ประวัติศาสตร์การถ่ายภาพสตรีท History of Street Photography 101 ตอนที่ 1

บทความ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

 

เรามักจะพบการถกเถียงเรื่องการถ่ายสตรีทอยู่บ่อยๆ หลายคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า Street Photography อย่างถูกต้องเท่าไหร่นัก และมักมีการโต้แย้งกันถึงประเด็นที่ว่า “การถ่ายภาพสตรีทนั้นก็เพียงแต่ถ่ายภาพบนท้องถนนทั่วๆไป” หรือ “ศิลปะนั้นไม่ควรมีคำจำกัดความ”

เอาจริงๆแล้ว วลีที่ว่า “ศิลปะไม่ควรจะมีกรอบ” นั้นก็ถูกต้องในส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกสิ่งย่อมมีที่มาที่ไป เหตุและผล เช่น คุณอาจจะเห็นว่า ปิกัสโซ วาดภาพคนแบบบิดเบี้ยว อย่างเช่นในยุค Cubism ที่ไม่มีความเหมือนมนุษย์ปกติที่เห็นเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปิกัสโซ วาดภาพเหมือน ได้เหมือนอย่างทะลุปรุโปร่งตั้งแต่วัยเด็กแล้ว นั่นหมายถึง เขาเข้าใจพื้นฐานของโครงสร้างงานศิลปะเป็นอย่างดี

การถ่ายภาพสตรีทก็เช่นกัน… ถ้าเราอยากเรียนรู้การถ่ายสตรีทที่แท้จริง ก็ย่อมต้องรู้พื้นฐาน ที่มาที่ไปของมันซะก่อน

ประวัติศาสตร์การถ่ายภาพสตรีท นั้นเริ่มต้นมาอย่างยาวนานนับร้อยปี ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ที่มีการถ่ายภาพอย่างจริงจัง มาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นยุคแห่งภาพข่าว พัฒนาต่อมาในช่วงฟิล์มสียุค ’50s ที่งานภาพสตรีทนำเทคนิคการเล่นกับสีมาใช้ ยุค ’80-90s ที่วงการสตรีทพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ มีการปฏิวัติ ถกเถียงถึงแนวทางใหม่ซึ่งกลายเป็นรากฐานมาสู่ยุค 2000 ที่วงการสตรีทก่อตัวเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ทั่วโลก จนมาถึงปัจจุบันนี้

เมื่อไม่กี่ปีก่อน มีการพูดคุยกันว่าภาพถ่ายของ Louis Daguerre ที่ได้ถ่ายภาพ Boulevard du Temple เมื่อปี 1838 จากหน้าต่างสตูดิโอนั้น อาจถือได้ว่าเป็นรูป Street Photography รูปแรกของโลก เพราะถ้าสังเกตให้ดีแล้ว จะมีคนยืนอยู่ในภาพ ซึ่งภาพสมัยนั้น ต้องใช้ Long Expose (การใช้แสงผ่านเข้าเลนส์ระยะยาว) อย่างน้อย 10-15 นาทีเลยทีเดียว

 

1280px-Boulevard_du_Temple_by_Daguerre
Boulevard du Temple

 

จริงๆแล้วคำว่า Street Photography ในความหมายปัจจุบันนั้น ถูกนำมาจำกัดความในภายหลังจากการถ่ายภาพที่เกิดขึ้นไปก่อนแล้ว หมายถึงว่า มีการถ่ายภาพสตรีทไปยาวนานถึงยุคสมัยนึง โดยไม่ได้ระบุหรือเรียกว่า Street Photography แล้วจนถึงจุดหนึ่ง จึงมีการใส่คำว่า Street Photography ย้อนหลังกลับไปสู่รากเหง้า

เดิมทีแล้ว คำว่า Street Photography ที่ถูกใช้มาก่อนในต้นศตวรรษที่ 20 นั้น (ประมาณปี 1900) ช่างภาพสตรีทในยุคนั้น หมายถึง ช่างภาพที่มีอาชีพถ่ายรูปอยู่ข้างถนนให้กับผู้คนทั่วไป คล้ายๆนักวาดภาพเหมือนข้างถนน

อาชีพนี้จะอยู่ตามจุดใหญ่ๆของเมืองใหญ่ๆ เช่น ไทม์สแควร์ นิวยอร์ค , พิคคาดิลลี่ เซอร์คัส ลอนดอน เป็นต้น ช่างภาพพวกนี้จะถ่ายภาพให้ เก็บเงิน แล้วส่งภาพที่อัดแล้วกลับไปให้ทีหลัง

