7 วิธีการจับจังหวะ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ในการถ่ายภาพสตรีท

บทความ โดย Eric Kim จากบทความเรื่อง 7 Tips How to Capture “The Decisive Moment” in Street Photography

 

elegance-seoul-2009

 

The Decisive Moment ซึ่งแปลเป็นไทยได้หลากหลายมาก แต่ใจความนั้น ประมาณความหมายได้ว่า “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ซึ่งเป็นคอนเซปที่กล่าวเอาไว้โดยปู่อองลี Henri Cartier-Bresson ผู้ให้กำเนิดการถ่ายภาพสตรีทอย่างเป็นทางการ

The “Decisive Moment” เป็นช่วงเวลาที่งดงามของเสี้ยววินาที ที่ซึ่งทุกองค์ประกอบภาพมารวมตัวกันอย่างมิได้นัดหมาย และมีแค่เสี้ยววินาทีนั้นที่จะสามารถจับภาพไว้ได้ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ?ที่เราจะสามารถจับภาพจังหวะ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” นั้นไว้ได้เป็นอย่างดี หรือจะรู้ได้อย่างไรว่านั่น…จะเป็นเสี้ยววินาทีสำคัญ?

 

1.จังหวะไหนคือ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” สำหรับเรา?

 

R0000626

 

เริ่มต้น..เราจะต้องรู้ซะก่อนว่าอะไร? คือจังหวะ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ของเรา? สำหรับผมแล้ว มันคือจังหวะที่มีความหมายเฉพาะเรา สามารถทำให้เราใจเต้นแรงได้

เวลาที่ผมเห็น ” เสี้ยววินาทีสำคัญ” นั้น ผมจะรู้สึกตื่นเต้น ใจเต้นแรง เห็นสิ่งที่มันสวยงามสำหรับชีวิตผมจนอยากจะจับภาพนั้นไว้ แล้วแชร์ให้ทุกคนได้ดู

2. ตามสัญชาตญาณตัวเอง

 

three-men_square

 

เวลาที่ผมออกไปเดินบนถนน ผมพยายามที่จะไปตามสัญชาตญาณตัวเอง พยายามที่จะเข้าถึงวิถีเซน ด้วยการวิเคราะห์ไปตามสิ่งแวดล้อมเมื่อเราเดินไป ผมพยายามไม่คิดอะไรเลย ปิดเสียง ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกอย่าง เพื่อให้ใจสงบและมีสมาธิอยู่กับสิ่งต่างๆบนถนน

3. ตั้งค่าเอาไว้แล้วลืมมันไปซะ

 

UFO-Santa-Monica-2010

 

เวลาที่ผมเห็นอะไรที่มีโอกาสที่จะเป็น “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ผมจะไม่คิดอะไรทั้งนั้น แค่กดชัตเตอร์ไป

ในความหมายทางเทคนิค ผมชอบที่จะ “ตั้งค่าเอาไว้แล้วลืมมันไปซะ” หมายถึงว่า ปกติแล้วผมจะตั้งค่ากล้องเอาไว้ที่โหมด “P” ( Program โหมดที่กล้องจะเซ็ตค่าทุกอย่างเป็นอัตโนมัติทั้งหมด ทั้งรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ ) ISO ก็อยู่ราวๆ 1600 ( ซึ่งจะทำให้ผมใช้ความเร็วชัตเตอร์ด้วยค่าที่เร็ว) ออโต้โฟกัสแบบจุดตรงกลาง และ..ก็แค่กดชัตเตอร์ไป

เมื่อผมไม่ต้องคอยพะวงเรื่องกล้องในการตั้งค่าต่างๆ ผมก็จะสามารถไปใส่ใจกับการจับ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ได้

4. ถ่ายในสิ่งที่คุณกลัว

 

R0001531

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นคนหรือซีนที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว นั่นแสดงว่ามันมีโอกาสที่จะเป็น “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ผมใช้ความกลัวเป็นเครื่องวัดว่าซีนนั้นมันน่าสนใจหรือเปล่า?

