“ดราม่าสตรีท” วิจารณ์ภาพสตรีทจากแฟนเพจ ครั้งที่ 1

อย่างที่เคยประกาศกันไปแล้วในเพจ สยามมนุษย์สตรีท Siam Street Nerds เกี่ยวกับคอลัมน์ใหม่ของพวกเรา ที่จะมาช่วยวิจารณ์งานสตรีทอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งในระดับสากลการวิจารณ์งานเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยพัฒนาฝีมือได้อย่างมาก 

เพียงแต่ในเมืองไทย มักจะมีปัญหาเรื่องการวิจารณ์งานกัน บ้างก็จะคิดว่าเป็นการตำหนิกัน บ้างก็หาว่าด่าว่ากัน แทบจะเรียกว่าต้องชมกันได้อย่างเดียว จนกลายเป็นสิ่งที่เราได้ยินกันจนชาชินว่า “ดราม่า”

แต่พวกเราจะพิสูจน์ว่า ยังมีชาวเนิร์ดอีกมากมายที่พร้อมรับการวิจารณ์งานอย่างสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาตัวเอง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ไม่จำเป็นว่าความคิดเห็นของพวกเราจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป เพียงแต่เป็นเสียงๆหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้คิดทบทวนงานของตัวเองว่า มีอะไรที่เรามองไม่เห็น ตกหล่นไปอีกบ้าง หรือควรพัฒนาจุดไหนเพิ่มเติม

“ดราม่าสตรีท” ครั้งที่ 1 เลือกภาพในสัปดาห์แรกขึ้นมา 8 ภาพด้วยกัน โดยมี Commentator ของ สยาม.มนุษย์.สตรีท ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย

ติดตามอ่านกันได้เลย สำหรับใครที่สนใจอยากให้พวกเราช่วยวิจารณ์งานอีก ก็ง่ายๆเลย เพียงไปโพสภาพงานสตรีทของตัวเองในเพจ สยามมนุษย์สตรีท Siam Street Nerds พร้อมกับใส่ ‪#‎สยามมนุษย์สตรีท‬ และบอกว่าขอคำวิจารณ์ แล้วพวกเราจะคัดเลือกงานขึ้นมาแบบนี้ในทุกสัปดาห์

 

“ดราม่าสตรีท” ครั้งที่ 1

ภาพที่ 1 จาก Tiradae Manyum

13413077_10154348755728319_7568513004246093164_n

 

(1) วิจารณ์ โดย ปูเป้ สยาม.มนุษย์.สตรีท

เราชอบสีส้มในรูปมากๆเลย สิ่งที่ดีคือช่างภาพรู้ว่าสีส้มเนี่ยมันน่าสนใจนะ ซึ่งพอเราเห็นอะไรที่มันน่าสนใจแล้ว คือตัวซับเจคมันโอเคอยู่แล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำให้รูปแข็งแรงขึ้นคือการวางเฟรม

การวางเฟรมในภาพนี้คือเกือบแล้ว แต่ว่ามันยังไม่ figure to ground อีกเช่นกัน มีซับเจคสีส้มเยอะเป็นเรื่องที่ดี แต่พอเยอะเกินไปจนซ้อนทับกันเยอะๆๆเนี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ดี ถ้าภาพนี้จะแข็งแรงมากๆๆคือซับเจคสีส้มต้องไม่ซ้อนทับกันเลย จะเป็นรูปเกรด A+ เลยทีเดียว

ในกรณีนี้เราว่าพอสิ่งสำคัญคือสี ตัวซับเจคเองไม่ต้องเด่นมากๆทั้งหมดก็ได้ เพราะสีมันเด่นมากอยู่แล้ว แต่ถ้ามีใครทำอะไรแปลกๆเพิ่มก็แจ๊คพอตแตกเลยทีเดียว!

