“จังหวะ”และ”อารมณ์” กับเบื้องหลัง 3 ภาพคลาสสิคจากนิตยสาร LIFE

บทความ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

“จังหวะ” และ “อารมณ์” สองสิ่งนี้มาบรรจบกันในช่วงเวลาหนึ่ง นี่คือจิตใต้สำนึกอันสำคัญของช่างภาพแต่ละคน เราบอกไม่ได้ว่า ‘เวลาไหน’ ที่ควรจะกดชัตเตอร์ มีเพียงช่างภาพเท่านั้นที่จะรับความรู้สึกนี้ได้ และผลลัพธ์คือภาพถ่ายอันทรงพลัง มันสามารถเล่าเรื่องทั้งหมดได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายบนภาพเพิ่มเติม

นิตยสาร LIFE ได้ผลิตเรียงความภาพ (Photo Essay) ที่สำคัญๆไว้มากมายที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับวงการข่าว และวงการศิลปะ Barbara Baker Burrows เป็นบรรณาธิการภาพให้กับนิตยสาร LIFE มายาวนาน เคยกล่าวเอาไว้ว่า

“เมื่อคุณทำเรียงความภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องรู้เป็นอย่างยิ่งเลยว่า เรื่องราวนั้นมันเกี่ยวกับอะไร ‘โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความอะไรเลย’ ตัวอย่างที่ดีมากอันหนึ่งก็คืองานที่ชื่อว่า ‘Career Girl’ ของ Leonard McCombe ไม่มีใครรู้เรื่องราวอะไรแบบนั้นมาก่อน มันเป็นเพียงภาพของชีวิตคนธรรมดาๆที่กำลังดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่เท่านั้น”

1. Leonard McCombe

Career Girl เป็นเรียงความภาพเมื่อปี 1947 ในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทางนิตยสาร LIFE คัดเลือกสาวรุ่นใหม่หลายพันคนที่เข้ามาเรียนหนังสือ หางานทำในเมืองหลวง (นิวยอร์ค) จนกลายเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญในยุคนั้น ยุคที่ก่อนหน้านั้น ผู้หญิงเป็นเพียงช้างเท้าหลังที่ไม่มีบทบาททางสังคมมากนัก จนในที่สุด ก็ได้คัดเลือกเอาสาววัย 23 ปีที่ชื่อว่า Gwyned Filling โดยมี McCombe ติดตามถ่ายชีวิตในทุกๆด้านของเธอ แม้แต่การเดทของเธอ ภายใต้ชื่อบทความว่า The Private Life of Gwyned Filling จนกลายเป็นบทความสุดคลาสสิคชิ้นหนึ่งของ LIFE

Gwyned Filling เสียชีวิตเมื่อปี 2005 ในวัย 80 ปี

 

2. Edward Clark

เขาได้รับมอบหมายให้ไปที่จอร์เจีย ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่น เพื่อไปเก็บภาพบรรยากาศงานศพของอดีตประธานาธิปดี แฟรงคลิน รูสเวลต์ ให้กับนิตยสาร LIFE

“ต้องมีช่างภาพอยู่ตรงนั้นสัก 135 คนที่มาจากทุกสารทิศ เจ้าหน้าที่ให้พวกเรายืนอยู่หลังเส้นที่เขากำหนดไว้ ซึ่งข้างหลังของพวกเราเป็นบ้านเล็กๆที่เรียกว่า “the Little White House” ซึ่งเราสามาถถ่ายภาพขบวนรถม้าที่ขนโรงศพมาด้วยได้

ผมได้ยินเสียงแอคคอร์เดียนที่เล่นดังมาจากด้านหลังของผม และผมก็หันหลังไป ผมคิดของผมเองว่า ‘ให้ตายเถอะ…ภาพนี้มันดีเหลือเกิน’ และเป็นภาพที่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เห็นมัน”

 

3. Alfred Eisenstaedt

“ตอนนั้นมีคนอยู่หลายพันคนเลย อยู่เต็มไปหมดทุกพื้นที่ ทุกคนก็หันเข้ามาจูบกันหมด รวมถึงทหารเรือคนนี้ด้วย เขาวิ่งๆไปแล้วก็ดึงเอาสักคนแถวๆนั้น…จูบเลย ผมรีบวิ่งไปตรงที่เขาอยู่ ผมมีกล้อง Leica อยู่กับตัว ตั้งโฟกัสไว้ที่ระยะ 10 ฟุต – อินฟินิตี้ ซึ่งผมก็เลยแค่กดชัตเตอร์ได้เลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดอะไร จนกระทั่งเขาดึงเอาสาวชุดขาว และผมก็ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี พอพวกเขาจูบกัน ผมก็กดไปเลย 5 ใบติด”

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s