88 ปีเส้นทางศิลปะภาพถ่ายใน MoMA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตอนที่ 1

บทความ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

ถ้าเปรียบการถ่ายภาพสมัยใหม่ (Modern Photography) เป็นการเติบโตของเด็กชายแห่งวงการศิลปะ ถ้าอยากรู้ว่าเด็กชายคนนี้เติบโตเป็นวัยหนุ่มฉกรรจ์ในช่วงไหน? ก็คงต้องนับกันที่ช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราวๆกลางยุค ’40s) และหนุ่มฉกรรจ์คนนี้เอง ที่เราสามารถจินตนาการได้ว่า เขาต้องใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสุดเหวี่ยงในอเมริกาเป็นแน่.. แต่ที่ขาดไปไม่ได้เลย…ผู้ที่มีอิทธิพลสำคัญต่อชายหนุ่มคนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น MoMA

ปลายยุค 1920s เมื่อหญิงผู้ร่ำรวยเงินทองและหลงใหลในงานศิลปะ Lillie P. Bliss, Mary Quinn Sullivan และ Abby Aldrich Rockefeller มาร่วมอุดมการณ์เดียวกันในการปฏิวัติวงการศิลปะและพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่ให้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ภายใต้การดำเนินงานโดย Alfred H. Barr Jr. นักประวัติศาสตร์ศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะสมัยใหม่ ณ ชั้น 12 ของตึก Heckscher หัวมุมระหว่างย่าน 5th Avenue กับถนน 57th Street  นั่นคือจุดเริ่มต้นของ MoMA (The Museum of Modern Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ดีที่สุดในโลก

Abby Aldrich Rockefeller / Lillie P. Bliss / Mary Quinn Sullivan

 

ตึก Heckscher

7 พฤศจิกายน 1929 หรือเมื่อ 88 ปีก่อน นิทรรศการภาพครั้งแรกที่ MoMA ถูกจัดขึ้น ใช้ชื่อว่า  Cézanne, Gauguin, Seurat, Van Gogh เป็นการโชว์ผลงานกลุ่มของสุดยอดจิตรกรอิมเพรสชั่นนิสม์ใหม่ ทั้ง ปอล เซซาน , พอล โกแกง , ฌอร์ฌ ปิแยร์ เซอรา และ แวนโก๊ะ เพียงเริ่มเปิดงานไม่กี่วันเท่านั้น ก็มีผู้คนหลั่งไหลกันเข้าไปชมเฉลี่ยถึง 1,500 คนต่อวัน จนต้องมีการเก็บเงินค่าเข้าคนละ 50 เซ็นท์ เพื่อให้จัดระเบียบได้ง่ายขึ้น รวมแล้วทั้งเดือนที่มีการจัดนิทรรศการนี้ มีผู้เข้าชมรวม 47,293 คน

นิทรรศการ Cézanne, Gauguin, Seurat, Van Gogh เมื่อปี 1929

ในรอบสิบปีหลังจากนั้น MoMA มีการย้ายสถานที่จัดอีกหลายครั้ง จนกระทั่งปักหลักถาวรกันที่ เลขที่ 11 West ถนน 53rd Street เมื่อปี 1939 อาคารถูกออกแบบโดย Philip Goodwin และ Edward Durell Stone จิตรกรและสถาปนิกชื่อดังในยุคนั้น

MoMA แบ่งแผนกต่างๆออกตามศิลปะยุคใหม่หลากหลายแขนง โดยเริ่มต้นจาก ภาพวาดและประติมากรรม ต่อมาจึงเริ่มเปิดส่วนของ สถาปัตยกรรม , ฟิล์ม (หมายถึงภาพยนตร์) ฯลฯ จนมาถึงในส่วนของภาพถ่าย หรือ Photography นั้น ทาง MoMA เพิ่งจะเปิดหลังจากทำการอยู่เป็นสิบปี

แผนกภาพถ่ายของ MoMA ค่อนข้างเป็นที่คาดหวังของฝ่ายบริหาร เพราะพวกเขาเชื่อว่าศิลปะดั้งเดิมอย่างจิตรกรรมหรือประติมากรรม เป็นไปได้ยากที่อเมริกาจะสามารถโด่งดังทัดเทียมกับฝั่งยุโรปได้ แต่ในขณะที่ภาพถ่ายซึ่งเป็นศิลปะแขนงใหม่ สื่อใหม่นั้น อเมริกาสามารถผลักดันศิลปินใหม่ๆให้มีความทัดเทียมหรือเหนือกว่าประเทศอื่นได้ไม่ยากนัก อันเป็นที่มาของการผลักดันภาพถ่ายแบบอเมริกัน หรือ American Photography อย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงยุค 1930 – 1960 ไม่ว่าจะเป็น Ansel Adams , Walker Evans , Edward Steichen , Alfred Stieglitz

