จัดระเบียบความรกในภาพสตรีทให้ดูงดงาม

บทความ โดย เจตวิชาญ เชาวน์ดี

พูดถึงความรกใครๆ ก็คงไม่ชอบ มันก็ง่ายๆแบบนั้นแหล่ะเนอะ ก็เพราะว่าความรกมันไม่สวยไง แต่ถ้ามองในทางกลับกันมันเป็นอะไรที่ท้าทายเราให้ออกไปถ่ายความรกให้ดูไม่รกได้ด้วยเหมือนกันนะ ความรก ความเยอะๆแบบยวบยาบเนี่ย ถ้าเราจัดมันซะใหม่วางคอมโพสซะใหม่มันก็น่าจะทำให้ภาพมันเกิดความมันได้ขึ้นเยอะด้วยเหมือนกัน แล้วก็มีคนทำมาแล้วมันก็ได้ผลด้วยเหมือนกัน แค่เราต้องใช้เทคนิคเข้าไปช่วยเสริมนั่นนิดนี่หน่อย สังเกตให้เห็นได้ว่าตรงนี้กับตรงนั้นเราจะจัดวางมันอย่างไร

แหม่..พูดมาซะยาว มันก็ใช่ว่าทุกซีนที่รกจะทำอย่างนี้ได้นะ มันก็อาจจะเป็นแค่บางซีนเท่านั้นแหละ อยู่ที่เราจะหาซีนนั้นและตีโจทย์ของซีนนั้นๆ ออกรึเปล่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะทำยังไง แล้วดูภาพรกๆ ให้ไม่รู้สึกรกได้ยังไงเรามาเริ่มกันเลยละกัน

Guille Ibanez

© Guille Ibanez

มาเริ่มกันด้วยที่สุดของความยุ่งเหยิงคนยวบยาบเต็มไปหมด เมื่อเจอซีนแบบนี้ มีอะไรให้ถ่ายเยอะจนไม่รู้ว่าจะถ่ายอะไรดี  คนก็เยอะเต็มไปหมด แต่ในซีนนี้มันดีตรงที่มันมีคนอยู่หลายขั้น ตั้งแต่ด้านล่างจนไปถึงคนทับกัน แล้วก็ดันมีคนที่ระเบียงอีกเพียบด้วย

ตัวแบบนี่คุมโทนสีใช้ได้เลยนะ คนด้านล่างก็เป็นกลุ่มๆ เล่นกับสีเขียว ส้ม ซึ่งเป็นคู่สีที่แจ่มแมว แถมคนดูด้านบนก็คุมโทนสีเสื้อได้เรียบร้อยเอามากๆ ขาวๆ ดำๆ จะมีเสื้อสีฟ้าก็เป็นสีฟ้าอ่อนไปเลยกับเข้มไปเลย โอ๊ยดี..แล้วที่พีคสุดของภาพนี้คือการ echo ของ แขน แขน แขน แขน แขน แขน แขน แขน แขน แขน แขน และก็ มือ มือ มือ มือ มือ มือ มือ มือ มือ มือ เส้นสายของแขนดูชัดเจนชี้ไปนู่นไปนี่เต็มไปหมด เส้นของแขนดูไม่เบื่อเพราะชี้กันไปคนละทางเลย

แล้วมาดูสีหน้า (expression) ของคนที่ตีลังกายิ่งช่วยทำให้ภาพนี้มันสตรองเข้าไปใหญ่ หน้าของสาวด้านขวาก็พีคไม่แพ้กัน คนด้านหลังนี่ก็มีความสุข ดูสะใจกับเหตุการณ์นี้ คนเชียร์ก็เชียร์ได้มันสะใจ แถมจังหวะหน้าคนก็ดูชัดเจน เห็นหน้าเต็มๆ ดูดีมีจังหวะ rhythm ที่ดีมาก เราสามารถมองไปรอบๆ ได้นานๆ ดูเพลินมาก และนี่ก็เป็นภาพเหนือชั้นยังมีชั้นและก็ชั้นอีกหลายๆ คน สุดยอดจริง มัน พีคสุดๆ

