เรียนรู้วิธีคิดงานของ Martin Parr ช่างภาพที่ทรงอิทธิพลจากเกาะอังกฤษ

บทความ/เรียบเรียง : อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (SUN)

งานของ Martin Parr ช่างภาพชาวอังกฤษ มักเป็นที่ถกเถียงกันว่า เขาคือช่างภาพสตรีทหรือช่างภาพสารคดีกันแน่? บางคนก็ปฏิเสธที่จะเรียกเขาว่าเป็นช่างภาพสตรีทเลยด้วยซ้ำไป เพราะถ้านับเป็นภาพๆแล้ว ก็อาจจะมีไม่กี่ภาพเท่านั้นที่นับได้ว่าเป็นภาพสตรีทที่โดดเด่นอย่างมาก แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นช่างภาพประเภทไหนก็ตาม งานของ Martin Parr กลับมีบทบาทสำคัญ มีอิทธิพลกับช่างภาพมากมายกับทั้งวงการภาพสตรีทและภาพสารคดีตั้งแต่ยุค ’70s เป็นต้นมา

สำหรับเราแล้ว Martin Parr คือช่างภาพสารคดีที่วิธีคิดของเขา ช่วยให้การถ่ายภาพสตรีทของช่างภาพสตรีทแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ความตลกร้าย , สีจัดจ้านแบบ Pop Art , เทคนิคแพรวพราว  , กราฟฟิค , ความประดักประเดิดของวัฒนธรรม ฯลฯ สอนให้เราเรียนรู้วิธีการสื่อสารกับคนดูผ่านภาพถ่าย

Martin Parr เติบโตใน Surrey ประเทศอังกฤษ เขามักจะออกไปกับพ่อในวันหยุดเพื่อไปดูนก ซึ่งเป็นกิจกรรมโปรดของพ่อ Parr บอกว่าแม้ว่าการเชื่อมโยงระหว่างการถ่ายภาพกับการศึกษานกนี่แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ ซ้ำซาก แต่นี่แหล่ะ..คือสิ่งที่ทำให้เขามองเห็นบางอย่างในนั้น การมองหาสิ่งพิเศษ (นกพันธุ์แปลกๆ) ในสภาพแวดล้อมที่น่าเบื่อ เหมือนเดิม ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ต้องคอยสังเกตว่ามันทำอะไรบ้าง ซึ่งมันเกี่ยวโยงไปถึงการถ่ายภาพสารคดี และในความธรรมดา น่าเบื่อนั้น เขาค้นพบสิ่งพิเศษผ่าน “ท่าทาง” และ “การเคลื่อนไหว” ของสิ่งมีชีวิต บางทีก็จะเป็นการปฏิสัมพันธ์ที่แปลกๆของสิ่งมีชีวิต เหล่านี้…คือหัวใจของงาน Martin Parr ในเวลาต่อมา

Martin Parr ในวัยเด็ก มีกิจกรรมโปรดปรานของคนอังกฤษที่เรียกว่า Trainspotting คือยืนสังเกตรถไฟที่วิ่งเข้าออกสถานีแล้วจดหมายเลขที่ขบวนให้ทัน เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องไปถึงการสะสมต่างๆของเขา ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด , ของชำร่วย , กระดาษวอล์เปเปอร์ และหนังสือภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้เขาคือหนึ่งในนักสะสมหนังสือภาพคนสำคัญของโลกเลย การที่เขามีงานอดิเรกที่เกี่ยวเนื่องกับของสะสมมากมาย ก็กลายเป็นการพัฒนาไปสู่งานภาพถ่ายของเขาเช่นกัน

ช่วงยุค 1960 เขาเดินทางไปรอบๆ Yorkshire กับคุณปู่ George Parr ซึ่งชอบถ่ายภาพ ระหว่างนั้นเองทำให้เขาเริ่มเก็บเกี่ยวเรื่องราวของวัฒนธรรมต่างๆของคนอังกฤษที่ยังยึดติดกับวิถีเดิมๆช่วงยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้วัฒนธรรมใหม่ๆเข้าไปไม่ถึงที่นั่น ภาพเหล่านี้เองที่ทำให้ Parr ประทับใจในความสวยงามแบบชนบทซึ่งมองผ่านมุมมองของคุณปู่ George 