อย่างเช่นในปี 1932 อันนับได้ว่าเป็นปีแรกที่ MoMA มีความตั้งใจมุ่งเป้าหมายไปที่การโปรโมทงานภาพถ่ายของช่างภาพชาวอเมริกันให้ติดตลาด โดยการผูกเข้ากับงานจิตรกรรมที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว ในชื่อนิทรรศการ Murals by American Painters and Photographers และตามมาด้วยงานนิทรรศการย่อย Walker Evans: Photographs of Nineteenth-Century Houses ซึ่ง Evans ตามถ่ายตึกราบ้านช่องที่มีสถาปัตยกรรมแบบอเมริกันในช่วง 4 ปีก่อนหน้านั้น ทำให้ดูเข้าถึงได้ง่าย ก่อนจะมาถึงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกเต็มตัวของ Walker Evans ที่ชื่อว่า Walker Evans: American Photographs ในปี 1938 ที่แสดงภาพชีวิตคนอเมริกันอย่างตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ซึ่งเขาถูกปลุกปั้นอย่างเต็มที่ในฐานะที่งานของเขามีความเป็นอเมริกันชนอย่างเต็มขั้นกว่าใคร

นิทรรศการ Murals by American Painters and Photographers ปี 1932 เริ่มมีการนำภาพถ่ายเข้ามาจัดแสดงร่วม
งานของ Walker Evans ในชุด American Photographs
งานของ Walker Evans ในชุด American Photographs

งานของ Evans เป็นแนวสารคดีที่แสดงให้เห็นชีวิตจริงๆของอเมริกันชนในมุมมองที่ติดดิน แสดงถึงปัญหาของคนรากหญ้า อย่างเช่นเกษตรกร หรือชนชั้นแรงงาน ซึ่งโดนผลกระทบในช่วงเศรษฐกิจอเมริกาพังพิพาศ (ยุคปลาย ’20s) รวมไปถึงการเสียดสีความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น เชื้อชาติ นั่นทำให้งานของเขาเป็นที่สนใจ (ในยุคที่ไม่มีสื่อใดๆมากไปกว่า หนังสือพิมพ์ , หนัง และวิทยุ)

มันเป็นยุคเริ่มต้นของ MoMA ที่ช่างภาพระดับตำนานอย่าง Walker Evans ในวันนั้นยังต้องหนีบขวดวิสกี้ข้างหนึ่ง ถือไขควงข้างหนึ่ง ปีนแขวนภาพของตัวเองให้เสร็จภายในคืนเดียวในนิทรรศการภาพเดี่ยวของเขา ตลอดยุค ’30s ทาง MoMA พยายามสร้างนิทรรศการภาพถ่ายดีๆ และผลักดันช่างภาพอเมริกันอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆสร้างบุคลากรที่เกี่ยวข้อง สร้างห้องมืดในพิพิธภัณฑ์ จนกระทั่งเกิดเป็นแผนกภาพถ่ายอย่างเป็นทางการในปี 1940 โดยมี Beaumont Newhall เป็นผู้คัดงานคนแรก นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แรกในอเมริกาที่เริ่มจัดแสดงภาพถ่ายอีกด้วย

Ansel Adams กับ Beaumont Newhall

แต่ Newhall นั้นมีทิศทางการคัดเลือกภาพมาจัดแสดงที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่ผ่านๆมา ที่ชัดเจนที่สุดคือเขาไม่ค่อยชอบงานของ Walker Evans ซึ่งเป็นพระเอกใน MoMA มาตลอดช่วงยุค ’30s และ Evans เองก็ไม่ค่อยลงรอยกับ Newhall สักเท่าไหร่ ดังที่เคยมีบันทึกว่าในนิทรรศการ American Photographs นั้น Evans ขอข้อตกลงว่าไม่ให้ Newhall มายุ่งกับงานแสดงภาพของเขาเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน Newhall กลับมีสัมพันธ์ที่ดีกับ Ansel Adams และ Alfred Stieglitz ช่างภาพอเมริกันในยุคเดียวกัน

