สัมภาษณ์ช่างภาพสตรีท 10คำถาม 10 ภาพ 10คำตอบ : Dimitris Makrygiannakis โดย itsalwaysluck

จากบทความ 10 QUESTIONS 10PHOTOS 10ANSWERS: DIMITRIS MAKRYGIANNAKIS AKA NGRAVITY ในเวบ itsalwaysluck.wordpress.com

แปล โดย ภาสินี ประมูลวงศ์

10คำถาม 10 ภาพ 10คำตอบ : Dimitris Makrygiannakis

ผมดีใจที่ได้เริ่มบทความ 10 ภาพ 10 คำถาม 10 คำตอบใหม่อีกครั้งหลังจากหยุดไปนาน วันนี้เราอยู่ที่นี่กับคุณหมอแห่งภาพแนวสตรีท Dimitris Makrygiannakis หรือที่รู้จักกันในชื่อ ngravity มาเริ่มบทสัมภาษณ์กัน!

1.สวัสดีดิมิทริส ดีใจเหลือเกินที่ได้พบคุณ ผมยังจำได้ดีถึงวันที่ผมยังใหม่ในการถ่ายภาพสตรีทและพบหน้าสตรีมของคุณใน เวบ flickr ผมทึ่งในภาพต่างๆของคุณที่แสดงทั้งความเป็นส่วนตัวและความเข้าใจโลก คุณเริ่มถ่ายภาพเมี่อไหร่? คุณเริ่มโดยการถ่ายสตรีทเลยไหม? หรือเริ่มจากการถ่ายแบบอื่นก่อน?

สวัสดี จิออจิโอ ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์และคำชม ผมเริ่มถ่ายภาพฤดูร้อนปี2010 เพื่อนที่ผมพบในอินเดียตอนปี 2008 แนะนำให้ผมสมัคร flickr เพราะตอนนั้นผมสนใจในการถ่ายภาพท่องเที่ยว แต่ผมไม่รู้ทำไม ไม่นานหลังจากสมัคร flickr ผมก็ขาหักและเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวางเฟรมภาพ , ISO พวกเรื่องพื้นฐานต่างๆ ผมสนใจและตัดสินใจเปิด accountและในที่สุด วันที่สองที่ผมเริ่มเล่น flickr ผมเข้าไปดูภาพจากเมืองครีท ซึ่งเป็นเมืองที่ผมจากมา ผมเข้าไปที่ flickrmap และผมก็ได้พบภาพเมืองครีทมากมาย แต่ท่ามกลางภาพต่างๆเหล่านั้น ผมพบภาพสตรีทของ Lukas Vasilikos ที่ถ่ายในครีท นี่แหละคือจุดเริ่มต้น ผมติดใจเข้าอย่างจัง และหลังจากนั้น ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ถ่ายรูป ใช่…ผมถ่ายภาพสตรีทอาจเป็นเพราะแรงจูงใจแรกที่ผมประทับใจ คือช่างภาพสตรีท

2.ที่ไหนคือที่ที่คุณถ่ายบ่อย คุณคิดว่าที่ที่คุณถ่าย มีอิทธิพลต่อการถ่ายภาพของคุณไหม และคุณคิดว่าการที่คุณเป็นแพทย์ ส่งผลต่อการถ่ายภาพของคุณไหม

ส่วนใหญ่ผมอยู่ที่สตอร์กโฮม,ประเทศสวีเดน ตั้งแต่ปี2004 ก่อนหน้านั้นผมอยู่ที่ครีท,ประเทศกรีซ ในเรื่องของสถานที่ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อินเดียต่างจากสวีเดน แต่ถ้าเราเข้าใจศิลปะการถ่ายภาพ ที่ไหนก็เป็นที่ที่ดีสำหรับการถ่ายภาพได้ และวันหนึ่ง เมื่อคุณมีสไตล์ มีภาษาที่ชัดเจนของตัวเองในการเป็นช่างภาพแล้ว สถานที่ก็ไม่เป็นส่วนสำคัญอีกต่อไป ในตอนแรกเริ่ม ผมชอบเดินทาง มันดีที่ได้แหกกิจวัตรประจำวันในสวีเดน งานถ่ายภาพของผมจึงมาจากหลายที่ในโลก ส่วนใหญ่ในบาเซโลน่า อินเดีย สตอร์กโฮม เมื่อผมมองภาพของผม ผมเห็นตัวเองในนั้น ไม่ใช่สถานที่ที่ถ่าย