ในขณะที่ควาหมายของการเป็นช่างภาพสตรีทในปัจจุบันนั้น มีความหมายไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งพูดกันสั้นๆก็คือ ช่างภาพที่ออกไปถ่ายรูปในพื้นที่สาธารณะ โดยวิธีการ แคนดิด (Candid) หรือการถ่ายภาพที่ไม่มีการจัดฉาก ซึ่ง ณ ความหมายนี้ Street Photography จะชัดเจนว่า ผู้ที่ถูกถ่ายจะต้องไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน (คนละความหมายกับคำว่า “รู้ตัว” ซึ่งจะมีการพูดถึงต่อไป)

แต่สรุปหัวใจของการตีความ Street Photography ในปัจจุบันนั่นคือ เป็นการถ่ายภาพในพื้นที่สาธารณะ (พื้นที่ที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้) โดยไม่มีการจัดฉาก ไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน

Colin Westerbeck อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัย UCLA ด้านประวัติศาสตร์ภาพถ่าย และเป็นเขียนหนังสือที่ชื่อว่า Bystander: A History of Street Photography กล่าวไว้ว่า ภาพถ่ายสตรีทเป็นภาพถ่ายที่สามารถบอกสิ่งสำคัญอันเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมดในภาพไว้ได้ ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของช่างภาพนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ , Subject , สถานที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างไปจากภาพถ่ายปกติประเภทอื่นๆ

จุดกำเนิดการระบุประเภทการถ่ายภาพว่า Street Photography จริงๆแล้วก็ไม่ต่างกับการจัดหมวดหมู่การถ่ายภาพอื่นๆ เนื่องจากมีความซ้ำซ้อนของประเภทการถ่ายภาพมากขึ้นเรื่อยๆ การถ่ายภาพประเภท ภาพข่าว ภาพสารคดี ภาพสตรีท มีความคล้ายคลึงกันมาก หรือเกี่ยวพันกัน เนื่องจากจริงๆแล้ว ทั้งหมดนี้มีรากเหง้าเดียวกัน เปรียบเสมือน เพลงร็อคในแนวต่างๆ ก็มาจากรากฐานเพลง Blues ด้วยกันทั้งนั้น

(คลิกอ่านเพิ่มเติมบทความ “อะไรคือความแตกต่างระหว่าง ภาพสตรีท กับ ภาพถ่ายสารคดี”)

บางภาพอาจจะมีความหมายได้ทั้ง 3 อย่าง หรืออย่างใดอย่างนึง นั่นทำให้เกิดการตีความจากพัฒนาการภาพสตรีทในยุคหลังเพิ่มเติม

Photo Journalism หรือภาพข่าว , Documentary Photography หรือภาพสารคดี ทั้งสองรูปแบบนี้ คือการพยายามถ่ายภาพให้ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง แต่ในขณะที่ Street Photography คือการสร้างสรรค์งานภาพจากประสบการณ์ของตัวเอง มุมมองของตัวเอง เพื่อทำให้เกิดเรื่องราวใหม่ ซึ่งอาจจะใช่ หรือไม่ใช่เรื่องจริง ณ ช่วงเวลานั้นก็ได้

 

ฝรั่งเศส ประเทศแห่งการกำเนิด Street Photography

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว ภาพสตรีท หรือ Street Photography ตามความหมายในปัจจุบันนี้ ถือกำเนิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส โดยมี Eugene Atget (อูเช่น อาเช่) ช่างภาพชาวฝรั่งเศสเป็นจุดเชื่อมโยง

ปี 1853 หลังการขึ้นครองราชย์ประเทศฝรั่งเศสโดยนโปเลียนที่ 3 ไม่นานนัก ทรงมีแนวทางที่จะปรับปรุงปารีสครั้งใหญ่ โดยเฉพาะใจกลางเมืองที่มืดหม่น สกปรก คนหนาแน่น โจรชุกชุม ให้กลายเป็นเมืองหลวงที่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งทรงได้ทำการแต่งตั้ง Georges-Eugène Haussmann ให้เป็นผู้ดูแล

ในช่วงเวลานั้น 60% ของปารีสได้ถูกทำลาย จากสงครามกลางเมือง เมื่อมีการปรับเปลี่ยนผังเมืองใหม่ สร้างเมืองใหม่ นั่นหมายถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสังคมไปด้วย รวมทั้งมีการจัดการนำเอาผู้คนยากจนที่มีมากเกิน ย้ายออกไปสู่รอบนอกเมือง บ้านเรือนที่ดูทรุดโทรมต่างๆก็ถูกแปลงให้กลายเป็นตึกที่สวยงาม สวนสาธารณะ จัตุรัส ระบบสาธารณูปโภคใหม่ และย้ายชนชั้นกลางเข้ามาแทน

