยให้สวยขึ้นอะไรแบบนี้ พยายามสังเกตจากสิ่งรอบๆตัวมากกว่า อะไรอยู่ด้วยกันแล้วสวย

เพราะสุดท้ายต่อให้เราชอบงานโตเกียว นิวยอร์ค มันก็ไม่มีที่นี่ เหมือนกัน…มันลามไปถึงพรอปหรือคอสตูม เราจะรู้สึกแปลกเวลาตัวละครใส่เสื้อที่มันฝรั่งเกินไป เราจะแบบ..เหรอวะ.. เพื่อนกูก็ไม่ขนาดนี้นะ เราเลยจะพยายามหาอะไรที่มันอยู่ที่นี่จริงๆ ปกติคนจะแต่งตัวประมาณนี้ คนที่เก๋ขึ้นมาหน่อยจะประมาณนี้ แต่มันจะไม่ฝรั่งขนาดนั้น

 

1378454_620779361294075_1312315722_n

 

SUN SSN : มีอย่างอื่นอีกมั๊ยที่ส่งผลต่อวิธีคิดของเต๋อ อย่างเช่น การ์ตูนอะไรแบบนี้

เต๋อ : กับการ์ตูนผมอาจจะไม่ขนาดนั้นนะ ผมอาจะเป็นหนังกับพวกสถาปัตย์มากกว่า แต่เราก็ไม่ถึงกับขนาดเรียนนะ ชอบตึกที่แปลกๆหน่อย ชอบคนและอาคารน่ะ แล้วก็ชอบแพทเทิร์น อะไรที่มันตึกๆๆ ซ้ำๆๆ หรืออะไรแบบนี้ ซึ่งความชอบเรื่องแพทเทิร์นไม่รู้ว่าผมได้มาจากอะไร แต่ตึกที่ผมชอบมักจะเป็นตึกแพทเทิร์น ผมชอบไปถ่ายสนามม้านางเลิ้งเพราะมันมีความไม่ใช่เมืองไทยอยู่นิดนึงน่ะ เป็นสไตล์ตึกที่เราชอบ

เพราะฉะนั้นจริงๆอยากไปเที่ยวเกาหลีเหนือมาก ที่นั่นคือสวรรค์แห่งแพทเทิร์น

SUN SSN : เออ เราก็อยากไปมาก คือ เราชอบอะไรที่เทือกๆนั้น รัสเซีย อะไรแบบนี้

เต๋อ : อาจจะไปรัสเซียแทน สุดท้ายรูปที่เราไปเที่ยวมา ต่อให้มีตึกเยอะขนาดไหน รูปที่ชอบที่สุดสำหรับผมมันต้องมีคนหน่อย มีสตอรี่บางอย่างที่เราอาจจะคิดเอาเอง พอเป็นตึกเปล่าๆมันจะเก็บไว้ดูเฉยๆ แต่รูปที่ชอบมันต้องมีคนมีอะไรสักอย่าง

1394213_619986771373334_73494834_n

 

SUN SSN : ตอนเต๋อทำ “36” นี่ประเด็นมันพูดเรื่องการถ่ายรูปโดยเฉพาะเลย จริงๆแล้วเต๋อต้องการสื่ออะไร

เต๋อ : จริงๆผมว่าผมโตมาจากสองยุคฮะ ยุคฟิล์ม ยุคดิจิตอล แล้วพอเราทำหนังฮาร์ดดิสค์เราจะเยอะกว่าชาวบ้าน มันมีสิทธิ์เจ๊งอยู่ตลอดเวลา เราเลยรู้สึกว่ารูปมันก็เหมือนกัน หายแล้วหายเลยเหมือนกันเนอะ เวลาฮาร์ดดิสค์พังมันไม่ต้องตกด้วยฮะ วันนึงมันจะร้อนมันจะฮีทแล้วเจ๊งก็เจ๊งเลย

กบ SSN : แสดงว่าเคยหาย

เต๋อ : เคยหายครั้งแรกที่ตอนไปเบอร์ลิน ถ่ายไปสักสองสามวันแล้วการ์ดมันพัง หายหมดเลย กู้ได้แบบสิบรูป บางรูปก็มีเทาๆไปครึ่งรูป ก็เลยรู้สึกเยอะด้วยมั้ง ตอนนั้นทุกคนก็กำลังจะเคลื่อนไปดิจิตอลหมดแล้ว แล้วเราจะจัดการกับสิ่งนี้ยังไงวะ

 