การเป็นแพทย์ทำให้ผมสนใจในผู้คน และผมคิดว่านี่คือเหตุผลที่ผมสนใจในการถ่ายภาพกับผู้คนในตอนแรก แม้ว่าต่อมาผมจะเปลี่ยนไปก็ตาม นอกจากนั้นแล้ว การทำงานเป็นแพทย์เหมือนเป็นการลับสมองที่ดี และผมรู้สึกว่ามันทำให้ประสาทของผมคมเสมอในการถ่ายภาพ

3.อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้า สไตล์การถ่ายภาพของคุณดูเข้าใจโลก ผมอยากเพิ่มเติมไปว่า ผมรู้สึกว่านี่เป็นสไตล์ที่ร่วมสมัยในการถ่ายภาพสตรีท คุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหน? คุณมีปรมาจารย์ช่างภาพที่คุณชอบเป็นการส่วนตัวไหม? คุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งอื่นนอกจากการถ่ายภาพหรือเปล่า?

ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่างภาพที่ผมชื่นชอบงานของเขา ผมศึกษาภาพถ่ายและการถ่ายภาพอย่างตั้งใจ คนทึ่ผมชอบเป็นพิเศษเหรอ?.. เป็นคำถามที่ยากนะ คือผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพเก่าๆของ Nicos Economopoulos และ Martin Parr พูดถึงช่างภาพหน้าใหม่ ผมชอบ Dirty Harrry และ Mark Powell ผมคิดว่าแรงบันดาลใจมาจากทุกประสบการณ์ที่ผมประสบมาในชีวิต

4.คุณถ่ายภาพมากขนาดไหน? คุณใช้เวลาในการถ่ายภาพหรือ Edit ภาพมากกว่ากัน? คุณทิ้งภาพไปหลายภาพไหมเวลาถ่าย?

พูดได้ว่า ผมถ่ายทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนต่อปี มักจะเป็นทริปท่องเที่ยว 2 ทริปที่ใดที่หนึ่งในโลก ทริปละ 2 สัปดาห์ หรือบางครั้ง 5-6 สัปดาห์ต่อปี สัปดาห์เหล่านั้นคือสัปดาห์แห่งการออกไปเดินถ่ายภาพทุกๆวัน ไม่มีอย่างอื่นเลย.. ผมหายใจเป็นการถ่ายภาพ ส่วนที่เหลือของปี ผมมีความสุขถ้าผมจะมีเวลาถ่ายภาพสัก 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือบางครั้ง 3 ชั่วโมงต่อเดือนขึ้นอยู่กับครอบครัวและงาน การถ่ายภาพอยู่ในทุกๆวันในชีวิตของผม เพราะอย่างนั้นแล้วในเวลาที่ผมไม่ได้ถ่ายรูปผมก็จะศึกษาและ Edit รูป ผมไม่รู้ว่าผมถ่ายภาพไปมากมายเท่าไหร่ อาจพูดได้ว่าในทริปแต่ละครั้ง เมื่อผมอยู่ในโหมดถ่ายภาพทุกวันผมจะถ่าย 100 ภาพต่อวัน และอีก 100-200 ที่ถูกลบไประหว่างวัน

5.มาพูดถึงวิธีที่คุณถ่ายภาพกันดีกว่า คุณชอบไปถ่ายภาพคนเดียวหรือไปกับคนอื่น? เวลาคุณถ่าย คุณต้องการออกไปถ่ายโดยเฉพาะ หรือคุณเอากล้องติดไปด้วยเวลาคุณออกไปทำธุระ? และในเมื่อพวกเราเป็นพวกบ้าอุปกรณ์กันมาก ผมขอถามว่า คุณใช้กล้องและเลนส์อะไร?