(2) วิจารณ์ โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

ภาพนี้มาถูกทางในเรื่องการเลือก Scene ที่เล่นเรื่องสี คือเล่นเรื่องสีส้ม และพื้นหลังที่เป็นท้องฟ้าก็ค่อนข้างเคลียร์แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าภาพนี้หามุมของภาพไม่ลงตัว อาจจะด้วยเหตุผลของพื้นที่ที่แคบ และ องค์ประกอบที่มีเยอะเกินไป ทำให้เกิดการซ้อนทับกันจนรก ไม่สวยงาม

วิธีพัฒนาเพิ่มจากสถานการณ์นี้คือ อาจจะต้องลองเขยิบหามุมอื่นเพื่อเลือกให้องค์ประกอบมันลงตัว อาจจะทำให้น้อยกว่านี้ก็ได้ เลือกเฉพาะที่มันน่าสนใจ หรือวางลงเฟรมอย่างสวยงาม (อาจจะเหลือพระ 3-4 รูป แต่ไม่เกิดการซ้อนทับ) หรือ.. มุมก้ม มุมเงย ลองดูให้หมดทุกทาง

อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจเพิ่มอีกก็คือ ท่าทาง อาการของ Subject เพราะตอนนี้ในภาพยังไม่มีท่าทางของ Subject ที่น่าสนใจหรือสวยงามมากพอ อย่างเช่นตัวอย่างของ Alex Webb ภาพนี้ จะเห็นว่ามีการร้อยเรียงของท่าทางแต่ละคนเข้าด้วยกัน เป็นอีกสิ่งที่จะช่วยให้ภาพเกิดการเคลื่อนไหวอย่างสวยงาม

 

© Alex Webb / Magnum Photos

 

 

ภาพที่ 2 จาก Jiraporn Nusong

13239072_1121237327917705_2003611741039774839_n

 

วิจารณ์ โดย ปูเป้ สยาม.มนุษย์.สตรีท

ภาพนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำให้น่าสนใจด้วยเงายักษ์ด้านขวา ตรงนี้ดีเลย เงาคลีนด้วย เหมือนมองคนทางด้านซ้ายด้วย ด้านขวานี่ค่อนข้างโอเค ช่างภาพเห็นว่าอะไรที่จะทำให้ภาพน่าสนใจเลยล่ะ

มาทางด้านซ้ายบ้าง ซับเจคด้านซ้ายยังเข้ากับด้านขวาไม่พอ คือซับเจคสองด้านไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อกัน ซึ่งถ้ามีนะ จะเพิ่มความน่าสนใจของภาพได้มากขึ้นมากๆเลย

วิธีแก้คือถ้าเป็นเราก็จะอยู่กับซีนให้นานกว่านี้ สองคนด้านซ้ายอาจจะทำอะไรที่น่าสนใจมากขึ้น เช่นสมมติว่าเรายืนถ่ายตรงนี้นานมากๆ จนเค้าสงสัยแล้วอาจจะหันมามองเงาด้านขวา (ว่านี่ทำอะไรอยู่นะ?) เราก็อาจจะได้ภาพที่มีซับเจคที่น่าสนใจมากขึ้น! (ถ้าคนที่ยืนเป็นเงาทางขวาไม่ไปซะก่อน…)

 

 

ภาพที่ 3 จาก Aong Thamsermsakul

13312849_1747258692183621_7330565691363592971_n

 

(1) วิจารณ์ โดย กบ สยาม.มนุษย์.สตรีท

การ fill the frame ในภาพนี้อาจจะมาช่วยแก้ปัญหาในการทำให้ภาพนี้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น ถ้ามีคนยืนอยู่บนดาดฟ้าทางด้านขวา มีนกบินมาทางด้านซ้ายก็อาจจะมาเติมเฟรมให้เต็มสวยงามพอดี ไม่รู้ว่าช่างภาพกดซีนนี้มาเยอะมั้ย ถ้าเป็นเราเห็นคนทำกิจกรรมแบบนี้ เราจะถ่ายทั้งใกล้ไกลลองดูหลายๆแบบ อาจจะคิดภาพไว้ในหัวก่อนว่าอยากได้แบบไหน เช่นจังหวะของมือที่กำลังยื่นส่งของให้กันเป็นเส้นสวยงามอะไรแบบนี้ เป็นต้น

