ทำไม.. เราจึงต้องลงประกวดแข่งขันกันในงานศิลปะ?

วันก่อนเพิ่งได้ดูหนังอินเดียเรื่อง Dangal ไป หนังว่าด้วยเรื่องความฝันอันล้มเหลว ในการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกกีฬามวยปล้ำมาให้ประเทศอินเดียของพระเอก สิ่งนี้เองทำให้เขาเปลี่ยนคาดหวังทั้งหมดทั้งมวลมาที่ตัวลูกๆ 

แต่อนิจจัง.. ลูกกี่คนๆที่คลอดออกมาก็ดันเป็นผู้หญิงไปซะหมดนิ..

ด้วยสังคมอินเดียมีความไม่เท่าเทียมเรื่องเพศอยู่มาก อุดมคตินั้นจึงบดบังความฝันเขาไปซะหมด แต่ในความหวังอันเลือนลางนั้นกลับลุกโชนอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าลูกสาวสองคนมีแววในการเล่นมวยปล้ำอยู่ไม่น้อย แม้ว่าการที่ผู้หญิงในอินเดียจะหันมาฝึกฝนมวยปล้ำเป็นเรื่องที่สังคมไม่ค่อยยอมรับสักเท่าไหร่

การผลักดันลูกๆ โดยเฉพาะลูกสาวที่ชื่อว่า “กีตา” ให้เข้าสู่สนามต่อสู้ต่างๆ ตั้งแต่สนามระดับตำบล ไปสู่ระดับอำเภอ ระดับประเทศ คือขั้นบันไดในการเรียนรู้ พัฒนาฝีมือของกีตาอยู่มาก จุดจบของเรื่องซึ่งกีตาจะสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก อันเป็นความฝันที่หลุดลอยไปไกลแสนไกลของผู้เป็นพ่อได้หรือไม่นั้น?.. ไม่ใช่ประเด็นที่เขียนถึงวันนี้

แต่สิ่งที่จะเขียนถึงคือ…. ทำไม? เราจึงต้องประกวดแข่งขันกันด้วยนะ? โดยเฉพาะในงานศิลปะภาพถ่าย ซึ่งบางคนอาจจะมองว่า.. มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องแข่งขันกัน

อันตัวเรานี้ เกิดมาก็ไม่เคยคิดจะมีอาชีพช่างภาพ หรือเกี่ยวกับงานถ่ายภาพเลย หรือยิ่งไปไกลกว่านั้น…คือการย่างกรายไปสู่เวทีการแข่งขันถ่ายภาพต่างๆ ไม่ว่าจะระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ เพราะแค่ถ่ายรูปปกติก็ยังไม่ได้เรื่องเลย

จนกระทั่งเมื่อปี 2015 เราเริ่มต้นสนใจและศึกษาการถ่ายสตรีทอย่างจริงจัง ด้วยความรู้อันน้อยนิดเรื่องการถ่ายภาพ เราจึงต้องการการชี้แนะอย่างมาก เสพงานที่ดีๆอย่างมาก แต่สำคัญไปกว่านั้น…การที่จะทำให้เรารู้ตัวว่างานของเราเป็นอย่างไร ก็คือการได้รับคำวิจารณ์จากคนอื่นๆ

ที่ดินแดน Flickr.com คอมมูนิตี้ช่างภาพหลากหลายแขนงบนออนไลน์อันลือลั่นนั้น มีกรุ๊ปหลายๆกรุ๊ปที่รวบรวมเอาช่างภาพสตรีทรุ่นใหม่เอาไว้มากมาย หลายกลุ่มมีการจัดประกวด จัดแข่งขันในแต่ละเดือน หรือบางกลุ่มก็มีการคัดเลือกภาพที่โดดเด่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

กรุ๊ปแรกๆ ที่เราส่งภาพเข้าไปคือ Observe Street Fight เป็นกรุ๊ปใน Flickr.com ที่แอดมินจะเลือกรูปที่น่าสนใจและมีความคล้ายกัน มาสร้างแมทช์ให้คนโหวต ใครชนะถึงจะได้รับการถูกเลือกภาพเข้าไปในกรุ๊ปนั้นเท่านั้น