งานของ Alfred Stieglitz ช่วงปี 1907
งานของ Ansel Adams ในช่วงยุค ’40s

ความขัดแย้งนี้ส่งผลถึงงานภาพถ่ายที่ถูกนำเสนอใน MoMA ตลอดช่วงยุค ’40s ที่ทั้ง Beaumont Newhall และ Ansel Adams เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อ MoMA ทั้งในเชิงการนำเสนอผลงานศิลปะและเชิงบริหาร (เขามีบทบาทในการช่วยก่อตั้งแผนกภาพถ่ายของ MoMA ขึ้นมาด้วย) แม้ว่า Newhall จะมีความชอบที่หลากหลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็มีแนวทางที่ชอบส่วนตัวอย่างชัดเจน

เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า แม้ว่าช่างภาพอเมริกันจะมีงานที่แตกต่างกันในหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Stieglitz Equivalents , Paul Strand ในแนวทางที่เข้าใกล้ธรรมชาติ Edward Weston และ Ansel Adams ในแนวทางภาพภูมิทัศน์ ส่วน Walker Evans , Dorothea Lange ก็เป็นอีกแนวทาง ซึ่งเขาโปรดปรานแนวทางที่มี ‘ทัศนคติเชิงบวก มากกว่างานเชิงสารคดีที่ส่อเสียดเชิงลบ’ เพราะงานเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกหดหู่กับการแสดงภาพด้านลบของวัฒนธรรมอเมริกัน

นั่นทำให้งานภาพแนวถ่ายอย่างตรงมาตรงไป หรือ Straight Photography (เป็นการถ่ายภาพที่เน้นเชิงเทคนิคภาพ เช่น โฟกัสคมชัด รายละเอียดครบถ้วน คุณภาพสูง โดยกลุ่มช่างภาพที่มีชื่อเสียงเช่นกลุ่ม f/64 ที่มี Ansel Adams เป็นหัวเรือใหญ่) ถูกผลักดันอย่างมากในช่วงที่ Newhall ดูแลอยู่ และก็ยังส่งผลต่อวงการศิลปะภาพถ่ายโดยรวมในยุคนั้นเช่นกัน งานในแนว Straight Photography ยังทำให้ MoMA ได้รับเงินสนับสนุนจากนักสะสมงานศิลปะมากขึ้นด้วย จน MoMA ในยุคนั้นเต็มไปด้วยงานภาพถ่ายประเภทนี้

แม้ว่า Newhall จะถูกเรียกตัวเข้ากองทัพในช่วงสงครามโลก (ประมาณปี 1942-1944) แต่ในช่วงนั้น เขาได้มอบหมายงานให้ภรรยาของเขาทำหน้าที่แทนอยู่ดี ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมนั้น Evans และคณะกรรมการงานภาพถ่ายบางคนในแผนก มองเห็นความคับแคบของการนำเสนองานศิลปะภาพถ่ายใน MoMA รวมไปถึง Lincoln Kirstein ศิลปินภาพวาด นักเขียนชื่อดังผู้ที่เป็นคนจัดการงานนิทรรศการภาพให้กับ Evans และ James Thrall Soby ศิลปินภาพวาด ประติมากรรม นักสะสมงานศิลปะชื่อดังอีกคน ซึ่งคนกลุ่มนี้นิยมงานภาพถ่ายฝั่งยุโรป หรืองานแนวสารคดีในแบบของ Evans มากกว่า

Edward Steichen ขณะคัดเลือกภาพที่ MoMA

แต่ตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงจริงๆคงต้องเป็น Edward Steichen ซึ่งเขาเป็นทั้งศิลปินและผู้จัดนิทรรศการภาพซึ่งเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดงานนิทรรศการภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนั้น เขาได้รับการสนับสนุนจาก Rockefeller ซึ่งเป็นประธาน MoMA ในขณะนั้น รวมถึงนักลงทุน , คนในวงการอุตสาหกรรมถ่ายภาพ ให้เขาเป็นหัวเรือในการเปลี่ยนแปลง MoMA จนในที่สุดเขาได้รับเชิญให้มารับตำแหน่งดูแลแผนกถ่ายภาพแทน Newhall ในปี 1947 เป็นผลให้ Newhall ต้องลาออกไปและยุติหน้าที่ทุกอย่างลง

จากจุดนี้.. Steichen จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดันวงการถ่ายภาพไปอย่างมากในช่วงยุค ’50-60s ก่อกำเนิดศิลปินช่างภาพร่วมสมัยระดับตำนานมากมาย อันเป็นช่วงหลักไมล์สำคัญของการถ่ายภาพร่วมสมัยต่อไป..ได้ยังไงบ้าง? ติดตามอ่านได้ในตอนต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s