เอาล่ะฟังผมพูดมาก็นานแล้ว เรามาฟังพี่เค้าเล่าเรื่องเกี่ยวกับใบนี้กันดีกว่า

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

“ใบนี้ถ่ายจากในงานเทศกาลท้องถิ่นที่ Vilafranca del Penedes ประเทศสเปน เขตคาทาโลเนีย เป็นที่ๆ ผมได้ถ่ายโปรเจ็คงาน Tierra Santa //Holy Land ภาพที่คุณเห็นอยู่นี่เรียกว่า  “colles castelleres” มันก็คือการต่อตัวคนกันเป็นหอคอยมนุษย์ ปีที่ผมไปนั้นคนท้องถิ่นพยายามที่จะทำหอคอย แต่เค้าเคยทำมาแค่ครั้งเดียวเอง ผมอยากได้มุมที่ดีเลยขยับตัวไปอยู่ทางด้านล่างสักด้านนึงของหอคอย การยืนอยู่ด้านล่างสุดของหอคอยมนุษย์นี่ทำให้หัวใจคุณเต้นเร็วไม่หยุด มันเป็นประสบการณ์ที่เหมือนว่าเราอยู่กับความหายนะที่เห็นหอคอยเอียงไปเอียงมา และมีเด็กอายุประมาณ 7 ปี กำลังปีนขึ้นไปด้านบนสุดเพื่อที่จะได้ถึงเป้าหมาย

พอหอคอยมนุษย์ต่อคนเป็นรูปร่างเรียบร้อยแล้ว เค้าต้องค้างให้ได้เพื่อที่จะให้กรรมการนับ ถ้านับเสร็จก็ถือว่าผ่าน ทีนี้เค้าก็เริ่มที่จะค่อยๆ เอาคนลงมาทีละคน แต่มีเด็กคนนึงก้าวผิดที่ เลยทำให้หอคอยมนุษย์เสียสมดุล แล้วคนก็เริ่มร่วงหล่นลงมาเหมือนกับประสาทไพ่ที่กำลังทะลายลงมาข้างหน้าผม การที่ผมโดนผลักจากทุกทิศทุกทางมันทำให้สัญชาตญาณผมมันเริ่มยกกล้องขึ้นมาถ่าย และให้ความรู้สึกว่า ‘ได้อยู่ในเหตุการณ์’ จากนั้นผมก็เพิ่งมารู้ภายหลังว่าผมได้ภาพที่ดีมานี่เอง 

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าภาพนี้พิเศษคือการผสมผสานความสุขของคนที่ได้ต่อหอคอยมนุษย์สำเร็จ และความเจ็บปวดที่คนด้านบนหล่นลงมาทับคนด้านล่าง ผมว่าผมอยู่ได้ถูกที่ ถูกเวลา และโชคดีที่ได้รูปที่ดีจากเหตุการณ์นี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้องอยู่ที่นั่นก่อนถึงจะเจอดวงดีเจอภาพที่ดี”

Rammy Narula

© Rammy Narula

อีกใบที่ผมชอบมากๆ ใบที่ยุ่งๆ แต่คลีนมีเรื่องราว แบ่งเป็นเฟรมๆ บนซ้าย บนขวา ล่างซ้าย ล่างขวา ถ่ายมาอย่างดีอ่ะ ชอบแต่ละเฟรมมันก็จะมีความมันในการวาง layout ตัวแบบไม่ค่อยทับกัน มีอะไรให้ดูครบทุกเฟรมดี ถึงจะถ่ายเอียงแต่ก็ดูไม่เอียงเท่าไหร่เพราะพี่เค้ามีเส้นทะแยงที่ช่วยทำให้ภาพมันดึงขึ้นมา จริงๆถ้าภาพๆนี้ถ่ายตรง เส้นขอบฟ้าตรงๆ นี่มันคงจะดูไม่น่าสนใจเท่านี้นะ เพราะมันจะดูภาพมันเป๋ๆ ความพีคของภาพนี้คือการแบ่งเฟรมและ figure to ground ดีๆ นี่แหละทำให้ภาพรกกลายเป็นภาพที่คลีนได้นี่แหละ

Alex Webb

© Alex Webb / CUBA. Havana. 2000.