อีกจุดที่สำคัญในเชิงการเมืองจนเป็นเหตุผลให้ต้องปรับผังเมืองใหม่นั่นก็คือ ปารีสมีถนนที่เล็กมาก การที่ปรับเปลี่ยนไปสู่ถนนที่กว้างใหญ่ในเมือง จะทำให้สามารถควบคุมฝูงชนเมื่อมีการชุมนุมได้ด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่ามา ใช้เวลาปรับเปลี่ยนอย่างยาวนาน

Eugene Atget (1857 – 1927)

Eugene Atget (อูเช่น อาเช่) เขาเป็นคนเดินเรือ เป็นนักแสดงที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก จึงหันมาทำอาชีพเป็นช่างภาพ (ซึ่งก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในช่วงชีวิตของเขาเช่นกัน) เขาใช้กล้อง Large Format ที่ใช้ฟิล์มกระจกเป็นตัวเก็บภาพ เริ่มต้นถ่ายภาพบ้านเมืองในปารีสเพื่อเก็บภาพความเปลี่ยนแปลงต่างๆในปารีสตลอดช่วงที่มีการปรับเปลี่ยน (ประมาณปี 1897 ถึง 1927) ทั้งสวน ทั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เขาจะตื่นเช้าแล้วเข็นกล้องของเขาไปตามถนน

 

8385011_orig

atget57

 

จริงๆแล้วงานถ่ายภาพของเขาเป็นเพียงการเก็บภาพบ้านเมืองเพื่อนำไปสร้างสิ่งต่างๆ เช่น นำภาพไปเป็นแบบร่างอาคาร ฉากแสดง ฯลฯ แต่นั่นกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้เก็บเกี่ยวความเปลี่ยนแปลงของปารีสในแบบที่ไม่เหมือนใคร

ในสไตล์การถ่ายรูปของเขา เขามักจะต้องถ่ายให้ภาพดูช่างว่างเปล่า ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแทบจะเหมือนเมืองร้าง ซึ่งแตกต่างจากภาพทั่วไปที่เรารู้สึกกับปารีสที่มักจะเต็มไปด้วยผู้คน อย่างเช่นภาพร้านกาแฟที่มักจะมีคนนั่งมากมาย แต่เมื่อเป็นภาพของอาเช่ จะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

 

atget59

 

แต่ก็ใช่ว่างานของเขาจะไร้ซึ่งผู้คนเสมอ งานหลายงานของเขาก็มีภาพคนปรากฏในนั้น ซึ่งส่วนใหญ่คือพวกชนชั้นแรงงานในปารีส แต่ในสมัยนั้น อาเช่ต้องขอให้คนที่เขาจะถ่ายโพสท่าให้ เพราะกล้องในสมัยนั้นมีความไวแสงช้ามาก ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะถ่ายเสร็จ จำเป็นต้องให้แบบอยู่นิ่งๆ

 

Unknown

 

สิ่งที่เชื่อมโยงให้งานของอาเช่คือจุดกำเนิดของภาพสตรีทนั่นคือ การตั้งคำถาม และการนำเสนอที่แตกต่างไปจากความเป็นจริง เมื่อดูภาพของอาเช่แล้วจะพบคำถามที่ผู้ชมตั้งขึ้นในใจว่าศิลปินคิดอะไร หรือมีจิตใต้สำนึกอย่างไรกับสิ่งที่นำเสนอ ซึ่งในแต่ละภาพของเขา ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ในขั้นแรกถึงจินตนาการ จากไอเดียภายในความคิดส่วนลึกของศิลปิน (เช่น ความเงียบงัน การเปรียบเปรยบางอย่าง)

 

atget16

Eugène_Atget,_Men's_Fashions,_1925

 

อีกสิ่งที่ทำให้ทำลายข้อสงสัยที่ว่า ภาพสตรีทนั้นจำเป็นต้องมีคนอยู่ในภาพหรือไม่? งานของอาเช่เป็นการตอบคำถามแล้วว่า รากเหง้าของงานสตรีทเองนั้น ไม่มีคนอยู่ในภาพด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น การมีหรือไม่มีคนอยู่ในภาพจึงไม่ใช่ปัจจัยของงานสตรีท

งานของอาเช่ ไม่เคยประสบความสำเร็จในเชิงศิลปะตลอดช่วงชีวิตเขา และในอีกหลายปีต่อมา กว่าที่งานของอาเช่จะได้รับความสนใจในโลก ก็ผ่านมาถึงปลายยุค ’60s แล้ว ซึ่งนั่นเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้เขาถูกย้อนกลับไปตีความว่าเป็นรากเหง้าที่มาของ Street Photography ในภายหลัง

 

Jacques Henri Lartigue (1894 – 1986)

