ตัวอย่างความเข้าใจผิดๆในการถ่ายสตรีท

บทความโดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

 

ช่วงนี้ในวงการถ่ายรูปบ้านเรา มีการพูดถึงการถ่ายสตรีทเยอะขึ้นมาก พวกเราชาวเนิร์ดก็ดีใจที่เจตนารมณ์เริ่มต้นของพวกเรามันเริ่มเห็นผล

แต่ในความน่าดีใจมันก็มีเรื่องน่าห่วงใยไปด้วย เนื่องจากความเข้าใจเรื่องการถ่ายสตรีทในสามัญสำนึกคนทั่วไป มักไม่ค่อยถูกต้องตามหลักสากลซะทีเดียว หลายๆบทความที่แชร์ๆกันในหลายๆเวบ เราพบว่ามันมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการถ่ายสตรีทแฝงไปด้วยเสมอ เห็นแล้วเครียดไมเกรนขึ้นเลย..

เราเคยเขียนบทความมาแล้วหลายทีเกี่ยวกับการอธิบายการถ่ายสตรีทตามหลักสากลแห่งชาวเนิร์ด และก็เคยมีเสียงสะท้อนมาเช่นกันว่า ทำไม…ถึงต้องมีหลักการด้วยล่ะ?

จริงๆแล้วงานศิลปะเนี่ย ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูกนะ มันคือความพอใจของผู้สร้างสรรค์ แต่ในสิ่งที่พวกเรา สยาม.มนุษย์.สตรีท พยายามเผยแพร่กัน เรากำลังพูดถึงสิ่งที่ช่างภาพสตรีทมาตรฐานสากลพยายามยึดสิ่งเหล่านี้เอาไว้ เพื่อให้งานมีมาตรฐาน มีทิศทางชัดเจน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาเฉยๆ มั่วๆ แต่การถ่ายสตรีทมีประวัติศาสตร์ของมัน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้เป็นหลักการที่ว่านี้

มันก็เหมือนเราอยากจะทำผัดไทน่ะ ถามว่าเฮ้ย! กูพอใจจะใช้ผักคะน้าแทนถั่วงอก ใช้เส้นมาม่าแทนเส้นผัดไทได้มั๊ยวะ! เอ้า! ก็ได้…กินได้ไม่มีใครว่า แต่ถ้าในบริบทว่า “ผัดไท” ที่ถูกต้องตามสูตรของมันคืออะไร? ก็ต้องแบบนี้ๆๆ เขาก็มีสูตรอยู่

วันนี้เลยจะขอมายกตัวอย่างความเข้าใจผิดๆในการถ่ายสตรีท เปรียบเทียบกับการถ่ายสตรีทตามหลักสากลกันหน่อย ครั้นจะยกตัวอย่างผิดๆโดยเอารูปคนอื่นมาก็เดี๋ยวจะโดนกระทืบ เลยเอาตัวอย่างที่ไม่ดีของตัวเองนี่แหล่ะ มาให้ดูกัน ส่วนตัวอย่างดีๆ ก็ต้องขอขอบคุณช่างภาพสตรีทจาก Street Photo Thailand อีกเช่นเคย

ก่อนอื่น.. ขอยกความหมายของการถ่ายสตรีทตามหลักสากลสุดอมตะนิรันดร์กาลขึ้นมาก่อนเลย

การถ่ายภาพสตรีท คือ “การถ่ายภาพ ทั้งคน สัตว์ สิ่งของในที่สาธารณะ (คือที่ไหนก็ตามที่ใครสามารถเข้าถึงได้) โดยไม่มีการจัดฉาก ไม่มีการเตรียมเอาไว้ก่อน” 

ซึ่งเราขอเพิ่มเติมนิดนึงตามท้ายเข้าไปด้วยเสมอว่า “โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์”

 

ตัวอย่างที่ 1  รูปเด็กน้อยยืนขายดอกไม้

 

DSC_0745
ตัวอย่างที่ไม่ดีในการถ่ายสตรีท หมายเลข 1

 

กิจกรรมของคนขายของบนท้องถนนตามแหล่งท่องเที่ยว หลายๆคนที่เริ่มต้นถ่ายสตรีทก็มักจะลองถ่ายกันดู เพราะคิดว่าใครๆก็ถ่ายกัน เราก็จะกล้าเข้าไปถ่ายมากขึ้น แต่…

ปัญหาที่ 1 รูปนี้ถ้าสมมติว่ามันคือประโยคที่เพื่อนๆพูดกับเรา มันจะเป็นประโยคว่าอะไร? “เฮ้ย! ดูเด็กคนนั้นยืนขายดอกไม้อยู่” มันธรรมดามากใช่มั๊ย? เราก็อาจจะหันไปสักหน่อย แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรทำให้เราอยากมองต่อไป

ปัญหาที่ 2 ถ้าไม่มีใจความที่น่าสนใจแล้ว ลองมาดูว่า แล้วมันมีองค์ประกอบภาพที่สวยงามมั๊ย?

