สัมภาษณ์พิเศษ Clifton Barker กับโปรเจคภาพแมวๆ “Sphynx on Film”

จากบทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ โดย Rammy Narula  

แปล โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

 

Clifton Barker เขาหลงใหลในการใช้แฟลชมาก และยังหลงรักเจ้าแมวพันธุ์สฟิ้งซ์จนต้องถ่ายรูปพวกมันแบบไม่หยุดหย่อน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอาสิ่งที่รักทั้งสองอย่างมารวมอยู่ด้วยกันได้ ด้วยการพิมพ์ออกมาเป็นซีนแล้ววางขายเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยเวลาที่ต่างกัน เราสองคนใช้เวลาคุยกันไปๆมาๆอยู่หลายสัปดาห์ เกี่ยวกับเจ้าแมวสฟิ้งซ์บ้าง ซีนของเขาบ้าง เขามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?  ซึ่งตอนนี้ซีนของเขาก็ขายหมดไปเป็นที่เรียบร้อย แล้วเขาจะมีโปรเจคอะไรต่อไป ดูการสัมภาษณ์นี้จะไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไร เพราะเริ่มตั้งแต่ก่อนซีนจะวางขาย จนมันขายหมดไปแล้ว แต่เราเพิ่งจะคุยกันจบ!

Q : ก่อนอื่นเลย ต้องแสดงความยินดีด้วยที่ซีนของคุณขายหมดไปแล้ว คุณต้องตื่นเต้นแน่ๆ! ก่อนที่จะคุยเรื่องอื่นกัน เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้าแมวพวกนี้หน่อย คุณไปเจอมันได้ยังไง?

A : ขอบคุณมากเลย Rammy ใช่เลย..ตอนนี้ผมตื่นเต้นมาก เรื่องมันผ่านมาเป็นปีๆแล้ว จนตอนนี้เจ้าพวกนี้มาอยู่กับผมได้ประมาณสองปีได้ ย้อนกลับไปตอนที่ผมยังทำงานส่วนดูแลลูกค้า แล้วผมก็ออกไปเยี่ยมลูกค้าเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย แรกทีเดียวผมไปเจอลูกค้าที่ดุมากคนนึง ผมเดินเข้าไปในออฟฟิศเขา ก็ไปเจอกับแมวพันธุ์สฟิ้งซ์สองตัว ทันใดนั้นเจ้าแมวก็กระโดดขึ้นมาบนไหล่ผม คุณน้าคนนั้นก็หัวเราะชอบใจ แล้วก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเจ้าแมวพันธุ์นี้ว่ามันชอบอะไร ทำอะไร ข้ามมาหลังจากนั้นหลายปี ผมเริ่มรู้สึกกลายเป็นคนไม่อยากเข้าสังคมกับผู้คนเท่าไหร่ ซึ่งผมถูกแนะนำว่าให้เลี้ยงแมวแล้วจะช่วยได้ ผมก็เลยกลับมานึกถึงเจ้าแมวสฟิงซ์ แล้วก็เลยออกตามหาจนเจอเจ้า Sunny (ตัวซ้าย) ซึ่งผมหลงรักมันเลย หลังจากนั้น 6 เดือน ดูเหมือนว่ามันจะอยากมีเพื่อน ผมก็เลยรับเลี้ยงพี่น้องคนละคอกของมันที่ชื่อว่า Max แต่ถือว่ามันก็เป็นพี่น้องกันจริงๆ

1481100486729
ตัวทางซ้ายคือเจ้า Max ส่วนทางขวาคือเจ้า Sunny

 

Q : ซึ่งก็ดูคุณมาถูกทางเลย ดูจากรูปแล้วมันทำให้คุณมีพลังแล้วก็ดูแฮปปี้กับพวกมันมาก จริงๆแล้วคุณเริ่มถ่ายรูปพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่?