ผมออกไปถ่ายภาพคนเดียวตลอด ยกเว้นเวลา workshop ผมต้องสอนทริคต่างๆ ให้กับคนที่มาเรียน แต่ผมก็ชอบแบบนั้นเหมือนกันนะ

ผมมักจะเอากล้องไปด้วยเสมอแม้แต่เวลาผมเข็นรถเข็นพาลูกชายวัย 3 ขวบไปเดินเล่น แต่ในเวลาแบบนั้น ผมมักจะไม่โฟกัสในการถ่ายภาพมากนัก มันเป็นเรื่องยากที่จะถ่ายภาพดีๆ ในเวลาที่ไม่ได้อยู่คนเดียวและไม่ได้โฟกัสในการถ่ายภาพอย่างเต็มที่ ผมใช้ Cannon Eos 5D MarkIII กับเลนส์ 35 mm. และแฟลชขนาดเล็ก ผมใช้แค่นั้นมาตลอด 3 ปีให้หลังโดยไม่ต้องการอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม ผมมีเลนส์และแฟรชอันนี้มาประมาณ 5 ปีได้แล้ว ผมไม่ใช่พวกบ้าอุปกรณ์และเซทที่ผมมีอยู่ก็เหมาะกับผมดี ผมจึงยังไม่มีแผนจะเปลี่ยนอะไรในตอนนี้ ผมสนใจอยากลอง เลนส์ 28 mm. บางทีนะ แต่นั่นน่าจะเกิดขึ้นชาติหน้า

6.เรามาคุยกันให้ลึกซึ้งมากขึ้นดีกว่า ผมได้ดูหน้าสตรีมและเวบไซต์ของคุณ เหมือนคุณจะค่อนข้างแสดงมุมส่วนตัวในการถ่ายภาพสตรีท ผมกำลังคิดถึงโปรเจค 29+3 ของคุณ ที่พูดถึงการเกิดของลูกชาย มันดูสตรีทมาก แม้จะเป็นช่วงเวลาส่วนตัว ผมรู้สึกว่ามันจับใจจริงๆและมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแสดงให้โลกเห็น คุณเริ่มยังไง? คุณรุ้สึกยังไงกับโปรเจคนี้ คุณคิดว่าการถ่ายภาพแบบสตรีทสามารถมาบรรจบพบกับการทำโปรเจคได้ไหม ? หรือเวลาที่เราออกไปถ่ายภาพพร้อมกับไอเดียใจหัวว่าจะถ่ายอะไร? เราควรเรียกการถ่ายภาพแบบนั้นเป็นการถ่ายภาพอีกแขนงหนึ่งที่ไม่ใช่การถ่ายภาพแบบสตรีท?

ผมจะพยายามเล่าเบื้องหลังโปรเจค 29+3 แบบสั้นๆ ตอนภรรยาผมท้อง ผมวางแผนจะถ่ายภาพท้องของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ พอเธอต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในสัปดาห์ที่ 27 ซึ่งอันตรายต่อทารกในครรภ์มาก ผมยังไม่มีภาพเธอท้องเลยสักภาพ ผมคิดได้ว่าการท้องครั้งนี้อาจสิ้นสุดลงในนาทีใดก็ได้ และจากตอนนั้น ผมตัดสินใจว่าผมจะถ่ายในทุกช่วงเวลาที่ผมเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สวยงามสองสัปดาห์ต่อมา  ในสัปดาห์ที่ 29 สิ่งนั้นก็เกิดขึ้น ภรรยาและลูกชายของผมต่อสู้เพื่อชีวิต พวกเราอยู่ในโรงพยาบาลอีก 2 สัปดาห์ มันเป็นช่วงเวลาที่ขมขื่นที่สุดในชีวิตผม ทุกครั้งที่ผมถ่ายภาพ ผมมีไอเดียชัดเจนในหัวว่าทำไมผมถ่าย ความเจ็บปวดทั้งหมดของผมกลายเป็นภาพถ่าย โปรเจคนี้คือคำนิยามถึงครอบครัวของผมและมันได้พูดถึงคำว่า ’ครอบครัว’ ที่ผมวาดไว้ในหัว โปรเจคนี้เปลี่ยนมุมมองที่ผมมีต่อการถ่ายภาพไปเลย ผมคิดว่าผมเปลี่ยนจากการถ่ายภาพธรรมดาเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับความหมายในชีวิตผมมากขึ้น ผมมั่นใจว่ามันมีสุนทรีย์แห่งภาพสตรีทในโปรเจคนี้ แต่ว่ามันสตรีทหรือไม่สตรีท โดยสัตย์จริง…ผมไม่สนใจ

7.คำถามยาก คุณนิยามการถ่ายภาพสตรีทอย่างไร? การถ่ายภาพแนวสตรีทมีอยู่จริงสำหรับคุณไหม?

