ศิลปะเยียวยาชีวิต กับใจที่แตกสลายของ Robert Frank

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Robert Frank คือหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในโลกของศิลปะภาพถ่ายยุคใหม่ ในวัยที่ล่วงเลยมาถึง 94 ปีแล้ว เขาผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัวที่หนักหนาไม่แพ้กัน

The Americans (1959) อาจจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่แห่งวงการศิลปะร่วมสมัย มันคืองานภาพที่ร้อยเรียงเรื่องราวที่ตีแสกหน้าคนอเมริกันอย่างตรงไปตรงมาให้ตื่นจากภวังค์ของ American Dream แห่งยุค ’50s เขาพาไปพบกับความเหลื่อมล้ำ เหยียดผิว การเมือง อย่างที่ศิลปะร่วมสมัยไม่เคยพาไปถึงมาก่อน

แต่ในฐานะของความเป็นมนุษย์ Robert Frank ก้าวผ่านความเจ็บปวดที่สุดของชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่างานศิลปะที่เขาได้สร้าง ภาพปิดท้ายใน The Americans คือภาพของภรรยาและลูกเล็กอีกสองคนของ Frank มันถูกถ่ายที่เท็กซัสระหว่างเดินทางไปทั่วอเมริกาเพื่อถ่ายทำภาพชุดนี้ แสดงไฟหน้ารถยังคงเปิดอยู่ ดั่งความหวังที่ไม่มีอยู่จริง มันคือภาพบันทึกสำคัญอันหวานขมของเขาไปในที

“การสูญเสียความทรงจำมันเป็นเรื่องตลกอย่างนึง บางทีคุณก็พยายามจะไม่ลืมสิ่งที่ไม่อยากลืม แต่คุณก็กลับจำสิ่งอื่นแทน”

ปี 1974 ลูกสาวคนเล็ก Andrea ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตที่กัวเตมาลาในวัยเพียง 21 ปี ในขณะที่ชีวิตแต่งงานของเขาล่มสลาย และลูกชายของเขา Pablo เริ่มมีอาการป่วยทางจิต

ความสูญเสียต่างๆในชีวิตเขา ทำให้เขาออกค้นหาคำตอบให้กับชีวิตผ่านงานศิลปะ และเขาเองก็พยายามทำงานศิลปะที่แตกต่างออกไปจากงานภาพถ่าย ด้วยความเชื่อที่ว่าการที่คุณทำงานศิลปะซ้ำรอยเดิม มีแต่จะทำให้คุณอ่อนแอลง

ปี 1985 Frank ทดลองถ่ายภาพยนตร์ส่วนตัวเรื่องแรก “Home Improvement” บันทึกขณะที่ Pablo ลูกชายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช โดยเป็นการตั้งคำถามด้วยงานภาพยนตร์ของเขาว่า “ทำไม Pablo ถึงป่วยได้? เพราะมีเค้าเป็นพ่อซึ่งเป็นศิลปินหรือ? หรือเพราะต้องสูญเสียน้องสาวไป?” แม้จะไม่มีคำตอบใดๆจากหนังเรื่องนี้ แต่มันคือการเยียวยามากกว่าการหาคำตอบ

ภาพใน Home Improvement คือการแสดงออกซึ่งความเจ็บปวดเสมือนการฉายภาพซ้ำการสูญเสียลูกสาวและการป่วยของลูกชาย ภาพของเด็กสาววิ่งยิ้มร่า มาจูบพ่อของเธอ คือบทสรุปของความเจ็บปวดนั้น “ผมดีใจที่ได้ถ่ายมันไว้ ในวันที่พวกเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว” Frank กล่าว

เขามักพูดถึงความทรงจำและความเจ็บปวดอยู่เสมอๆ  Frank ไม่เคยลืมลูกๆของเขาเลย มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่เคยหายไป ไม่รู้เมื่อไหร่จะดีขึ้น หรือทำอย่างไรให้ดีขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้ตามหลอกหลอนไปพร้อมๆกับความทรงจำดีๆที่คอยประคับประคองเอาไว้ ในขณะที่มันก็ทำร้ายเขาไปด้วยเช่นกัน

ปี 1978 “Sick of Goodby’s,Mabou” หนึ่งในชิ้นงานสำคัญที่อยู่ในหนังสือ The Lines of My Hand  (ฉบับพิมพ์ใหม่ปี 1989) อันเป็นหนังสือที่เขาเล่าอัตชีวประวัติของตัวเองผ่านงานศิลปะภาพถ่ายทั้งหมดของเขา มันเป็นงานที่สะท้อนความเจ็บปวดของเขาออกมาอย่างเต็มเปี่ยม อาจดูว่าเป็นความรุนแรงก็ได้ หรือเป็นการระเบิดเอาความอ่อนแอของเขาออกมา

เขาทดลองสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในภาพ โดยการใส่ตัวหนังสือลงไป บางภาพก็ใช้วิธีขูดบนภาพให้กลายเป็นตัวหนังสือ หรือบางครั้งก็ขูดบนแผ่นฟิล์มเลย และทดลองผสมภาพต่างๆ 2-3 ภาพ บางครั้งก็มากถึง 9 ภาพลงในเฟรมๆเดียว

เขาทำลายเขตแดนของการถ่ายภาพของตัวเอง โดยการทำให้ภาพของเขาแตกเป็นส่วนๆเพื่อแทนตัวลูกชายของเขาซึ่งจิตใจแตกสลาย และลูกสาวที่แตกสลายไปกับเครื่องบินตกครั้งนั้น อย่างไรก็ตาม งานชิ้นนี้ก็ไม่ได้ถูกอธิบายอย่างละเอียดชัดเจนนัก เขามักจะอธิบายเพียงว่า เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่เขาใช้ตามองเห็นเป็นใช้ความรู้สึกแทน

“ผมไม่เชื่อในความงามของภาพถ่ายอีกต่อไป ผมจึงทำลายมันซะ”

20 ปีหลังจากที่ Andrea ลูกสาวคนเล็กเสียชีวิต ลูกชายของเขา Pablo ก็เสียชีวิตลงในปี 1994 ปัจจุบัน Frank อาศัยอยู่ที่บนเขาในมาบู แหลมเบรตัน

Frank และ Pablo ในปี 1994 ก่อนเสียชีวิต

“ผมกลับมาบ้านและมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ข้างนอกนั่นหิมะกำลังตก ไม่มีคลื่นลมเคลื่อนไหว ชายหาดขาวหมดจด ตู้จดหมายสีเทา ผมมองย้อนดูโลกที่จากไปแล้ว..ตลอดกาล คิดถึงห้วงเวลาที่ไม่มีวันย้อนกลับ หนังสือภาพนั้นกลับจ้องมาที่ผม ยี่สิบห้าปีที่เฝ้าตามหาเส้นทางนั้น โปสการ์ดจากทุกๆที่ที่ไป ถ้าในนั้นมีคำตอบสักคำตอบหนึ่งอยู่.. ผมคงทำมันหล่นหายไปที่ไหนสักแห่งแล้ว”

 

Andrea และ Pablo ในปี 1956

“ทำไมคุณถึงยังทำงานศิลปะอยู่?”

“เพราะมันหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผมยังมีชีวิตอยู่น่ะสิ” Frank กล่าว

 

Advertisements

ผู้ก่อตั้งและเขียน สยาม.มนุษย์.สตรีท เจ้าของร้านคนชอบถ่ายภาพอะนาล็อกที่ชื่อว่า Husband and Wife Shop

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.