  • ตัว Subject คือเด็ก มีเจ๊ตัวใหญ่ซ้อนทับอยู่ ทำให้รก ควรหลบไปมุมอื่นให้เด็กน้อยดูโดดเด่น
  • องค์ประกอบภาพด้านซ้าย มีเจ๊คนสวยยืนมองอยู่เพิ่มเข้ามา แต่น้ำหนักภาพก็ไม่บาลานซ์
  • ภาพใช้เลนส์ Tele ดึงภาพเพื่อให้เข้าใกล้ Subject แต่นั่นทำให้คนดูยิ่งรู้สึกห่างไกลจากคนในภาพ การเลือกใช้เลนส์ Tele ต้องมีเหตุผลของมัน เช่นการครอปให้สิ่งที่เราต้องการอยู่ในเฟรมเดียวกัน และเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากเฟรม จะเห็นว่าในภาพนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของเลนส์ Tele เลยนอกจากแค่ความขี้เกียจที่เราไม่เดินเข้าไปใกล้เด็กคนนี้เท่านั้นเอง

สรุป ก็คือ ภาพนี้มันเลยกลายเป็นภาพที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าที่ควร รวมถึงการจัดองค์ประกอบภาพที่มีปัญหา ถ้าอยากจะถ่ายภาพนี้จริงๆ ก็ควรจะหามุมที่น่าสนใจขึ้น ไม่ทับซ้อนกัน และเล่าเรื่องที่น่าสนใจกว่านี้

 

ทีนี้มาดูรูปโทนคล้ายๆกัน แต่แก้ปัญหารูปข้างบนได้น่าสนใจ

 

5328
© Jad Jadsada / Street Photo Thailand

 

  • ถ้าด้านหลังของ Subject ที่อยากจะได้มันรก การยิงแฟลชจะช่วยให้ Subject ดูโดดเด่นขึ้นทันที
  • เพิ่ม Content ที่น่าสนใจลงไป จะเห็นว่าการถ่ายสตรีทที่มีอารมณ์ขัน ก็เป็นวิธีหนึ่งในการสื่อสารออกไปให้คนสนใจได้ ก็เหมือนกับการที่เราเดินไปบอกคนอื่นว่า “ดูป้าขายดอกไม้นั่น มีหูเป็นมิกกี้เม้าส์ด้วย” …. เห็นมั๊ยว่าน่าสนใจกว่าเรื่องข้างบนแล้ว
  • การใช้เลนส์ Wide จะช่วยให้มิติภาพดูจริงขึ้น และช่วยให้หูมิกกี้เม้าส์นั่นอยู่ในระนาบเดียวกับหัวป้าได้ด้วย

 

ตัวอย่างที่ 2 รูปเด็กๆน่ารักๆ

 

IMG_0339 (1)
ตัวอย่างที่ไม่ดีในการถ่ายสตรีท หมายเลข 2

 

รูปประเภทนี้ก็มีพบเห็นได้ทั่วไป กิจกรรมต่างๆของเด็กๆที่อยู่ในที่สาธารณะ แล้วก็ไม่ได้เซ็ทด้วย เป็นรูปสตรีทมั๊ยล่ะ? ก็เป็น.. แต่มาลองวิเคราะห์กันดูหน่อยสิว่าปัญหาคืออะไร?

ปัญหาที่ 1 รูปนี้มีเรื่องราวมั๊ย? ก็มีนะ ความน่ารักระหว่างคุณแม่กับคุณลูกไง โอเค.. มันก็เหมือนประโยคบอกเล่าที่ว่า “ดูนั่นสิ! เด็กกำลังเป่ากังหันเล่นกับคุณแม่ น่ารักเชียว” เราก็จะหันไปดู เออ..น่ารักดีๆ จบ.. ถ้าเราคิดว่าเราโอเคกับภาพธรรมดาๆเท่านี้ ก็คงไม่มีปัญหา

ปัญหาที่ 2 การใช้เลนส์ Tele อีกเช่นเคย การใช้เลนส์ Tele จะทำให้มิติของภาพดูห่างไกล ความรู้สึกระหว่างตัวคนดูแล Subject ไม่ได้รู้สึกใกล้ชิดกัน ภาพดูแบนราบ มิติเดียว นั่นทำให้พลังของภาพน้อยลงไป ส่วนใหญ่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องการถ่ายสตรีทก็จะใช้เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้ Subject แค่นั้นเอง

 

