ศิลปะแห่งการเฝ้ามองเครื่องบินของ Mindaugas Kavaliauskas

เรียบเรียง โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun) Mindaugas Kavaliauskas ใช้เวลาหมดไปกับการเฝ้าดูผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับการเดินทางด้วยเครื่องบินมานับสิบปี “travel’AIR” เป็นโปรเจคที่พาเขาเดินทางไปจับภาพผู้คนเหล่านี้ทั่วโลก นิวซีแลนด์ , อเมริกา , โปแลนด์ , เยอรมัน และเดนมาร์ก เขาได้พูดคุยกับผู้คนมากมายที่ต้องเกี่ยวพันกับสนามบิน พวกเขามาทำอะไร รอคอยใคร อะไรคืออนาคตของพวกเขา ความรักของพวกเขาคืออะไร Mindaugas เล่าเรื่องอย่างตรงมาตรงไป อย่างซื่อสัตย์และเรียบง่าย เขาไม่ได้ซ่อนเร้นเอาเชิงสัญญะ มุมมองที่เป็นนามธรรมเอาไว้ มันเป็นเพียงการพูดถึงผู้คน สถานที่ เหตุการณ์ที่เขาได้เจอ และมันมีชิ้นส่วนเล็กๆที่เกี่ยวกันไว้ด้วย ‘เครื่องบิน’ SPOT เริ่มต้นเมื่อปี 2015 มันคือซีรีย์ย่อยใน travel’AIR ที่พูดถึงการเฝ้าดูเครื่องบินของผู้คนในมุมต่างๆ เหตุผลต่างๆ อาจจะเพราะออกเดท อาจจะเพราะเฝ้ารอการกลับมาของใคร อาจจะเพราะอยากจะเก็บภาพเครื่องบิน แต่พวกเขาก็เฝ้าดูเครื่องบินร่วมกัน “ผมไม่ใช่แค่มองหาภาพที่ต้องการจะถ่าย แต่ผมมองหาเรื่องราวที่อยากจะเล่า” – Mindaugas Kavaliauskas http://www.kavaliauskas.eu  

Coincidence Project กับองค์ประกอบที่ลงตัว

จาก The ‘Coincidence Project’ By Denis Cherim แปลโดย Asadawut Boonlitsak Coincidence Project เป็นซีรีส์รวมภาพที่มีการจัดองค์ประกอบที่ลงตัวมากของ Denis Cherim ซึ่งเขาทำระหว่างที่ได้ออกเดินทางไปเมืองต่างๆ เช่น Plovdiv,Valencia,Madrid และ London เขาได้อธิบายเพิ่มอีกว่า ‘องค์ประกอบที่ลงตัวที่ซ่อนอยู่ระหว่างเดินทาง ดูผ่านๆ ก็เหมือนไร้ความหมาย ซึ่งนั่นคือธรรมชาติรูปแบบของสถาปัตยกรรม’ เขาได้เติบโตขึ้นและโชคดีที่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังหลายประเทศเลยได้เจอกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมต่างๆ เหตุนี้เองทำให้เขาได้เข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เหมือนจะไม่มีความหมาย แต่ก็มีความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใน สามารถติดตามงานของเขาต่อได้ที่ @denischerim

The Mexican Suitcase การค้นพบฟิล์มภาพสงครามที่สาบสูญไป 70 ปี!

บทความ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun) ปลายปี 2007 กล่องเก่าๆ 3 ลังได้เดินทางจากเม็กซิโกมาถึง ICP หรือ (the International Center of Photography) สถาบันการถ่ายภาพชื่อดังของนิวยอร์ค มันไม่ใช่แค่การเดินทางของลังธรรมดาๆทั่วไป แต่มันเป็นการเดินทางอันยาวนาน ลึกลับ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การถ่ายภาพครั้งหนึ่งของโลก ลังเหล่านั้น ถูกขนานนามว่า “Mexican Suitcase” แม้มันจะถูกขนานชื่อว่าเป็น “กระเป๋า” (Suitcase) แต่จริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ลังกระดาษแข็งที่บรรจุเอาเรื่องราวเมื่อครั้งสงครามกลางเมืองในสเปนช่วงปี 1936 – 1939 ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยม้วนฟิล์มที่ถูกถ่ายเอาไว้โดยช่างภาพระดับตำนาน Robert Capa , Gerda Taro ภรรยาของ Capa และ David (Chim) Seymour ภาพกว่า 4,500 ภาพ แต่ไม่เคยมีใครพบเห็นมันเลยนับตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 กล่องเหล่านี้ได้หายสาปสูญเพราะ Capa ต้องหนีการจับกุมของทหารเยอรมันไปที่นิวยอร์ค และเขาได้ทิ้งลังพวกนั้นเอาไว้ในห้องมืดที่ปารีส ไม่มีใครได้ข่าวลังกระดาษแข็งพวกนั้นอีกเลย… Read More The Mexican Suitcase การค้นพบฟิล์มภาพสงครามที่สาบสูญไป 70 ปี!

Jonathan Higbee  ตามหาความไร้ตัวตนในฝูงชนที่นิวยอร์ค

จาก Staying True : Interview with Jonathan Higbee by A.g.De mesa แปลโดย ภาสินี ประมูลวงศ์ ในปี 2015 Jonathan Higbee ชนะรางวัลใหญ่สุดในการประกวด World Street Photography Awards จากภาพ ‘Times Square’ และนอกเหนือจากภาพหนึ่งภาพที่ชนะ เมื่อลองมองภาพอื่นๆที่โจนาธานถ่ายมาตลอด ปฏิเสธไม่ได้ว่าโจนาธานถ่ายภาพสตรีทอย่างศิลปิน ไม่ใช่แค่แสง สี หรือช่วงเวลาเหมาะเจาะที่ทำให้งานของเขาโดดเด่น แต่คือสายตาเฉียบคบที่มองเห็นมุมสวยงามซึ่งเมืองเทาๆอย่างนิวยอร์คพึงจะมีได้   ทำไมต้องภาพสตรีท ? ผมถ่ายสตรีทเพื่อค้นหาว่าผมเป็นใคร มันให้เวลาผมในการคิดวิเคราะห์ประเด็นนั้น ผมเคยคิดว่าความหลงใหลในการถ่ายสตรีทของผมเป็นเพราะผมคลั่งไคล้การเล่าเรื่องและผมชอบนิวยอร์ค แต่มันไม่จริงทั้งหมด ผมสามารถทำงานศิลปะอะไรก็ได้และพูดแบบเดียวกันนี้ เหตุผลจริงๆคือ การค้นหาตัวเองผ่านการถ่ายภาพสตรีทเป็นตัวตนของผมที่สุด ช่วงเวลาบางวินาทีบนท้องถนนให้แรงบันดาลใจผมมากพอที่จะกดชัตเตอร์และปฎิสัมพันธ์กับโลกแบบที่โลกเป็น ไม่ต้องมีสตูดิโอ ไม่มีการจัดแสง ไม่มีช่างแต่งหน้า ข้างนอกนั่นบนทางเท้า โลหะของตึก พลาสติกตามถนน และแสงระหว่างผมและสิ่งที่ผมพบเจอ ในทุกฉากชีวิตที่เข้ามาในสายตาของผมหรือบางฉากที่ยังติดอยู่หลังเปลือกตาแม้หลังจากถ่ายแล้ว ความต้องการที่จะกักเก็บวินาทีนั้นไว้ตลอดกาล ผมเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น ทุกงานที่ผมทำ… Read More Jonathan Higbee  ตามหาความไร้ตัวตนในฝูงชนที่นิวยอร์ค