สุดยอดของความยุ่งเหยิง วุ่นวายมากครับใบนี้ และเจ๋งมากกกกๆ ด้วยเช่นกัน สนามเด็กเล่น (playground) นี่เป็นหนึ่งในแหล่งขุมทรัพย์ที่ดีมากๆ เลย เพราะที่ไหนมีของเล่นที่นั่นจะมีเด็ก พอมีเด็ก เด็กก็จะเล่นแปลกๆ พอยิ่งแปลกแล้วมันก็จะยิ่งพีค พอพีคแล้วมันจะดีมากๆ และการพีคนี้เนี่ยถ้าเราสามารถทำให้คนดูชัด ไม่มีอะไรบังได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ figure to ground ชัดๆ นอกจากตัวแบบแล้วใบนี้นี่มีเส้นสายอย่างงามโค้งไปมาสร้างจังหวะ rhythm ในการมองเพลินตาดี แถมคุณภาพแสง-เงาอย่างเยี่ยม มันขับสีให้มันดูสดขึ้น ของทุกๆ อย่างดูดีมีชีวิตขึ้นมามากด้วยคุณภาพแสงที่ดีอย่างนี้ สีสันของใบนี้ก็มีความสนุกเป็นชุดสีที่ลงตัวมากๆ สดๆ สีร้อน-เย็นผสมกันลงตัวกลมกล่อมมากๆ ยิ่งดูแล้วก็ยิ่งเพลิน

Jacob Aue Sobol

© Jacob Aue Sobol / MONGOLIA. Ulaanbaatar. 2012

อีกใบที่ดูยุ่งๆ แล้วผมชอบก็คือใบนี้ ใบนี้นี่เป็นภาพที่ feature ตอน Leica ให้กล้องดิจิตอลแบบที่ถ่ายได้แต่ ขาว-ดำ Leica M Monochrom กับช่างภาพ Magnum Photos เอาไปถ่าย พี่เค้าเลยเอาที่ เมืองอูลานบาทาร์ ประเทศมองโกเลีย ตอนปี 2012 ผมเคยได้ไปฟังพี่เค้าเล่ามาว่าตอนไปที่มองโกเลียเนี่ย ถ่ายมาเยอะมาก แต่ก่อนที่จะมาได้ภาพนี้คือ พี่เค้าเจอเจ้าหน้าที่ให้ลบภาพ แล้วก็โดนฟอร์แมทไปทั้งการ์ดเลย ภาพหายหมด (ตอนนั้นพี่เค้าก็ไม่รู้ว่ามันมีวิธีกู้ไฟล์มาได้) พี่เค้าเลยถ่ายต่อไปจนมาได้ใบนี้นี่แหละ

ใบนี้เป็นภาพที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่ฉากหน้าไปฉากหลัง เล่าถึงชีวิตผู้คนออกแนวสารคดีแล้วแอบมีกลิ่นอายของความเป็นสตรีทอยู่หน่อยๆ figure to ground ของเด็กที่กำลังเล่นบาสนี่ชัดเจนมาก ดีมากๆ ที่เห็นแขนของเด็กที่เลี้ยงลูกบาสอยู่ตรงนั้น แล้วดันมีคนที่อยู่ๆ ก็โผล่มาตรงด้านขวาล่าง จังหวะของห่วงยางมันช่วยเติมเต็มภาพให้มีอะไรได้มากขึ้น ฉากหลังเป็นบ้านๆๆๆๆ echo shape หลังคาบ้านเต็มไปหมด เป็นอีกใบที่รกและคลีน ชอบมากกก