ทีนี้มาดูรูปเด็กน้อยน่ารักเหมือนกัน แต่น่าสนใจกว่า

 

16028305660_c59f12ba53_k
© Tavepong Pratoomwong / Street Photo Thailand

 

  • จะเห็นว่ามีอะไรที่น่าสนใจขึ้นบ้างในภาพนี้? “เฮ้ย! แก เด็กน่ารักอ่ะ เหมือนกันยังกะโคลนนิ่งกันออกมาเลย เฮ้ย!แม่เด็กก็เหมือนโคลนนิ่งด้วยแก… เหมือนกันเด๊ะเลยว่ะ” นั่นคือข้อความที่เพื่อนเรียกให้ดู น่าหันไปดูใช่มั๊ยล่ะ?
  • จะเห็นว่าการวางองค์ประกอบภาพ น่าสนใจมากเพราะการใช้เลนส์ Wide ทำให้เก็บองค์ประกอบภาพได้หลากหลาย เด็ก 3 คน ผู้ใหญ่ 3 คน และขาคนโน้นคนนี้อีก และทั้งหมดถูกเรียงอยู่ในภาพอย่างสวยงาม ไม่ซ้อนทับกัน และบาลานซ์ รวมถึงแอ็คชั่นของทุกคนในนั้นก็สอดรับกันไปหมด ดูภาพนี้จะเคลื่อนไหวได้ยังไงยังงั้น

 

 

ตัวอย่างที่ 3 คนแก่

 

IMG_0335 (1)
ตัวอย่างที่ไม่ดีในการถ่ายสตรีท หมายเลข 3

 

ภาพคนแก่ มักถูกจับให้ไปอยู่ในหมวดการถ่ายสตรีทไปโดยปริยาย จนกลายเป็นความเชื่อในการถ่ายสตรีทลักษณะนึงว่าต้องถ่ายคนแก่นี่แหล่ะ! โคตรสตรีทเลย … มันก็ไม่แน่หรอกคุณ

ปัญหาที่ 1 อย่างที่ต้องเริ่มต้นถามเสมอว่า ภาพนี้กำลังบอกอะไรเรา? “เฮ้ย! ดูสิ..ยายกำลังกินเต้าหู้” คิดว่าเราจะอยากหันไปดูมั๊ย?

ปัญหาที่ 2 ถ้าไม่มีใจความสำคัญ ก็มาดูว่าองค์ประกอบภาพเป็นยังไง? สวยงามมั๊ย? แสงดีมั๊ย? ปัญหาแรกคือด้านซ้ายของภาพปล่อยโล่งแบบไม่มีความหมายอะไร ปัญหาที่สองคือ มุมที่ถ่ายคุณยายก็ไม่มีเหตุผลที่จะถ่ายจากด้านนี้ที่มองไม่เห็นคุณยายเท่าไหร่ นอกจากเห็นเต้าหู้ชัดที่สุด..

รวมไปถึงการใช้เลนส์ Tele ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพนี้สื่อสารได้ดีขึ้น (ก็คือปล่อยพื้นที่โล่งไว้อยู่ดี) เลนส์ Tele จะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราใช้ครอปเนื้อหาให้แน่นกระชับอยู่ในเฟรม ซึ่งอาจจะเราไม่สามารถเข้าไปถึงได้ หรือ องค์ประกอบภาพแต่ละชิ้นอยู่ในระยะห่างมากเกินที่เราจะเข้าไปใกล้ เป็นต้น แต่อีกเช่นเคย…ส่วนใหญ่คนที่ใช้ Tele ในทางที่ผิดก็คือเพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าใกล้ Subject นั่นเอง

 

ทีนี้มาดูรูปคนแก่เหมือนกัน แต่น่าสนใจกว่า

 

24617744943_082e1a8740_k
© Sakulchai Sikitikul / Street Photo Thailand

 

  • “ดูลุงนั่นสิ! หัวแกมีแสงเป็นโมฮอคด้วย!” นึกออกมั๊ยครับ? ถ้ามีเพื่อนสะกิดบอกเราแบบนี้ เราคงจะรีบหันไปดูก่อนเลย
  • องค์ประกอบภาพนี้ก็ดูหนาแน่นเต็มเฟรม ไม่ทิ้งพื้นที่ไปเปล่าประโยชน์ การใช้เลนส์ Wide ช่วยให้ไฟด้านหลังกับตัวลุงดูใกล้ชิดกันมากขึ้น
  • ท่าทางของตัว Subject ก็สำคัญมากเช่นกัน ท่าทางของลุง ทำให้ดูน่าสนใจกว่าการที่ลุงจะยืนเฉยๆ เป็นต้น

 