การถ่ายภาพสตรีทคืออะไรก็ตามที่สามารถถ่ายได้บนท้องถนนและอาจไม่เพียงบนท้องถนน เป็นสิ่งที่ช่างภาพบางคนได้สอนเราและมันยากที่จะนิยามออกมา แต่ผมมีความรู้สึกแรงกล้าสำหรับการถ่ายสตรีท การถ่ายภาพสตรีทกำลังได้รับการนิยามใหม่โดยช่างภาพรุ่นใหม่หรืออย่างน้อยก็บางคนในกลุ่มพวกเขา และแน่นอนการถ่ายภาพสตรีทมีอยู่จริงสำหรับผม ผมใช้เวลามากกว่า 90%ในเวลาถ่ายภาพทั้งหมดเดินไปตามท้องถนนในที่ต่างๆในโลก สิ่งที่ผมสนใจคือการเป็นช่างภาพที่ดี โดยไม่มีข้อจำกัด

8.คุณคิดว่าความต้องการ ’การยอมรับทางสังคม’ จะเปลี่ยนแนวทางในการถ่ายรูปของช่างภาพไหม? คุณคิดยังไงกับ Social network มันมีประโยชน์ไหม? มันช่วยคุณและการถ่ายภาพของคุณบ้างไหม?

ใช่..ผมคิดว่าการค้นหา ’การยอมรับทางสังคม’ เป็นกับดัก มันไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนาหรือค้นหาแนวทางใหม่ๆเลย เพราะคุณจะกลัวที่จะสูญเสียความนิยมไป ไม่นานมานี้ ผมพยายามฟังเสียงตัวเอง ผมคิดว่าถ้าผมชอบภาพที่ผมถ่าย นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม

ผมคิดว่า Social network มีประโยชน์มาก ทั้ง flickr และ facebook ช่วยให้ผมติดตามข่าวสารล่าสุดในวงการถ่ายภาพได้ ถ้าไม่มี flickr ผมคงไม่ได้เป็นช่างภาพ และผมจะปฏิเสธได้อย่างไรว่า Social network ไม่มีส่วนในการช่วยผม แต่ในเบื้องลึกเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ผมคิดว่าเราต้องค้นหาสไตล์ของตัวเองด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วย Social network

9.คุณเป็นสมาชิกของกลุ่ม Burn my eyes คุณคิดยังไงกับการรวมกลุ่มของช่างภาพ กลุ่มจะมีบทบาทอย่างไร? พวกเขาสามารถทำได้มากกว่าแค่แสดงภาพถ่ายไหม?

ผมคิดว่าการรวมกลุ่มเป็นประสบการณ์ที่ดี การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทำให้เกิดการติดต่อกับสมาชิกคนอื่นได้ง่ายและมิตรภาพที่ดีก็เกิดขึ้น มากกว่านั้นถ้ากลุ่มมีกิจกรรม ทุกคนจะให้เวลาในการช่วยงาน มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรวมคนจำนวนมากมาทำกิจกรรม นี่คือเหตุผมที่ผมคิดว่าเราเห็นการทำกิจกรรมเล็กๆมากกว่ากิจกรรมใหญ่ๆ ที่มีทั้งภาพถ่ายเก่าๆและการสัมภาษณ์ มันคงเป็นเรื่องดีที่คนเราจะรวมกลุ่มทำงานที่สดใหม่ด้วยกัน แต่จากประสบการณ์แล้ว ผมพูดได้เลยว่ามันเป็นเรื่องยากมาก อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการรวมกลุ่มช่างภาพเป็นเรื่องสนุก และแน่นอน การเป็นส่วนหนึ่งท่ามกลางช่างภาพที่ยอดเยี่ยมถือเป็นเกียรติสำหรับผม

10.การถ่ายภาพมีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ? และเพื่อจบบทสัมภาษณ์นี้ คุณช่วยให้คำแนะนำแก่ช่วงภาพรุ่นใหม่ และโปรดช่วยแนะนำหนังสือที่พวกเขาไม่ควรพลาด

การถ่ายภาพคือการค้นหาตัวเอง เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ผมเคยประสบมาในชีวิต การถ่ายภาพช่วยให้ผมค้นพบและนิยามโลกที่ผมอยู่เสียใหม่ ส่วนเรื่องคำแนะนำ ผมจะบอกว่าถ้าคุณเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น…มันจะเกิดขึ้น ทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และถ้ามีหนังสือที่คุณไม่ควรพลาดจริงๆ มันต้องเป็น Life below ของ Christophe Agou

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s