13023583_1058971980808142_1297673651_n.png

 

“บางคนอาจจะรู้สึกว่ารูปทั่วๆไปบางรูปมันไม่เห็นสวยเลย แต่ผมรู้สึกว่ามันยังไม่ได้ทำหน้าที่ของมันเท่านั้นเอง”

 

SUN SSN : ตอนนี้เต๋อยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่มั๊ย

เต๋อ : ยังรู้สึกอยู่ฮะ แต่เริ่มๆแบบ ช่างมันเถอะ ก็พยายามแบ็คอัพบ่อยขึ้นนะ เอาจริงๆมันก็เยอะ แล้วก็ชอบดูรูปเก่า มันก็มีคุณค่า

SUN SSN : แสดงว่าเต๋อก็ถ่ายฟิล์มด้วย

 

12992970_1058971767474830_1684752320_n.png

 

เต๋อ : บ้างครับ ยังถ่ายอยู่ แต่ถ่ายดิจิตอลมากกว่า มันเร็วกว่า หลังๆนี่กลับมาถ่ายฟิล์มเยอะขึ้น อยากลองอีกรอบ คือมันเกิดขึ้นช่วงนี้ จะรู้สึกว่าอย่าถ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้มั๊ย ผมพบว่าสุดท้าย ฟิล์มน่ะถ่ายคนเถอะ อย่าถ่ายวิวหรือของ มันจะได้เท่าดิจิตอล ผมซื้อกล้องใช้แล้วทิ้ง Fujifilm แบบ 39 รูป หลังจากนี้ผมจะใช้ถ่ายคนอย่างเดียว หรือว่าเหตุการณ์อะไรแบบนี้มากกว่า แต่ละคนมันคงชอบไม่เหมือนกันมั้ง เรารู้สึกว่ากล้องฟิล์มมันเวิร์ค เวิร์คกว่ากล้องดิจิตอล พวก Mirrorless ดีๆมันก็ไม่เหมือนกันน่ะ แต่โอเคถ่ายวิวอาจจะคล้ายๆกัน ดีไม่ดีดิจิตอลมันก็ดีกว่าด้วย พอเป็นคน การ Out Focus (หลุดโฟกัส) กล้องฟิล์มพวกนี้มันดีกว่า

SUN SSN : การถ่ายสตรีทในความรู้สึกของเต๋อ มันเป็นยังไง

เต๋อ : สำหรับผมมันกึ่งๆการถ่ายเรื่องรอบๆตัว ถ่ายเล่นทั่วไป สุดท้ายแล้วรูปใดๆก็ตาม สุดท้ายมันจะมีคุณค่าสักวันนึง รูปที่เราชอบมันเป็นแนวสแนปๆ อะไรแบบนั้น ไม่ได้มีฟอร์มอะไร บางคนอาจจะรู้สึกว่ารูปทั่วๆไปบางรูปมันไม่เห็นสวยเลย แต่ผมรู้สึกว่ามันยังไม่ได้ทำหน้าที่ของมันเท่านั้นเอง

อย่างเพจ 77PPP มันคือรูปทั่วๆไปสมัยก่อน  เจ้าของรูปก็คงไม่คิดอะไรหรอก แต่พอผ่านไป 20-30 ปี เห็นมั๊ยว่ารถเมล์สมัยนั้นมันเป็นแบบนี้ มันมีคุณค่าของมันเอง ผมรู้สึกกับงานทุกๆชิ้นนะครับ อย่างหนังทุกๆเรื่องมันมีหน้าที่ของมัน

SUN SSN : มีเหตุการณ์อะไรในการถ่ายรูปที่เต๋อเจอมาแล้วประทับใจบ้างมั๊ย

เต๋อ : ผมชอบถ่ายรูปในกองถ่ายมากกว่า ผมรู้สึกสนุก เคยเขียนไว้ครั้งนึงว่า “นี่กูอยากทำหนังเพราะกูอยากถ่ายรูปเบื้องหลังหรือเปล่าวะ” มันสนุกเพราะมันมีเซ็ทประหลาดอยู่แล้ว มีคนเพี้ยนๆ มีตัวละครของเรา มีนักแสดงซึ่งเป็นคนเดียวกัน เราชอบความเป็นหนังและความ Reality ความจริงกับความไม่จริง คือถ้าเราชอบความ Surreal กองถ่ายนี่มัน Surreal อยู่แล้วนะ คือกองถ่ายมันคือการไปทำพฤติกรรมประหลาด ไปมุงอะไรกันในห้องน้ำเพื่อไปถ่ายอะไรสักอย่าง จริงๆการถ่ายรูปในกองถ่าย ถ้าจะนับว่ามันเป็นการถ่ายสตรีทแบบนึงนะ มันเป็นสิ่งที่สนุกสำหรับเรา