ยกตัวอย่าง ถ้าผมเดินไปตามถนนและผมเห็นใครสักคนหรือซีนสักซีนที่ทำให้ใจเต้นรัวๆ ผมแน่ใจเลยว่าควรจะต้องถ่ายสิ่งนั้น เพื่อที่จะไม่ต้องมานั่งเสียใจ เสียดายทีหลัง

 

0-one-eye-contact-mikie

 

บางทีผมเจอคนที่ดูน่าสนใจแล้วผมเดินเลยไป ผมจะรู้สึกเสียดาย พอผมเดินกลับไปเพื่อจะเข้าไปขอถ่ายภาพพอร์ทเทรตเขา บางทีผมก็โดนปฏิเสธนะ แต่ส่วนใหญ่พวกเขามักจะโอเค

5.มองหาอารมณ์และท่าทาง

 

L1036770-2

 

ผมคิดว่า “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ที่ดีที่สุด หรืออันที่ผมมองเห็นท่าทางที่มีพลัง หรือมีอารมณ์ของซีนนั้น ผมมักไม่ค่อยถ่ายภาพคนที่แสดงท่าทางอย่างการวางมือโดยตัวเขาเอง แต่ผมจะมองหาจังหวะที่ไหลไปตามอารมณ์ซึ่งจะเห็นได้จากภาษากาย เช่น การวางมือที่ใบหน้า บนสะโพก หรือไม่ก็ดูที่สีหน้าของพวกเขา

 

1-la-sweat-contact

 

ผมยังคงฟังเสียงอารมณ์ของตัวเอง วันไหนที่ผมรู้สึกเหงาหรือหดหู่ ผมก็จะมองหาผู้คนบนท้องถนนที่รู้สึกอะไรคล้ายๆกัน ถ้าวันไหนผมรู้สึกมั่นใจ คึกคัก ผมก็จะมองหาอะไรที่สนุกๆบนท้องถนน (อย่างเช่นเด็กๆที่กำลังเล่นซน หรือคู่รัก)

6. อะไรที่มันมีความหมายต่อชีวิตส่วนตัวของคุณ?

 

R0001006

 

สุดท้ายแล้ว ผมมองหาสิ่งที่มีความหมายต่อตัวผมเองใน “เสี้ยววินาทีสำคัญ” มันไม่ใช่แค่จะถ่ายอะไรก็ได้บนถนน

เมื่อผมโฟกัสไปที่ภาพถ่ายชีวิตส่วนตัว (อย่างเช่นถ่ายภาพโมเม้นท์ของภรรยาของผม ซินดี้) ผมต้องทำให้แน่ใจเสมอว่า กล้องของผมพร้อมเสมือ ผมมองหาจังหวะที่เธอรู้สึกเครียด กังวล มีความสุข หรือแม้แต่โกรธ ผมพยายามที่จะถ่ายภาพที่เป็นสิ่งที่แสดงความรักต่อภรรยาผม และบางครั้ง..แม้ว่ามันจะทำให้เธอไม่พอใจ แต่หัวใจของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมถ่ายภาพ นั่นคือสิ่งที่ผมค้นหาความหมายของมัน ไม่จำเป็นว่าเฉพาะสิ่งอื่นๆที่จะมีความหมายต่อผม

7. เลือกซีนที่ดีที่สุด

 

image-2

 

ท้ายสุด “เสี้ยววินาทีสำคัญ” ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ มันเป็นอะไรก็ได้ที่สำคัญต่อคุณ ซึ่งมันมีนับล้านๆ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” เกิดขึ้นในแต่ละวัน ถ้าคุณพลาดมันไป มันก็จะเกิดขึ้นอีกเสมอๆ

สุดท้าย บ่อยครั้งที่คุณอยากจะกดชัตเตอร์ซะเต็มทีก่อนที่คุณจะสามารถจับภาพหรือรู้ว่าอันไหนคือ “เสี้ยววินาทีสำคัญ” อย่าแค่กดถ่ายเพียง 1-2 ภาพแล้วเดินจากไป อย่าลืมที่จะจับตาดูซีนนั้นต่อไป และกดถ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

image-3

 

ผมมักจะถ่ายสัก 300 ภาพต่อซีนหนึ่ง และมักจะได้เพียง 1 ซีนที่น่าสนใจจริงๆจากที่ถ่ายมาทั้งหมด

เลือกว่าอะไรที่คุณคิดว่ามันน่าสนใจ เมื่อคุณเจอช่วงเวลาที่น่าสนใจแล้ว ค่อยพยายามเลือกภาพที่ดีที่สุดของซีนนั้นๆ 1-2 ภาพ

สรุป

ชีวิตนั้นสั้นนัก และช่วงเวลาก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ หน้าที่ของคุณก็เสมือนช่างภาพที่จับช่วงเวลาที่มีความหมายกับคุณ และแชร์มันกับคนอื่นๆ อย่าเพิ่งยอมแพ้ล่ะ.. แชร์มุมมองของคุณกับโลกนี้

“จงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้”

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s