A : ผมเริ่มถ่ายรูปพวกมันมาสักปีครึ่งได้ จริงๆมันเกิดขึ้นพร้อมกับการหันมาถ่ายรูปแบบอนาล็อกของผมด้วย ผมถ่ายรูป Sunny กระโดด (ซึ่งผมคิดว่าจริงๆแล้วก็ธรรมดามาก) และลองโปรเซสทุกขั้นตอนเองให้สุดๆ หลังจากนั้นผมก็พบว่าตัวเองอยากจะลองตีกรอบให้ตัวเองโดยย้ายไปถ่ายภาพด้วยฟิล์มแบบเต็มตัว และทำยังไงให้ได้ภาพที่ดีที่สุดโดยไม่ใช้ดิจิตอลช่วยเลย

[ภาพด้านล่างนี้คือภาพที่เป็นจุดเปลี่ยนของเขา]

1481100577093

 

Q : จุดเปลี่ยนมักจะเป็นตัวชี้ทางให้เราเอง ผมมักคิดว่าเจ้าพวกแมวนี่วันๆมันไม่ค่อยจะทำอะไรเท่าไหร่ จริงๆแล้ว Max กับ Sunny ดูร่าเริงอย่างในรูปมั๊ย? แล้วคุณได้ไปจัดท่าทางพวกมันหรือแค่คุณคอยดูว่ามันจะทำอะไร? ผมคิดว่าภาพพวกนี้คุณถ่ายในบ้าน รอบๆบ้าน ตรงบริเวณที่คุณชอบ?

A : เจ้าแมวสฟิ้งซ์นี่ออกจะต่างจากแมวพันธุ์อื่นๆอยู่บ้าง พวกมันค่อนข้างจะซนกว่า มันชอบกระโดด ชอบปล้ำกัน เหมือนตัวการ์ตูน Calvin and Hobbes ซึ่งผมจะต้องเก็บภาพให้ทันและต้องไม่เข้าไปยุ่งกับพวกมัน พวกมันเองก็เชื่อใจผมว่าจะไม่ไปก้าวก่าย วิธีนึงที่ผมชอบมากคือการเป่าฟองสบู่แล้วก็รอดูมันตะปบให้แตก ส่วนใหญ่ 75-80% ภาพที่ผมชอบคือภาพที่มันแสดงความเป็นแมวออกมา ทั้งกระโดด ปล้ำกัน กระโจนใส่กัน ฯลฯ จุดที่ถ่ายแล้วผมชอบมากคือตรงหน้าต่าง! การลากชัตเตอร์ยาวๆ + แฟลช = ภาพแสนวิเศษ!

Q : ผมอิจฉาคุณจริงๆ ผมอาจจะไปหาสัตว์มาเลี้ยงแล้วทำโปรเจคบ้าง! คุณมีวิธีเลือกรูปยังไงว่ารูปไหนน่าจะอยู่ในซีนได้? แล้วคุณโปรเซสภาพยังไงบ้าง ทั้งขั้นตอนการถ่ายและหลังจากนั้น?

A : จริงๆแล้วการเลือกรูป หรือคัดว่าอันไหนดีกว่าอันไหนเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก อย่างแรกเลย ภาพแมวทั้งหลายนี่คือมันดูดีไปหมด ยากมากที่จะเลือกจาก Contact sheet อย่างที่สองการโปรเซส ทั้งการถ่าย การล้างฟิล์ม ทำ Contact sheet จนถึงการสแกนฟิล์ม เป็นงานถึกทีเดียว ผมต้องล้างฟิล์ม 35mm. ทีละ 4 ม้วน หรือฟิล์ม 120 ทีละ 2 ม้วน แล้วยังต้องพยายามคัดภาพออกอีก ผมจะเลือกภาพที่ดีกว่าจาก Contact sheet ก่อน แล้วก็อัดภาพออกมาเป็นขนาด 8 x 10 หรือไม่ก็สแกนฟิล์ม แล้วโพสลงใน Instagram ว่าภาพไหนดีบ้าง ซึ่ง Instagram ช่วยได้มากจริงๆในเชิงการดูว่าคนอื่นๆรู้สึกยังไงกันบ้าง

1481100963274
ภาพปกของซีนเวอร์ชั่นภาพขาวดำ

 

Q : แล้วซีนเล่มนี้คุณ มีขั้นตอนการจัดทำมันยังไงบ้าง? คุณต้องปวดหัวแน่ๆกับภาพมหาศาลในงานนี้!