(2) วิจารณ์ โดย ปูเป้ สยาม.มนุษย์.สตรีท

รูปนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเข้าใกล้ซับเจค ช่างภาพไม่กลัวที่จะเข้าใกล้เลย ซึ่งดีมากๆ

ถามว่าทำไมต้องเข้าใกล้? ในกรณีที่เจอซับเจคที่น่าสนใจและฉากหลัง(อาจจะ)ไม่น่าสนใจพอ การเข้าใกล้ก็จะทำให้รูปดูมีพลังมากขึ้นได้ แต่ภาพสตรีทก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ทุกครั้ง ถ้าเรามีเหตุผลพอที่จะให้บรรยากาศของสถานที่นั้นๆเสริมความน่าสนใจให้ซับเจค ก็ไม่ต้องเข้าใกล้

รูปนี้มีการวางเลเยอร์ที่ค่อนข้างโอเค คือช่างภาพรู้แล้วแหละว่าการเรียงตัวกันของซับเจคจากซ้ายไปขวาต้องประมาณไหน แต่! ติดที่ปัญหาเดิมคือ figure to ground ความสนใจของเรามันกระจุกอยู่ที่ตรงกลางค่อนซ้ายนิดๆของภาพ คือแถวๆที่มีหัวสามคน ซึ่งตรงนี้มันจมกันเป็นก้อนเดียวกัน โดยเฉพาะหัวคนที่ก้มคือจมไปที่ก้นของคนที่ยืนหันหลังเลย ที่มือด้านขวาก็ยังจมไปกับฉากข้างหลัง ถ้าตรงมือทั้งหมดมาอยู่ตรงพื้นที่สีขาวก็จะคลีนเนอะ

วิธีการแก้คือบิดมุม อาจจะลองก้มตัวเองให้ต่ำลงกว่านี้แล้วเสยกล้องขึ้น การบิดมุมเสยขึ้นท้องฟ้ามักจะทำให้เราได้ภาพที่คลีนมากขึ้น เพราะเมืองไทยนี่รกเหลือเกิน ถ้าไม่เวิคก็ลองเปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ มันต้องมีมุมที่ดี แต่การเข้าใกล้ทำได้ดีแล้วค่ะ 🙂

 

ภาพที่ 4 จาก Supachat Salee

13346178_1703018746602911_2891636811793153300_o

 

(1) วิจารณ์ โดย ปูเป้ สยาม.มนุษย์.สตรีท

สิ่งที่ดีในรูปนี้คือมันสะอาดตา เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของภาพสตรีทเลยเพราะว่าภาพที่รกเกินไปก็จะทำให้เราไม่รู้ว่าจะมองตรงไหนเป็นหลัก

ภาพนี้ดูเหมือนกับว่าช่างภาพอาจจะเล็งมุมนี้อยู่แล้ว คือดูฉากเป็นหลัก แล้วรอให้มีซับเจคผ่านมา วิธีนี้เราเองก็ทำบ่อยมากๆเหมือนกันในกรณีที่เจอฉากที่น่าสนใจ (แต่อันนี้แล้วแต่ดวงเลยจริงๆ รอไปก็ใช่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น)

การวางเฟรมล่วงหน้าเป็นสิ่งที่เราทำบ่อยมากๆเหมือนกัน มันจะทำให้เรามี Composition ที่แข็งแรงเวลาถ่ายรูป เหลือแต่ดวงแล้วล่ะว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมั๊

ซึ่งรูปนี้ก็ยังไม่มีซับเจคที่น่าสนใจพอ คุณลุงถือกระเป๋าเดินผ่านไม่ได้ทำให้เรารู้สึกพิเศษอะไร เราอาจจะรอให้มีคนมามากกว่านี้ อาจจะไม่ต้องคนเดียวก็ได้ เช่นซับเจคสักสามสี่คนแต่ระยะห่างเท่ากัน รูปก็จะน่าสนใจมากขึ้น