ปูเป้ SSN : แสดงว่าพี่เต๋อพกกล้องคอมแพคไว้ทุกวันตอนออกกอง

เต๋อ : ใช่ๆ สมมติเวลาตากล้องนึกไม่ออก เราก็จะใช้กล้องคอมแพคถ่าย มันกลืนๆเข้าหากัน ช่วงนี้เรากำลังเป็นช่วงค้นหา คือถ้าเราชอบถ่ายรูปเราจะถ่ายแบบไหนกันแน่ อย่างนี้ เราจะพบว่า เราไม่ใช่มนุษย์ที่ถ่ายทุกอย่าง ยกเว้นเจออะไรบ้าๆบอๆก็ใช้ไอโฟนถ่ายก็ง่ายกว่า แต่อย่างที่ว่า ไอ้กล้องฟิล์มเราอยากถ่ายอะไรที่มันทรงคุณค่า แต่พอจะหาอะไรทรงคุณค่า ชีวิตประจำวันเราก็ไม่ได้อยากไปหาอะไรทรงคุณค่า อยากไปนั่งกินกาแฟเฉยๆได้มั๊ย จริงๆอาจจะชอบถ่ายคน ถ่ายเหตุการณ์ 39 รูปนี้คือทริปไปเที่ยวนี่อย่างเดียว อะไรแบบนี้

เวลาถ่ายฟิล์มพยายามจะแบบ อย่าถ่ายเพื่อเอาสวยอ่ะ เลยพยายามปรับให้เข้ากับสิ่งที่ตัวเองชอบ บางทีแสงดีจัง แต่มันก็จบไป กับบางรูป ถ่ายเพื่อนเราแม่งเบลอ เรากลับรู้สึกว่าหน้าเบลอของมันแม่งความรู้สึกเยอะมากเลย เอาจริงๆสำหรับผม รูปมันค่อนข้างผูกกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย รูปมันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันเกี่ยวอะไรกับเรา งานเราเลยรู้สึกว่ามันเกี่ยวกับสตอรี่ค่อนข้างเยอะ ผมถึงบอกว่า เวลาถ่ายรูปแดดสวยๆ ถ้ามันไม่มีสตอรี่ เราจะรู้สึกแค่ประมาณนึง แต่พอรูปไม่ค่อยอะไรมาก แต่มันเป็น “Catch the moment” ที่มีสตอรี่มาได้ เรากลับรู้สึกว่ามันคือรูปที่ดี เวลาผมมาดูรูปเก่าๆน่ะ จะรู้สึกดีตลอด

 

12988072_1058971920808148_1617583473_n.png

 

SUN SSN : รูปสมัยเด็กๆ แม่งคอมโพฯแย่ แต่เราจำได้

เต๋อ : ใช่ๆ มันคือความไม่ตั้งใจด้วยมั้ง พอตั้งใจเวลาเราดูอีกทีมันจะเป็นรูปตั้งใจน่ะ ตอนถ่ายมึงกะจะให้ได้สิ พอเป็นรูปที่ไม่ตั้งใจเราจะรู้สึกว่ามันมหัศจรรย์กว่านิดนึง สมมติเวลาเรากดสแนปน่ะ ตอนที่เรากดภาพน่ะ เรามองไม่เห็นภาพมันจริงๆนะ เพราะเราสแนป แต่ถ้าเราเล็งแล้วเห็นภาพก่อนแล้วนิดนึง พอมันหายไปแป๊ปนึงก่อนที่จะไปล้างออกมา เรารู้สึกมันพิเศษกว่า เพราะเราดันไม่ได้เล็ง

แล้วมันเป็นไปได้ที่เราจะชอบรูปจากไอโฟน เพราะเราไม่ได้เล็งเท่าไหร่ เชี่ยๆขำว่ะ กดๆๆไป สามรูป เก็บ ไม่ได้สนใจมันแล้ว พอมันหายไปมันจะมีความพิเศษ มีช่วงเวลาที่หายไป ยิ่งถ้าสแนปแล้วมันออกมาภาพมีอารมณ์ เรารู้สึกว่า โหมันคือ Timing ตอนเรากด จุดที่ Subject ยืนอยู่ แสงเข้ามาพอดี การที่มัน Out Focus พอดี มันอยู่เหนือการควบคุมเราไป มันยากที่จะได้รูปพวกนี้มากกว่า