A : ใช่แล้วครับ ประมาณปีครึ่งที่ผมถ่ายภาพทุกวัน รวมแล้วผมใช้ฟิล์มไป 1,786 ม้วน ส่วนใหญ่เป็นฟิล์มที่ผมม้วนเอาเองด้วยก็เลยยิ่งยากที่จะคำนวณจำนวนภาพได้เป๊ะๆ แต่กะๆก็ราวๆ 6 หมื่นภาพที่เป็นขนาด 35mm. น่าจะเอามาทำเป็นซีนเรียงเต็มสนามเบสบอลได้เลย  ( โอ..ผมไม่เคยนับมันมาก่อนเลย! ) ซึ่งจากจำนวนทั้งหมดนี้ ผมคัดมาเหลือแค่ 40 ภาพ

การลำดับภาพ จัดเรียงเล่ม เป็นหน้าที่ของ Fadi Boukram, Torsten Hendricks และ Gary Gumanow พวกเขาให้คำแนะนำดีๆ กลุ่ม Full Frontal (กลุ่มช่างภาพที่รักการใช้แฟลช ซึ่ง Clifton เป็นหนึ่งในสมาชิก : ผู้แปล) เองก็ช่วยทำให้งานง่ายขึ้น และก็ช่วยซัพพอร์ทเต็มที่ด้วย ผมปักภาพบนบอร์ดจนเต็มฝาห้องนอนเลย จนมันเป็นสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายในแต่ละวันที่ผมเห็นตั้งแต่ตื่นนอนและก่อนเข้านอน จนในที่สุดผมก็เรียงภาพได้อย่างที่พอใจ ซึ่งก็ยังมีบ้างที่เวลาไปเจอเพื่อนๆแล้วกลับมาบ้าน ก็อดจะจับเรียงใหม่อีกไม่ได้ แล้วพอตื่นเช้าก็รู้สึกว่าทำอะไรลงไปเมื่อคืนเนี่ย.. ผมจะทิ้งทุกอย่างไว้อย่างนั้นสักอาทิตย์นึง จนรู้สึกสมองปลอดโปร่ง ไม่ถ่ายภาพอะไรมาเพิ่ม พอกลับมาอย่างโล่งๆแล้วผมจะจำได้ว่าอะไรคือส่วนที่ดีที่สุด และนั่นจะเป็นการเรียงที่มันควรจะเป็น ซึ่งผมคิดว่ามันดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้วล่ะ

Q : ฟังดูว่าคุณใช้ฟิล์มไปจำนวนมหาศาลกับภาพที่ถ่ายซับเจคเดิมมาปีครึ่ง อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณยังคงถ่ายได้ไปเรื่อยๆ? หรืออะไรที่ทำให้คุณยังถ่าย Max กับ Sunny

A : หัวใจของมันจริงๆคือผมอยากจะล้างฟิล์มและอัดภาพด้วยตัวผมเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวผมเอง ผมเพิ่งย้ายจาก Austin มาที่ Houston ซึ่งค่อนข้างจะยังไม่คุ้นเคยกับเมืองนัก ผมอยู่ในพื้นที่ที่ทำเกษตรเยอะ การถ่ายแบบแคนดิด อาจจะทำไม่ได้บ่อยๆ นั่นก็เลยเป็นเหตุผลให้ผมหันมาถ่ายเจ้าแมวพวกนี้แทน มันเริ่มจากการฝึกฝน จนเริ่มต้นรู้สึกว่ามันเริ่มจะดี ผมก็เลยเบนเข็มใช้เวลากับมันเป็นปีๆเพื่อจะถ่ายมัน

 

1481101128497
ปกซีนเวอร์ชั่นภาพสี

 

Q : ซึ่งตอนนี้ คุณทำมันได้เแล้ว หลังจากปีครึ่ง ซีนสองเล่มที่คุณพิมพ์ออกมาเอง ผมคิดว่าคุณคงตื่นเต้นที่ในที่สุดก็สามารถรวมสองอย่างนี้ไว้ด้วยกัน คุณยังคิดว่าจะยังคงถ่ายมันต่อไปอีกมั๊ย? หรือว่าพอแล้ว แล้วก็เริ่มต้นก้าวต่อไปกับโปรเจคอื่น?