Nils Jorgensen

© Nils Jorgensen

ใบนี้นี่เป็นความมันของภาพเลเยอร์ที่มีคนยวบยาบเต็มไปหมด แต่คนเยอะกำลังพอดี มีการเว้นช่องไฟที่พอเหมาะพอเจาะ แต่ละคนนี่ก็แทบจะไม่ทับซ้อนกันเลย บวกกับการทำภาพเป็น ขาว-ดำ ยิ่งทำให้รูปปั้นด้านหลังยิ่งกลืนเหมือนว่าเป็นคนจริงๆ ยืนอยู่ เลเยอร์หลังสุดยิ่งทำให้ภาพมันดูยุ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่

เวลาเจอซีนที่มีคนเยอะๆ หรือว่ารวมตัวกับเป็นก้อนๆ นี่เราต้องเข้าไปใกล้ๆ เค้าเลย ยิ่งเลนส์ระยะกว้างๆ อย่าง 28mm หรือ 35mm มันจะทำให้เราได้เก็บบรรยากาศโดยรวม เวลาดูก็เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงนั้นเลย แต่บางสถานการณ์เราก็อาจจะหยิบเลนส์เทเลมาใช้บ้างแต่อาจจะมีโอกาสได้ภาพน้อยกว่าหน่อย เนื่องจากเราอยู่ไกล มันอาจจะมีองค์ประกอบ (element) อะไรที่เราไม่ต้องการเข้ามาขวางได้เยอะขึ้น ยิ่งบวกกับเมืองไทยเรานี่ทางเดินก็มีให้น้อย ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวิธีที่เราจะถ่ายแล้วล่ะครับ โดยรวมสถานการณ์ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะใช้เลนส์ระยะ 28mm และ 35mm ไปถ่ายกันซะมากกว่า

Garry Winogrand

© Garry Winogrand

ใบนี้เป็นอีกใบที่มีความยุ่งวุ่นวายจากท่าทางของเหล่านักอเมริกันฟุตบอล ดูดีๆ นะ แต่ละคนนี่ก็แทบจะไม่ทับซ้อนกันเลย คนเยอะขนาดนี้พี่แกร์รี่ก็ยังจะหาวินาทีสำคัญ (decisive moment) ที่จะสามารถทำเลเยอร์นี้ให้คนไม่ทับซ้อนสร้างความคลีนให้กับภาพนี้ นอกจากนั้นยังมีเทคนิคความเอียงเข้ามาเล่น ทำให้เหมือนว่าคนเค้ากำลังวิ่งลงทางลาด ตรงที่พีคคือ คนตรงกลางที่กำลังจะล้มยิ่งทำให้เหมือนเลื่อนล้มตอนลงทางลาด พี่เค้าทำให้ภาพมันเหมือนว่าเทไปทางซ้ายจริงๆ มันช่างเป็นความคลีนในความรกที่งามหยดดีจริงๆ

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์

© Tavepong Pratoomwong

มาถึงใบสุดท้ายกันแล้ว ใบยุ่งๆ แล้วดูมีความคลีนๆก็มีใบนี้ เป็นสมาชิกคนใหม่ในกลุ่ม iN-PUBLIC พี่วีพงโอปป้าสุดหล่อคนนี้นี่เอง ใบนี้เป็นความยุ่งเหยิงที่เต็มไปด้วยแขน แขน แขน มือ มือ มือ แล้วก็มีสีแดงของแตงโมมาตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า มีก้อนเมฆสีขาวๆ ให้ rhythm สีอย่างงดงาม การ echo  ของสีน้ำเงินก็มีความบังเอิญอย่างน่าเหลือเชื่อจากท้องฟ้า มาที่ผ้าคลุมหัว โทนเสื้อของแต่ละคนด้วย ดูไปในทางโทนสีน้ำเงินกันหมดเลย แล้วอยู่ๆ ก็มีสีแดงของแตงโมมาตัด เฮ้ยยย..มันคือคู่สีที่ลงตัวที่สุด แถมเห็นสีหน้าของคนทุกคนเห็นหน้าทุกคนอย่างชัดเจน แต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างลงตัวมากๆ ที่ตลกอีกอย่างคือพี่คนกลางทำไมเค้าใช้มีดตัดแตงโมอย่างนั้นล่ะครับ ท่าทางจะลำบากน่าดู ใบนี้พีคสุดก็ตรงที่ echo ของแขน มือ แตงโม นี่แหละ ดูแล้วสนุกมาก มันสุดๆ