(2) วิจารณ์ โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

รูปนี้ไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับเรา แม้แต่ Subject ที่เลือกมาก็ยังไม่น่าสนใจพอ โอเค..สิ่งที่ดีที่สุดในภาพนี้คือความเข้าใจเรื่อง Figure to ground แต่ถ้า Subject ไม่น่าสนใจ มันก็คือภาพลุงเดินผ่านไปเฉยๆเลย 

สิ่งที่แนะนำสำหรับภาพนี้คือ ให้รอๆๆและรอ อันเป็นหัวใจอย่างนึงของการถ่ายสตรีท ฉากหลังภาพนี้ เหมาะที่จะถ่ายสตรีทแล้ว มันเปรียบเสมือนคุณได้กระดาษขาวเนื้อดีมาแล้ว แต่ถ้าวาดอะไรที่ธรรมดา เช่น วงกลมหนึ่งวง มันก็ธรรมดา จงรอคอยต่อไป Subject เดี่ยวที่น่าสนใจ หรือหลายๆ Subject ที่เรียงตัวกัน ฯลฯ เป็นไปได้ทั้งนั้น

ขอยกตัวอย่างงานของ Jesse Marlow  แห่ง iN-PUBLIC จะเห็นว่าภาพนี้ไม่มีอะไรเลย พื้นหลังเคลียร์ๆเหมาะกับให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่ Subject ในภาพนี้แข็งแรงมากๆด้วยท่าทาง (Gesture) ของเด็กคนนี้ที่เป็น Movement ที่สวยงาม บวกกับลูกโป่งม้า อันนี้เป็นตัวอย่างของ Subject เดี่ยวที่มีความหมาย คุณต้องรอคอยให้เกิดอะไรแบบนี้ในฉากหลังที่เหมาะสมแล้ว

 

Pegasus
© Jesse Marlow / iN-PUBLIC

 

 

ภาพที่ 5 จาก Thawit Intrawut

13331121_10208078139443999_8022125341845267096_n

 

(1) วิจารณ์ โดย ปูเป้ สยาม.มนุษย์.สตรีท

  • สิ่งที่ดีในรูปนี้คือเลเยอร์ไม่ค่อยทับกัน ซับเจคตรงกลางภาพมี หน้า-กลาง-หลัง ที่ไม่ซ้อนทับกัน แต่ด้านข้างซ้ายและขวายังไม่ figure to ground พอ ซึ่ง figure to ground สำคัญมากในการสร้างภาพเลเยอร์ที่ดี ไม่ใช่แค่ไม่ซ้อนทับ แต่เรื่องแสงก็สำคัญ อย่างรูปนี้เด็กข้างหน้าสุดดูจมไปกับร่มเงาของต้นไม้ ซับเจคส่วนใหญ่ในภาพอยู่ในร่มเงา ภาพจะดูจมไปหน่อย
  • แต่ที่สำคัญคือตัวซับเจคยังไม่มีอันไหนเด่นเด้งออกมา การกระทำของเด็กน่าสนใจอยู่บ้าง แต่คนข้างหลังไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าคนเดินผ่านปกติ ถ้าแช่อยู่กับซีนนานกว่านี้อาจจะมีอะไรมากขึ้นนะคะ (แต่ถ้าถ่ายแช่นานอยู่แล้วก็ดีเลยค่ะ)
  • เราอยากให้รักษาความเข้าใจในการสร้างเลเยอร์เอาไว้ แล้วเพิ่มไปที่การหาซับเจคที่น่าสนใจมากขึ้น และดีแล้วที่พยายามเข้าใกล้ซับเจค และไม่กลัวที่จะถ่ายตรงๆหน้าซับเจค 🙂