จาค อองลี ลาคทีง เป็นทั้งช่างภาพและศิลปินภาพวาด เขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย เมื่อตอนที่เขาอายุได้ 8 ขวบ พ่อของเขาได้ให้กล้องเป็นของขวัญวันเกิด นั่นคือจุดกำเนิดที่ทำให้เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพ (ในสมัยยุคต้น 1900 กล้องยังเป็นของสำหรับคนมีอันจะกิน) เขาเริ่มต้นจากการศึกษาศิลปะด้านการวาดภาพก่อนจะหันมาถ่ายภาพ แม้ว่าเขาจะถ่ายภาพได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพแฟชั่นยันภาพในการแข่งขันรถ ไปจนถึงบนเครื่องบิน แต่ลาคทีงเองก็รักที่จะ Snap ภาพชีวิตคน ไม่ว่าจะเป็นคนรอบๆตัวหรือคนบนท้องถนน

ประเด็นที่จะชี้ให้เห็นคือ ภาพของลาคทีงแตกต่างจากอาเช่อย่างเห็นได้ชัด ปารีสในมุมของลาคทีงมีชีวิตชีวากว่า เต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวสวยๆ แฟชั่นของการเริ่มต้นศตวรรษที่ 20 อย่างแท้จริง เสื้อผ้า รถยนต์ นั่นทำให้เราเริ่มต้นเห็นมุมมองของการถ่ายภาพสตรีทที่ชัดเจนขึ้นไปอีกขั้น

และคล้ายกันกับอาเช่ กว่าที่ผู้คนจะรู้จักงานของลาคทีง ก็ปาเข้าไปถึงต้นยุค ’60s แล้ว

 

lartigue_25

lartigue_44

Unknown

 

 

André Kertész (1894 – 1985)

อองดรี เคียกเตสซ์ ช่างภาพชาวฮังการี เกิดในครอบครัวชาวยิว เขาเริ่มสนใจการถ่ายภาพอย่างจริงจังในช่วงอายุประมาณ 18 ปี และเริ่มเก็บเงินซื้อกล้องเป็นตัวแรก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาถูกส่งไปแนวหน้าซึ่งเขาได้ทำหน้าที่ถ่ายภาพชีวิตในสนามรบ แต่ภาพเหล่านั้นถูกทำลายระหว่างการปฏิวัติฮังกาเรียนในปี 1919 ซึ่งนั่นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บด้วย

 

EPSON MFP image

kertesz-18

 

ช่วงปี 1925 เขาได้อพยพมาอยู่ที่ปารีส (ในช่วงเดียวกับช่างภาพในตำนานอย่าง Robert Capa) งานของเขาพัฒนาไปสู่จุดสำคัญในงานศิลปะด้านการถ่ายภาพ แต่ละภาพมีการวางรากฐานที่เกิดความคิดแปลกใหม่ มุมมองใหม่มากกว่าแค่การจับภาพเฉยๆ

อองดรี ใช้รูปทรงเลขาคณิตเข้ามาประกอบในเฟรม ทดลองภาพมุมสูง ทดลองการวางองค์ประกอบแปลกๆอีกมายมายในงานของเขา จนช่างภาพในยุคต่อมาได้กล่าวเอาไว้ว่า อะไรที่ช่างภาพคิดจะทำนั้น อองเดรได้ทำเอาไว้หมดแล้ว แม้แต่การเป็นช่างภาพคนแรกของโลกที่จัดแสดงผลงานนิทรรศการภาพเดี่ยวของตัวเองในปี 1927

 

stairs_of_monmartre

kertesz_6

 

“ถ้าคุณอยากจะหัดเขียนให้เป็น คุณต้องเรียนรู้ตัวอักษรแต่ละตัว เมื่อคุณลงมือฝึกเขียน เขียน แล้วก็เขียน คุณจะสามารถเขียนตัวอักษรได้สวยงาม แต่..ตัวอักษรนั้นไม่ได้สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญคือคุณกำลังเขียนอะไรลงไปต่างหาก นั่นแหล่ะ มันก็เหมือนกับการถ่ายรูป การถ่ายรูปที่เต็มไปด้วยเทคนิคที่เพอร์เฟคหรือสวยงาม มันก็ไม่ใช่ว่ามันจะแสดงออกทางความรู้สึกได้” อองดรี เคียกเตสซ์ ได้กล่าวไว้

 

andré-kertész-on-the-boulevards

andré-kertész-man-reading-between-two-trees

 

การพูดถึงงานของอองดรีนั้น เพราะเทคนิคในงานของเขา กลายเป็นงานที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อช่างภาพในตำนานอีกคน ที่จะกลายเป็นเสาหลักสำคัญของวงการสตรีทโลกในยุคแรกอย่างแท้จริง เจ้าของคำว่า The Decisive Moment กุญแจสำคัญของการถ่ายภาพสตรีทในเวลาต่อมา Henri Cartier-Bresson

ติดตามตอนต่อไป…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s