 

IMG_1797
Martin Parr กับปู่ของเขา ถ่ายเมื่อปี 1955

 

และสิ่งเหล่านี้เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนางานภาพถ่ายแนวร่วมสมัยของ Parr ในช่วง ’70s ที่เขาเริ่มต้นเข้าเรียนเกี่ยวกับการถ่ายภาพอย่างจริงจัง งานของ Parr เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบลูกทุ่งๆชนบททางเหนือของอังกฤษ ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอย ความไม่เท่าเทียมกันในยุคที่อุตสาหกรรมได้เริ่มปิดตัวลง ปัญหาทางสังคมเริ่มเกิดขึ้น

 

bird-club
© Martin Parr / Magnum Photos ชมรมชมนก (1972)

 

Martin Parr เริ่มถ่ายทอดออกมาเป็นภาพขาวดำในยุคแรกๆ โดยศิลปินที่มีอิทธิพลต่อเขาเป็นหลักก็คือ Tony Ray-Jones งานของ Jones แตกต่างไปจากช่างภาพชื่อดังในยุคเดียวกันอย่าง Lee Friedlander , Gary Winogrand , Robert Frank ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฝั่งอเมริกา รวมไปถึงแตกต่างไปจากงานของช่างภาพอังกฤษอย่าง Roger Mayne , Don McCullin ที่ค่อนข้างมีความดั้งเดิมด้วย

 

1993-5016_60_3
งานของ Tony Ray-Jones ซึ่งมีอิทธิพลต่องานของ Martin Parr เป็นอย่างมาก / ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 1967

 

เขาเคยพูดถึงปีแรกในการเรียนถ่ายรูปจริงจังของเขา ว่าแม้จะเริ่มสนใจในวัฒนธรรมในชนบทของอังกฤษและเริ่มสร้างงานโปรเจคของตัวเอง (ซึ่งส่วนใหญ่ Parr จะใช้เวลาอยู่แถว Blackpool และ Manchester) แต่เขากลับพบว่า ภาพในปีแรกของเขามันช่างว่างเปล่า ไม่มีเนื้อหาอะไร ดังนั้น Parr จึงเริ่มค้นหาวิธีที่เขาจะต้องสื่อสารให้มากขึ้น เขาเริ่มจากไอเดียของซีรีย์ทีวีชื่อดังในยุค ’60s ที่ชื่อว่า “Coronation Street” ซึ่งมีตัวละครที่แทนความเป็นชาวบ้านอังกฤษทั่วไปในยุคนั้นอย่างตรงมาตรงไป  เขาเริ่มมองหา Coronation Street ในชีวิตจริงและตามถ่ายครอบครัวต่างๆได้ 16 ครอบครัว จนกลายมาเป็นโปรเจคที่ชื่อว่า Home Sweet Home (1974) ซึ่งนับได้ว่า นี่คือโปรเจคเริ่มต้นของเขา

IMG_1798
สูจิบัตรงาน Installation ของ Martin Parr ที่ชื่อว่า Home Sweet Home (1974)

 

GB. England. Manchester. Home Sweet Home installation. 1974.
ุ งาน Installation ในโปรเจค Home Sweet Home ของ Martin Parr ที่รวมเอาภาพที่ให้ความรู้สึก Traditional มาตกแต่งอยู่ในบรรยากาศ Traditional อีกที (1974)

 

ในโปรเจค Home Sweet Home นั้น เขาไม่เพียงแต่แค่ถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังผสมผสานงานศิลปะอื่นๆเข้ามาประกอบกันด้วยเพื่องาน Exhibition ไม่ว่าจะเป็นนำเอาพวกของ Kitsch ของสะสมต่างๆ ของตกแต่งในบ้าน เพื่อให้งานของเขามีกลิ่นอายและรับรู้ได้ถึงวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม

ช่วงต้น ’70s ถึงต้น ’80s Martin Parr ยังใช้ฟิล์มขาวดำและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมชนบทของอังกฤษเป็นหลัก โดยเฉพาะงานในชุด The Nonconformists , Beauty Spots , A Fair Day และ Bad Weather เป็นต้น ซึ่งงานชุดเหล่านี้ แสดงให้เห็นทิศทางของเขาในยุคต้นได้อย่างชัดเจนที่สุด รวมไปถึงการได้รับอิทธิพลจาก Tony Ray-Jones มาอย่างมากจนแทบจะเป็นการทำงานที่ดูเป็นการสานต่อกัน (ปัจจุบัน Martin Parr คือผู้ที่นำเอางานของ Tony Ray-Jones มาจัดแสดงร่วมกันกับงานของเขาเพื่อเป็นการ Tribute ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า Only in England

 

GB. England. West Yorkshire. Todmorden. Jubilee Celebrations. Street Parties. 1977.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ The Nonconformists (1977)

 

eacb236da8f733278227f804420967e2
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ Beauty Spots (1972)

 

IRELAND. County Leitrim. Killargue. St Mary's Holy Well. This well is visited on 15th August, The Feast of Assumption, for private prayers. From 'A Fair Day'. 1980-3.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ A Fair Day (1980-3)

 

IRELAND. Dublin. O'Connell Bridge. From 'Bad Weather". October. 1981.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ Bad Weather (October 1981)

 

ในยุคกลาง ’80s Martin Parr เปลี่ยนมาถ่ายภาพด้วยฟิล์มสี โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินอย่าง William Eggleston , Joel Sternfeld ซึ่งเป็นศิลปินที่ถ่ายภาพในสถานการณ์ คนธรรมดาๆที่เห็นได้ทั่วไป แต่มีอะไรบางอย่างส่งผลต่อสิ่งอื่นๆได้ ซึ่งนั่นกลายเป็นที่มาจากซีรีย์ภาพสีที่ทรงพลังที่สุดของ Martin Parr นั่นคือ “The Last Resort”

 

จากซีรีย์ 'The Last Resort'. (1983-85) เขาหันมาใช้กล้อง Makina 67 ซึ่งเป็นกล้อง Medium Format ที่ให้ภาพคมชัด ละเอียดและใช้ Ring Flash ช่วยให้ได้สีสันที่จัดจ้านมากยิ่งขึ้น
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘The Last Resort’. (1983-85) เขาหันมาใช้กล้อง Makina 67 ซึ่งเป็นกล้อง Medium Format ที่ให้ภาพคมชัด ละเอียดและใช้ Ring Flash ช่วยให้ได้สีสันที่จัดจ้านมากยิ่งขึ้น

โทนสีของ Parr นั้น มีแรงบันดาลใจมากจากโปสการ์ดในสมัยนั้นที่มีสีสันจัดจ้าน และสอดคล้องกับความชอบในของประเภท Kitsch ของเขาด้วย (พวกสินค้าถูกๆ สีสันจัดจ้าน ไม่รู้จะซื้อทำไม เช่น ของที่ระลึก ของใช้ถูกๆ เป็นต้น) ก็กลายเป็นทั้งความตลกร้าย และยังมีความเป็นแฟชั่นอยู่ในนั้นด้วย นั่นทำให้งานศิลปะของ Parr ไม่เคยเชยไปตามกาลเวลา และเกิดเป็นการพัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพสีที่แตกต่างออกไปจากศิลปินคนอื่นๆในยุคเดียวกัน

 

GB. England. New Brighton. From 'The Last Resort'. 1983-85.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘The Last Resort’. (1983-85)

 

The Last Resort ว่าด้วยเรื่องในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำจากนโยบายของรัฐบาลอังกฤษในยุคนั้น ส่งผลให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก Parr พาเราไปมองผู้คนในชนชั้นแรงงาน โดยอาศัยฉากหลังคือ New Brighton ทะเลที่ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชนชั้นแรงงานในยุคนั้น และแม้ว่าดูจะเป็นเรื่องราวธรรมดาๆ แต่กลับบอกถึงวิถีชีวิตของคนอังกฤษได้อย่างลึกซึ้ง