(2) วิจารณ์ โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

ภาพนี้เกือบจะดีในแง่ของการถ่ายสตรีทแนวเลเยอร์ (Layer) เพียงแต่มีปัญหาอยู่บางอย่างที่ทำให้มันไม่ Complete เอาส่วนที่ดีที่สุดก่อน คือ Subject เด็กด้านหน้าที่มีท่าทางน่าสนใจ เหมาะจะเป็นตัว Foreground ของภาพแล้ว อีกส่วนที่ดีคือพื้นหลังของภาพเป็นกำแพงขาวที่พร้อมจะให้วางอะไรได้อย่างง่ายๆ

ปัญหาอยู่ตรงนี้แหล่ะ..เมื่อจะต้องเรียง Elements อื่นๆเข้ามาในภาพให้เป็น Mid-ground และ Background กลับยังทำได้ไม่น่าสนใจ แม้ว่าจะมีส่วนที่ไม่ทับซ้อนกัน แต่มันยังหลวมและบางเบาเกินไป เช่น Mid-ground ยังห่างเกินไป ทำให้ดูเล็กและเฟรมไม่แน่นพอ รวมถึงยังไม่น่าสนใจพอด้วย

ปัญหาอีกอย่างที่เราติดคือกระจุกขวาของภาพที่ทำให้ภาพดูรก กระจุกซ้ายก็เช่นกัน เป็นส่วนที่เสียดายว่า ถ้าเด็กผู้หญิงไม่จมไปกับรถไอติม ก็จะมี Foreground ที่เสริมกันได้อีกหน่อย

คำแนะนำเมื่อเจอ Scene แบบนี้อีกคือ อย่าเพิ่งหยุด… ถ้าเราชอบใน Subject (เด็กคนหน้า) หรือ พื้นหลัง (กำแพงขาว) ต้องถ่ายต่อๆไปอีกเยอะๆเลย หรือแม้แต่หามุมอื่นที่อาจจะช่วยหลบอะไรได้มากกว่านี้ จนกว่า Scene นี้จะหายไป เป็นต้น

 

ภาพที่ 6 จาก Kissakorn Samruamjai Don

13308415_796063660530611_3666521525074187406_o-2

 

วิจารณ์ โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

เข้าใจว่าภาพนี้ ผู้ถ่ายพยายามจะให้เกิดการทับซ้อนของใบไม้กับหัว แต่ปัญหาคือการทับซ้อนนี้ไม่ช่วยให้ภาพน่าสนใจ หรือเล่าเรื่องเลย ปกติแล้ว การทับซ้อนมักจะให้เกิดความรู้สึกลึกลับ หรือกลืนกันเป็นสิ่งใหม่ แต่ภาพนี้ไม่ได้ทำให้เกิดทั้งสองอย่างที่ว่ามา

ปัญหาที่สองคือ Figure to ground การวางทั้ง Subject หลักที่ไม่ชัดอยู่แล้วเพราะอยู่หลังไม้คาน และด้านหลังของ Subject ยังเป็นร้านขายของซึ่งรก ทำให้จมหายไปเลย ไม่มีอะไรโดดเด่นขึ้นมา สิ่งนี้ต้องทำอย่างแรกคือมองหามุมอื่นที่ไม่ใช่มุมนี้

สิ่งหนึ่งที่เรามักจะมองเห็นจากคนเริ่มหัดถ่ายสตรีทคือการพยายามถ่ายภาพแนวต่อหัว บังหัวอะไรแบบนี้ (Cliche) ซึ่งจริงๆดีแล้วนะ เพราะมันเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายที่สุดในการเริ่มหัดถ่ายสตรีท แต่! ปัญหาคือ คนก็เลยไปให้ความสำคัญว่า “ฉันจะต้องพยายามเอาไอ้นี่ไปต่อกับไอ้นั่นให้ได้” ขอแนะนำว่าอย่าคิดแบบนั้นเป็นสิ่งแรก สิ่งที่คุณต้องมองให้ขาดกว่านั้นคือ Scene ที่ดี