เอาล่ะๆๆ ฟังผมมาเยอะแล้ว เรามาฟังพี่วีพงเล่าเรื่องเกี่ยวกับภาพนี้กันหน่อยเลยดีกว่า

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

“ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพที่เราชอบที่สุดในปี 2015 เรามีโอกาสได้ไปงานนิทรรศการของกลุ่ม Observe Collective ที่เยอรมัน มันเป็นอีเวนท์ที่เยี่ยมมากๆ ในงานเราได้เจอตัวเป็นๆของช่างภาพที่รู้จักกัน เห็นงานกันแต่บนโลกโซเชียล ทุกๆคนอัธยาศัยดีมาก อาจจะเพราะเราชอบในสิ่งๆเดียวกัน คือการถ่ายภาพสตรีท หลังงานเลิก คนจัดงานก็พาแขกที่มาร่วมงานเดินทางไปเทศกาล Peace Festival ที่เมือง Münster 

งาน Peace Festival จัดในสนามหญ้าขนาดประมาณสนามบอลได้ มันเป็นเทศกาลที่ชาวต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมัน ออกมาปาร์ตี้ ร้องรำทำเพลงกัน ตอนที่เดินทางไปถึง ช่างภาพทุกคนนี่เหมือนกับเด็กที่เจอสนามเด็กเล่น ทุกคนวิ่งกรูเข้าไปถ่ายภาพกันรัวๆ เราก็เดินถ่ายภาพของเราไปเรื่อยๆ จนใกล้ถึงเวลานัดหมายที่จะกลับแล้ว เราก็สังเกตเห็นคนกลุ่มนึงกำลังหิ้วแตงโมมาเพื่อที่จะผ่า เราคิดว่ามันเป็นซีนที่น่าสนใจดี เลยตัดสินใจไปนั่งคุกเข่าข้างหน้าและเสยกล้องขึ้น ความตั้งใจแรกคือกะถ่ายให้เห็นจังหวะผ่าแตงโมกับท้องฟ้าสวยๆ ข้อดีสำหรับการถ่ายภาพในงานเฟสติวัลพวกนี้ก็คือ คนเค้าจะไม่ค่อยสนใจช่างภาพเท่าไหร่ เมื่อเค้าไม่ว่าอะไร เราก็ถ่ายของเราไปเรื่อยๆ

ช็อตที่เราชอบที่สุดก็คือจังหวะที่มือของทุกคนถือแตงโม ร้อยเรียงขึ้นไปเป็นชั้น ทางด้านขวามีการเชื่อมโยงกับมืออีกข้างคล้ายเป็นวงเวียน หรือวัฎจักรอะไรสักอย่าง ถ้าดูจาก Contact Sheet ก็จะเห็นว่า มันเกิดมาแค่แว้บเดียวเอง ถ้าลุงด้านขวาไม่โน้มตัวลงมา เฟรมมิ่งมันก็ไม่ได้แบบนี้ ผลลัพธ์ของภาพนี้มันไปไกลกว่าที่้เราคิดไว้ตอนแรกมากๆ “

เอาล่ะครับ หวังว่าวันนี้คงจะได้รับความรกกันเต็มอิ่มกันพอสมควร ถ้ามีเวลาก็ลองออกไปหาซีนรกๆ ถ่าย ให้เกิดความมันส์ของตัวเองกัน เรื่อง Figure to ground นี้เนี่ยสำคัญมาก ขาดไม่ได้เลย พยายามอย่าให้อะไรทับซ้อนกันเป็นดีที่สุดมันเป็นเรื่องของ Decisive moment ของทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงตัวเราด้วยอยู่ถูกที่ถูกเวลา แล้วเก็บความไม่รกภายในเสี้ยววินาทีที่สำคัญนั้นมากันให้ได้ แล้วเราจะรู้สึกถึงความมันในการถ่ายภาพสตรีทนี่แหละครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s