 

GB. England. New Brighton. From 'The Last Resort'. 1983-85.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘The Last Resort’. (1983-85)

 

GB. England. New Brighton. From 'The Last Resort'. 1983-85.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘The Last Resort’. (1983-85)

 

งานของ Martin Parr สะท้อนให้เห็นภาพระหว่างชนชั้น จากตัวเขาเองซึ่งเป็นชนชั้นกลาง มองดูชนชั้นแรงงาน อย่างเช่นใน The Last Resort หรือจากชนชั้นกลางมองชนชั้นกลางด้วยกัน โดยมีพื้นหลังเป็นเรื่องปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจของอังกฤษ เขามีมุมมองตลกร้าย เสียดสีอย่างแหลมคม อาจจะมองผ่านอาหารจั๊งค์ๆในซีรีย์ Common Sense และ Real Food , บรรดาทัวร์นักท่องเที่ยวตามสถานที่ป๊อปๆใน Small World , ชนชั้นกลางในสังคมทุนนิยมอย่าง The Cost of Living

 

SPAIN. Benidorm. From 'Common Sense'. 1997.
© Martin Parr / Magnum Photos ภาพคุณป้าอาบแดดอันลือลั่นจากซีรีย์ ‘Common Sense’. (1997)

 

martin_parr_des_gouts_phaidon_livre_photographe
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ Real Food (1995)

 

จากซีรีย์ 'Small World' (1990)
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘Small World’ (1990)

 

จากซีรีย์ 'The Cost of Living'. 1986-89.
© Martin Parr / Magnum Photos จากซีรีย์ ‘The Cost of Living’ (1986-89)

 

ยังมีงานอีกมากมายของ Martin Parr ให้ได้ศึกษากัน จะเห็นได้ว่าพื้นฐานงานของเขาเป็นงานสารคดีเป็นหลัก เพียงแต่หลายๆภาพนั้นมีเทคนิคของการถ่ายสตรีทที่น่าสนใจ สิ่งสำคัญที่ Parr เองมักพูดเสมอนั่นคือ การพัฒนางานจากภาพเดี่ยวไปสู่การทำโปรเจคหรือซีรีย์นั้น คือสิ่งที่ช่างภาพควรศึกษาและทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการพัฒนางานของตัวเองแล้ว ยังทำให้เรารู้จักตัวตนของเราในเชิงศิลปะอีกด้วย

งานในยุคหลังๆของ Martin Parr ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นการตอบย้ำให้เราจดจำเสมอว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการถ่ายภาพนั้น ไม่ใช่เทคนิค (เพราะเขาเลยจุดที่คุยเรื่องเทคนิคไปหมดแล้ว) แต่หัวใจมันอยู่ที่ว่า “เราจะเล่าอะไร?” ต่างหาก และเขายังคงเล่าเรื่องความเป็น “อังกฤษ” แบบหยั่งลึกลงไปเสมอๆ จนกลายเป็นเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ของอังกฤษในช่วงยุค ’70 เป็นต้นมา ด้วยภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เสียดสี  ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์ของเขาอย่างสม่ำเสมอ

 

GB. England. London. City of London. Silent Ceremony. 2014
© Martin Parr / Magnum Photos 2014

 

FRANCE. Nice. 2015.
© Martin Parr / Magnum Photos 2015

 

SWITZERLAND. St Moritz. St Moritz polo world cup on snow. Spectators at the event. 2011.
© Martin Parr / Magnum Photos 2011

 

ปัจจุบัน Martin Parr ทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่มช่างภาพ Magnum Photos คนล่าสุด และเป็นช่างภาพที่มีหนังสือภาพมากที่สุด ขายดีที่สุด และทำเงินจากการถ่ายภาพมากที่สุดในกลุ่มช่างภาพ Magnum Photos อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s