Scene ที่ดีคืออะไร? คือเฟรมที่ Subject อยู่ในที่ที่ควรอยู่อย่างสวยงาม ไม่ถูกอะไรขัดขวางให้จมหายไป และ Subject มันต้องดูน่าสนใจด้วย นี่คือวัตถุดิบแรกที่คุณต้องมี ก่อนจะเอาพุ่มไม้หรือกิ่งไม้ที่มาบัง

ลองดูตัวอย่างง่ายๆ อันนี้เป็นของ Filippo Venturi ในซีรีย์ที่ชื่อว่า Made in Korea เราพยายามหาตัวอย่างที่ใกล้เคียงมาให้ดูเปรียบเทียบว่า ภาพนี้แตกต่างจากภาพที่ส่งมาอย่างไร? อย่างแรกคือ Figure to ground จะเห็นเลยว่าช่างภาพเลือกให้ Subject ไปอยู่บนพื้นถนนโล่ง นั่นทำให้ Subject โดดเด่น และยังมีองค์ประกอบเป็นต้นไม้ต่างๆมาเติมเต็มเฟรมให้ อย่างที่สองซึ่งสำคัญที่สุด! คือท่าทางของ Subject ที่น่าสนใจ ทำให้มันเล่าเรื่องด้วยภาพนี้สำเร็จ ทุกคนเห็นภาพนี้ปุ๊ป! เข้าใจได้เหมือนกัน

Unknown-12
© Filippo Venturi

 

 

ภาพที่ 7 จาก Wittaya Leng Sukhirunsati

13432369_10205399362618407_8670311446710655240_n

 

วิจารณ์ โดย กบ สยาม.มนุษย์.สตรีท

ลุง Elliott Erwittได้บอกเอาไว้ว่า “The whole point of taking pictures is so that you don’t have to explain things in words.” 
“ยืนเซ็งๆ” คือสิ่งที่ช่างภาพใส่ caption มาตอนโพสภาพ เหมือนเป็นการชี้นำคนดูไปแล้ว เสน่ห์อย่างหนึ่งของภาพสตรีทคือเราต้องการให้คนดูได้จินตนาการเอง

มาที่รูปกันบ้างเราชอบเส้นสายในภาพนี้ มีทั้งแนวตรง แนวนอน แนวเฉียง จากนั้นสายตาของเราทั้งหมดพุ่งไปยังลูกศรสีเหลือง จากนั้นค่อยเลือนลงมาถึงจะเห็นว่ามีคนยืนอยู่ ซึ่งยืนหันหลังทำให้ไม่เห็นสีหน้าท่าทางอารมณ์ของคน ซึ่งmood and tone ของภาพก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกันกับการที่คนยืนหันหลัง ทำให้ภาพนี้ดูยังไม่น่าสนใจนัก

สัดส่วนของภาพนี้ดูแปลกๆ จะแนวตั้งก็ไม่ใช่ สี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1) ก็ไม่เชิง อาจจะทำการครอปภาพมาทำให้องค์ประกอบภาพดูขาดๆเกินๆ ซึ่งเราคิดว่าถ้ามาเป็นแนวตั้งเห็นคนทั้งตัวเลยอาจจะดีขึ้น

สุดท้ายสิ่งที่เด่นที่สุดในภาพนี้สำหรับเราคือเส้นสายและลูกศร ถ้าชอบงานแนวๆนี้เราแนะนำให้ไปศึกษางานของ Siegfried Hansen หนังสือเค้าชื่อว่า Hold the Line ดูจบแล้วน่าจะมีแรงบันดาลใจออกไปถ่ายรูปอีกเยอะเลย

 

2_bearbeitet1000px--1
© Siegfried Hansen

 

 

ภาพที่ 8 จาก Ntl Wongpaisarn

 

13442213_1645587665766520_3776458687057570184_n

 

(1) วิจารณ์ โดย กบ สยาม.มนุษย์.สตรีท

ข้อดีของภาพนี้คือช่างภาพเข้าไปถ่ายใกล้ตัวแบบ มีการเล่นกับกระจกเงาสะท้อน ได้การวางเลเยอร์ของตัวคนในส่วนหน้า กลาง หลัง ได้จังหวะมือที่ตัวแบบไปในทิศทางเดียวกัน