สมมติเราอัดม้วนนึง ได้มา 25 รูป 27 รูป เราจะชอบมัน 5 รูป ส่วนใหญ่รูปที่ชอบคือมันพอดีได้ ไอ้รูปที่ตั้งใจมันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เราจะทำให้ 5 รูปที่เราชอบ เป็นทั้งม้วนได้ป่าววะ ผมกำลังพยายามลองอยู่ อย่าไปคิดว่าเรามีกล้องฟิล์มแล้วจะไปเตรียมโพสเฟสบุ๊คเลย มันไม่ได้ มันต้องเป็นธรรมชาติกับเหตุการณ์นั้นมากๆ

ถ่ายรูปมันเป็นภาพนิ่ง มันได้แค่วิเดียว มันเป็นการลื่นไหลของเวลา หนึ่งวิที่ว่านั้น มันอาจจะต้องเป็นจังหวะที่แสงมันพอดี ที่มันมาช่วยกันมาประกอบให้เกิดความหมาย

ผู้หญิงนั่งอยู่มีผมปิดหน้านิดนึง กับไม่มีแค่นี้ก็ไม่เหมือนกันแล้วนะ อย่างในหนังมันอาจจะมีโอกาสให้เขามูฟตัวช่วยได้นิดนึง แต่พอเป็นภาพนิ่งคุณมีเวลาแค่วิเดียวที่จะเห็นภาพนั้น

เวลาเราถ่ายกองถ่ายเบื้องหลัง สมมติถ่ายซันนี่กับใหม่งี้ บางทีต้องเข้าไปแล้วกดเลย เพราะไม่อย่างนั้นอีกหนึ่งวิเดียวเขาจะกลับมาแล้วฮะ

 

12992226_1058971784141495_872158781_n.png

 

SUN SSN : ศิลปินภาพถ่ายที่เต๋อชอบ?

เต๋อ : คือผมถ้าไม่ชอบศิลปินที่สแนปอย่างที่บอกไปก็จะเซ็ตอัพจัดไปเลย เราชอบ Gregory Crewdson อภิมหาเซ็ตอัพเลย แนวแบบเราออกกองเลย แต่เป็นภาพนิ่ง เป็นศิลปินเลย อยากได้คิวหมู่บ้านชานเมืองที่เหมือนมีมนุษย์ต่างดาวบุก ก็เซ็ตไฟขึ้นมา เคยดูสารคดีมีบรีฟนักแสดงด้วยว่าจะเอาแบบไหน

 

5.1.2
© Gregory Crewdson

 

ชอบ Christopher Doyle ตากล้องหว่องกาไว (จริงๆเขาถ่ายภาพนิ่งเยอะมากเหมือนกัน) Corinne Day (ถ่ายเบื้องหลัง virgin suicides)

 

Christopher Doyle
© Christopher Doyle

 

SOFIA_COPPOLA_AND_CORINNE_DAY_THE_FACE_MAY_2000
© Corinne Day / Virgin Suicides

 

ปูเป้ SSN : พี่เต๋อมองหาอะไรในภาพที่ชอบ

เวลาเราดูรูปเก่าๆ ที่พ่อแม่ถ่าย ถ้าเราปรับจิตให้กลับไปถ่ายด้วยเซนต์แบบนั้นได้มันจะดีมาก แต่ด้วยความเป็นคนทำหนัง เวลาจะถ่ายอะไรมันจะลีลามาก พอเราดูรูปเก่าๆพ่อแม่เราไม่มีความรู้อะไรหรอก เขาแค่ต้องการ Record เราต้องกลับไปอันนั้นให้ได้ แล้วมันจะกลับไปได้ฟิวแบบเดียวกัน มันมี Compose เชยๆแบบเดียวกัน แต่เรารู้สึกว่ามันดูจริงใจ ตอนนี้ที่ตัวเองกำลังจะกลับไปทำคืออะไรแบบนั้นมากกว่า

ผมคงโตมากับสายสตอรี่มากกว่า ต่อให้ Visual มันล้ำแค่ไหน ถ้าเราดูแล้วเราไม่เจอสตอรี่หรืออะไรที่คอนเนคกับเราได้ ก็จะเป็นภาพที่สวยดี แต่เราอาจจะไม่ชอบมาก

 

 

 

ฟิล์ม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s