จำได้ว่าภาพแรกที่ถูกเลือกไปจับแมทช์นั้น แค่รู้ว่าได้รับเลือกเข้าไปก็ดีใจแล้ว (ที่ดีมากๆ คือมีคอมเมนต์หลากหลายจากคนดูให้กับภาพของเราด้วย) เหมือนมีคุณครูบอกเราว่า เออๆ..ประมาณนี้แหละ มาถูกทางแล้ว แต่ก็ดีใจขึ้นไปอีกก็เมื่อภาพนั้นชนะโหวตในแมทช์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็นภาพที่เบิกเนตรเราจริงๆ จังๆ

ภาพแรกที่ส่งไปในกรุ๊ป Observe Street Fight ทำให้เริ่มเข้าใจความ Contrast ของเรื่องราวในภาพที่สื่อออกมาให้คนเข้าใจได้

ต่อจากจุดนั้น เราก็ศึกษางานต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น ศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์ และที่สำคัญคือไม่เคยหยุดถ่ายภาพเลย เหมือนนักมวยที่ต้องตื่นเช้ามาฝึกซ้อมอยู่ทุกวันแม้จะไม่มีการแข่งขันที่ไหนก็ตาม หลังจากที่ส่งภาพเข้าไปใน Flickr.com หลายๆ กลุ่มมากเข้าๆ ก็เริ่มมองดูการประกวดถ่ายภาพที่เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ในปี 2015 ยังมีการประกวดภาพสตรีทระดับโลกที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่รายการ เช่น EyeEm Awards , Miami Street Photography Festival ซึ่งในวันนั้น ก็มีคนไทยเข้าสู่รอบ Finalist อยู่ไม่น้อย รวมถึงการคว้ารางวัลชนะเลิศของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ในปี 2014 ด้วย

เราเริ่มสนใจอยากจะส่งงานของตัวเองประกวดบ้าง ไม่ใช่เพื่อคว้ารางวัล (เพราะรู้ว่ามันยังห่างไกล แต่ก็หวังลึกๆ แหละ เพียงแต่รู้ตัวว่าฝีมือยังไม่ถึง) แต่เราต้องการฟีดแบกที่ท้าทายมากขึ้นอีกขั้น

การประกวดในปีแรกนั้น ถือได้ว่ายับเยินทีเดียว ไม่มีรายการใดที่เราติดเข้าไปกับเขาเลยสักงานเดียว ซึ่งนั่นแหละ! พอเราเห็นงานที่ติดเข้าไป แล้วหันมาเทียบกับงานของตัวเอง มันก็ช่างสมควรแล้วจริงๆ… นับได้ว่านี่คือ ‘คำวิจารณ์’ ที่ชกเข้าที่หน้าได้แรงมากทีเดียว

งานที่ส่งไปประกวดในงานต่างๆ ช่วงปีแรก

ปีต่อมา 2016 เรายังคงรักษาปริมาณการศึกษาและการถ่ายภาพของตัวเองให้กระตือรือร้นอยู่สม่ำเสมอ พยายามพัฒนางานของตัวเองด้วยการดูงานหลากหลายขึ้น ถ่ายให้มากขึ้น (เช่น การพาตัวเองไปถ่ายรูปอย่างเดียวที่พาราณสีอย่างจริงจังตลอด 10 วัน) ซึ่งมันก็เริ่มเห็นผลจากการส่งประกวดเป็นปีที่ 2

เราเริ่มติด Finalist ในรายการแข่งขันระดับนานาชาติบ้าง เช่น รายการใหม่ในปีนั้น StreetFoto Sanfancisco Awards 2016 และ EyeEm Awards 2016 การติดโผรอบสุดท้ายนั้น.. ไม่มีความสำคัญในทางเกียรติยศอะไร แต่ใจความสำคัญคือ มันทำให้เราเห็นตัวเองมากขึ้นในอีกระดับนึง พอคุณคิดว่าคุณสามารถเข้ามาในกลุ่มที่งานดีขึ้นแล้ว.. แต่เมื่อคุณเทียบงานของตัวเองกับงานในกลุ่มเดียวกัน คุณก็จะยังพบว่า… โอยย.. ยังอ่อนหัดนัก

ภาพที่เข้ารอบสุดท้ายในงาน StreetFoto Sanfancisco 2016
ภาพที่เข้ารอบสุดท้ายในงาน EyeEm Awards 2016

ปี 2017 เราฝึกฝนตัวเองในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อค้นหาว่าอะไรที่เป็นตัวเองมากที่สุด  ข้อดีของปีหลังๆสำหรับเรานี้คือมีงานประกวดให้ส่งมากมายมากขึ้น มีคนสนใจงานสตรีทมากขึ้น ยิ่งทำให้เกิดการพัฒนามากขึ้นไปอีก เพราะมาตรฐานงานทั่วโลกโดยรวมมันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เราเริ่มมีผลงานที่ได้เข้ารอบสุดท้าย Finalist มากขึ้น เช่น งาน StreetFoto Sanfancisco Awards 2017 , งาน Observations Street Photography Festival 2017 : Down by the river theme , งาน London Street Photography Awards 2017 , งาน Brussels Street Photography Awards 2017 , งาน Miami Street Photgraphy  Festival 2017 ฯลฯ

และที่ทำได้ดีที่สุดในปีสำหรับเราคือ การชนะรางวัลที่ 2 รายการ Lensculture Street Photography Awards 2017 สำหรับเราแล้ว.. รางวัลนี้ไม่ใช่สิ่งที่บอกว่า เราเก่งในการถ่ายภาพแบบนี้ เพราะมันวัดอะไรในมุมนั้นไม่ได้เลย การตัดสินนั้นๆมันขึ้นอยู่กับรสนิยมของกรรมการแต่ละคนมากกว่า แต่สิ่งที่เราได้มากกว่าแค่รางวัล (ซึ่งก็ดีใจแหล่ะ) และสำคัญมากๆ คือคำว่า ‘บรรทัดฐาน’

ภาพที่ได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ในงาน LensCulture Street Photography 2017

การประกวดเป็นเพียงกระจกสะท้อนให้เห็น ‘ข้อความ’ ของเรา ไม่ว่าคุณจะได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือก ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับการพัฒนางานเพื่อสื่อสาร ต้องยอมรับว่างานศิลปะนั้น ต้องทำหน้าที่หนึ่งที่สำคัญมากๆคือการสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจของผู้สร้างออกมา เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากรู้ว่า ‘สาร’ ที่เราสื่อสารออกไป ผู้รับสารเข้าใจมันมากน้อยแค่ไหน ก็คงต้องไปถามคนที่รับไป ไม่ใช่ทึกทักเอาเองว่าเขาเข้าใจ

การประกวด สำหรับเราแล้ว..กรรมการแต่ละคนถือว่าเป็นผู้รับสารที่เข้มงวด เพราะสารที่เขารับเข้าไปนั้นมีมากมายจากทั่วโลกและเร้าใจไปหมด ดังนั้น ‘บรรทัดฐาน’ ของคนเหล่านี้จึงสูง เพื่อคัดเอาเพียงสารที่น่าสนใจที่สุดเท่านั้น และถ้าเรารู้ว่าไอ้บรรทัดฐานที่สูงนั้น อยู่ตรงไหน? เราก็จะมีเป้าหมายในการพัฒนางานเพื่อไปแตะที่บรรทัดฐานนั้นให้ได้ และเมื่อคุณแตะที่บรรทัดฐานนั้นได้แล้ว ทุกครั้งที่คุณสร้างงาน คุณจะรู้ได้เองว่า ‘สาร’ ของคุณ อยู่ที่จุดไหนกันแน่?

ในตอนหนึ่งของหนัง Dangal ขณะที่กีตามีความมั่นใจในตัวเองอย่างมากแล้วจากการชนะระดับประเทศ แต่พอเธอก้าวเข้าสู่สนามระดับนานาชาติ ‘บรรทัดฐาน’ ที่เธอคิดว่ามันดีแล้ว ก็พังทลายลง และตัวเธอเองก็รับรู้ได้ว่า เธอยังต้องพยายามมากขึ้นไปมากกว่านี้

สำหรับเราแล้ว นี่แหละ…คือเป้าหมายที่แท้จริงของการประกวด

 

 

Advertisements

ผู้ก่อตั้งและเขียน สยาม.มนุษย์.สตรีท เจ้าของร้านคนชอบถ่ายภาพอะนาล็อกที่ชื่อว่า Husband and Wife Shop

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.