แต่..ยังไม่มีอะไรในภาพที่น่าสนใจและดึงดูดพอ เริ่มที่คุณภาพของภาพสังเกตว่าน่าจะถ่ายมามืดไป ดูทึมๆจมๆ ไม่มีสีที่โดดเด่นสวยงามน่ามอง การปรับเป็นขาวดำอาจจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้(นิดหน่อย)

ตัวแบบเบลอซึ่งเป็นการเบลอที่มาจากการเคลื่อนไหวของคนและสปีดชัตเตอร์ที่เร็วไม่พอ ในการหยุดตัวแบบ ซึ่งการเบลอในภาพนี้ก็ไม่ได้สื่อความหมาย หรือส่งผลดีอะไรให้กับภาพรวม

การเล่นกับกระจกสะท้อนไปยังใบหน้าก็ยังไม่โดดเด่น เช่นถ้ารอจังหวะมีหน้าอีกคนซ้อนขึ้นมา ก็น่าจะน่าสนใจมากขึ้น

สุดท้ายคือเราไม่รู้ว่าช่างภาพต้องการสื่ออะไรให้เราดูในภาพนี้ มองแว๊บแรกก็เห็นเป็นคนกำลังจัดของแค่นั้น ยังขาดพระเอกของภาพอยู่ แต่เราว่าช่างภาพพอจะเข้าใจคำว่าสตรีทอยู่บ้าง เพียงแต่อาจจะต้องไปหารูปสตรีทดู ควบคุมกล้องให้ได้คุ้นมือ และฝึกมองหาสิ่งที่น่าสนใจเยอะๆ

(2) วิจารณ์ โดย Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

คนที่เริ่มต้นถ่ายสตรีทอย่างจริงจัง มีอย่างนึงที่เป็นทั้งข้อดีข้อเสีย นั่นคือการพยายาม Approach หรือเข้าหา Subject ซึ่งจากภาพนี้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่.. การ Approach นั้นต้องมาพร้อมการเลือก Subject ที่น่าสนใจ เหตุการณ์ที่น่าสนใจด้วย ขั้นตอนการถ่ายสตรีทจึงควรเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามก่อนว่า “อะไรที่ทำให้เราสนใจ Scene นี้จนต้องอยากเข้าไปถ่าย”

เมื่อเลือก Scene ที่น่าสนใจ เลือก Subject ที่น่าสนใจ ค่อย Approach เข้าไปหา และเริ่มต้นการวางเฟรมที่สวยงาม จับจังหวะของ Subject หรือเหตุการณ์นั้นๆที่น่าสนใจที่สุด เช่นเดียวกันกับที่บอกไปตอนต้นว่า Scene นี้ไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากภาพที่บอกว่า “พนักงานร้านอาหารกำลังทำงาน”

คำแนะนำต่อไปคือ ให้ดูงานสตรีทเยอะๆ เยอะจนมันซึมเข้าไป เมื่อเวลาที่เห็นเหตุการณ์อะไรแล้วมันนึกถึงงานสตรีทที่ดูๆมา นั่นแหล่ะ เราจะเริ่มเข้าใจการเลือก Scene ได้มากขึ้น

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างงานของ David Solomons ช่างภาพสตรีทจาก iN-PUBLIC เราเลือก Scene คล้ายๆกันมาให้ดูเปรียบเทียบ จะเห็นว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ การ Pose ของเชฟ ที่ดูสวย แล้วเพิ่มความน่าสนใจด้วยไฟสะท้อนกระจกไปที่หน้า (ซึ่งจะเห็นว่าภาพที่ส่งเข้ามา ก็มีลักษณะของการสะท้อนอยู่ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์) และสุดท้ายคือการวางเฟรมที่สวยงาม

15
© David Solomons / iN-PUBLIC

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s