A : ผมคิดว่าคงจะไม่หยุดถ่ายพวกมันนะ ผมยังไม่ถึงเป้าหมายที่คิดไว้ซึ่งคือการถ่ายช็อตเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก เจ้าแมวพวกนี้มันป่วนมาก มันไม่เคยกระโดดไปมาซ้ำทางเลย นี่ก็เป็นเหตุผลที่ซีนชุดนี้กลายเป็นการบันทึกไว้อย่างนึง ผมภูมิใจกับซีรีย์นี้มาก และมันเกิดจากความสนุกของผมล้วนๆ 100% เลย ผมอยากจะแชร์มันกับคนอื่นๆที่คล้ายๆกัน คุณป้ากับญาติผมเป็นแฟนตัวยงเลย และผมสัญญาเอาไว้ว่าคริสต์มาสนี้จะเอาซีนนี้ไปให้เป็นของขวัญสำหรับสองปีที่ผ่านมา ซึ่งในที่สุดผมก็เอาให้พวกเขาได้สักที อีกอย่างในการที่ผมทำซีนชุดนี้ มันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จะทำหนังสือภาพขาวดำกับภาพสีออกมาพร้อมกันได้ เป็นงานช้างเลย ดูผมไม่น่าจะทำได้เลย มีคนแนะนำ Andrew ที่ Bloodygums ซึ่งเขาผลิตงานแสดงศิลปะและซีนสำหรับคนทั่วไป และเขาสามารถทำทุกขั้นตอนให้เป็นเรื่องง่ายๆ ในราคานี้ ผมเลยสามารถทำเป็นทั้งสองเวอร์ชั่นได้

 

1481101333073

 

Q : เราเคยคุยกันว่า คุณอยากจะทำอะไรสักอย่างกับรูปพวกนี้ ซึ่งในที่สุดมันก็เจ๋งมากเลยที่ได้เห็นมันเกิดขึ้นจริงๆ และผมว่าคุณป้ากับญาติคุณคงจะดีใจที่ได้ของขวัญคริสมาสต์สุดวิเศษนี้ แล้วก็ต้องแสดงความยินดีด้วยที่คุณขายมันได้หมดแล้ว! ผมได้เห็นเวอร์ชั่นที่เป็น PDF แล้ว ผมรอคอยเล่มจริงของผมเลยล่ะ! บอกหน่อยว่าจริงๆคุณผลิตออกมาจำนวนเท่าไหร่ และคุณคิดว่าจะพิมพ์ครั้งที่สองอีกหรือเปล่า? เห็นคุณบอกว่าจะยังถ่ายรูปพวกแมวๆต่อไป เราจะติดตามผลงานของคุณได้ทางไหนบ้าง?

A : ขอบคุณมากเลย Rammy! ผมขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือนะ คุณเป็นที่ปรึกษาของผมจนจบโปรเจค ผมซึ้งใจจริงๆ ซีนนี้ผมผลิตมาอย่างละ 100 เล่ม (ขาวดำ 100 และสี 100 เล่ม) ซึ่งถ้าใครสั่งพร้อมกันทั้งสองเล่ม จะได้รับภาพที่ผมอัดเองเป็นขาวดำขนาด 5×7″ ด้วย ผมยังไม่มีแพลนจะพิมพ์ครั้งที่สองนะ แต่ผมพิมพ์เพิ่มเอาไว้เป็นพิเศษอีก 10 ชุดเพื่อส่งไปโปรโมต ซึ่งพอผมขายหมดไปแล้ว..การโปรโมตมันก็ไม่จำเป็นแล้ว ผมก็เลยจะเอามันกลับมาขายเพิ่มอีกเล็กน้อย

สำหรับโปรเจคนี้ ติดตามได้ที่ Instagram @sphynxonfilm และอีกอันคืออยากจะชวนคนที่สนใจการถ่ายภาพด้วยแฟลชหรือชอบการถ่ายสตรีท ลองเข้าไปดูงานของกลุ่ม fullfrontalflash.com เป็นกลุ่มที่เจ๋งจริงๆ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s