ตัวอย่างที่ไม่ดีอื่นๆ

แถมอีกเล็กๆน้อยๆสำหรับตัวอย่างที่ไม่ดีที่พบเห็นประจำเลย… โปรดจำไว้เสมอว่า ในการประกวดการถ่ายสตรีททั่วโลก รวมถึงการโพสรูปสตรีทในกรุ๊ปบนออนไลน์ต่างๆที่จริงจัง ไม่ว่าจะใน Facebook , Flickr จะมีกฏคล้ายๆกัน

  • ไม่ควรใช้เลนส์ Tele ระยะเกิน 50mm. ขึ้นไป โดยไม่จำเป็น จะว่าห้ามใช้ก็โหดไป เอาเป็นว่าไม่มีใครเลยใช้ละกัน นอกจากระดับปรมาจารย์บางท่านเท่านั้นเอง เช่น Saul Leiter
  • ไม่แต่งภาพให้สีผิดเพี้ยนไปจากเดิมมากเกินไป เอาแค่พอดี จริงๆแล้วการถ่ายสตรีทแทบจะไม่มีการแก้ไขใดๆจากตอนที่ถ่ายเลยด้วยซ้ำ เพราะต้องการความเพียวของภาพ
  • ไม่ใส่ตัวอักษรใดๆ โลโก้ใดๆ ลงบนภาพโดยเด็ดขาด! เรื่องนี้ซีเรียสจริงๆ งานสตรีทจะต้องเพียวมากๆ ไม่มีอะไรไปรบกวนการสื่อสารบนภาพนั้น ถ้าจะใส่ก็ใส่ไว้ดูเอง หรือโพสดูเองกับเพื่อนๆแบบนี้พอนะ
  • คำอธิบายภาพ จริงๆก็ไม่ต้องมีหรอก ในระดับโลกมีอย่างมากแค่ชื่อภาพสั้นๆเท่านั้นเอง ปล่อยให้ภาพมันเล่าเรื่องของมันไปก็พอ

 

DSC_0436Edited
รูปนี้..เป็นตัวอย่างที่ผิดทุกข้อที่กล่าวมาในการเป็นภาพสตรีท

 

4 thoughts on “ตัวอย่างความเข้าใจผิดๆในการถ่ายสตรีท

  1. ไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไรเลยครับ ไปกำหนดมันมากไป

    Like

    1. งานศิลปะทุกอย่า่งมีหลักการครับ เพราะมันมีเหตุและผลของมัน มีที่มาที่ไป ถึงต้องมีมหาลัยต้องมีโรงเรียนสอนศิลปะแขนงนั้นๆ งานสตรีทก็เช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่ามีข้อกำหนดแต่ต้องทำตามเสมอไป มีหลักการเพื่อเรียนรู้ และพัฒนามันครับ

      Like

  2. ผมดูแล้วกลับชอบรูปที่คุณบอกว่ามันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมากกว่าเสียอีก
    คุณอาจบอกว่ามันไม่ดี มันต้องเป็นตามสูตรนี้เป๊ะๆๆๆ ผมว่ามันไม่ใช่ ศิลปะมันไม่มีกรอบ
    ผมว่ารูป “ตัวอย่างที่ไม่ดีในการถ่ายสตรีท หมายเลข 2-3” ยังบอกเรื่องราวได้ดีมากกว่าเสียอีก
    ผมว่ามันขึ้นอยู่กับ “รสนิยม” ในการเสพหรือสร้าง “ART” ของแต่ละคนมากกว่าครับ

    Like

    1. อย่างที่ผมเขียนเอาไว้ว่า ถ้าคนพอใจในสิ่งที่ถ่ายแล้ว ก็ไม่เป็นไรนะครับ สิ่งที่บทความนี้กล่าวเอาไว้ คือพูดถึงหลักการถ่ายสตรีทตามหลักสากล มีการแข่งขัน ประกวดในระดับโลก มีเกณฑ์ในการตัดสินอย่างที่กล่าวไว้ ซึ่งมีที่มาที่ไป

      ศิลปะนั้นไม่มีกรอบก็ถูกต้องครับ เพียงแต่ทุกอย่างย่อมมีทฤษฎี ซึ่งก็หมายถึงรากฐานที่ดีเช่น ปิกัสโซ ที่แม้ว่าจะผลิตงานวาดภาพที่ Surreal ไม่มีความเหมือนจริงไปหมด แต่ความเป็นจริงแล้ว ปิกัสโซกลับมีความสามารถในการวาดภาพเหมือนที่สูงมากตั้งแต่วัยเยาว์

      เช่นกันครับ ถ้าไม่เช่นนั้น คงไม่มีการเรียนการสอนเรื่องงานศิลปะในแต่ละแขนง ไม่มีมหาลัยที่สอนศิลปะต่างๆชื่อดัง นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อในบทความและ Blog นี้ครับ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s