เก็บตก พาเดินชมงานเพนท์ติ้ง 3 สไตล์ ใน 3 แกลลอรี่

เคยไหม เดินเข้าแกลลอรี่แล้วจบออกมาด้วยการเอามือเกาหัวออกมาว่า เอ๊ ไม่เห็นเข้าใจเลย

วันก่อนเรามีโอกาสได้เดินชมงานแถวย่านเจริญกรุง ที่ทั้งสามแกลลอรี่สามารถเดินต่อกันได้ แล้วบังเอิญว่าทั้งสามงานนั้น เป็นงานเพนท์ติ้งเหมือนกันพอดี แต่แต่ละงานนั้นก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน

วันนี้เราเลยมารีวิวงานให้ฟังกัน พร้อมทั้งอธิบายอย่างคร่าวๆว่างานแต่ละงานมีที่มาที่ไปยังไง ทำไมศิลปินถึงเลือกใช้วิธีนำเสนอแบบนี้ แล้วมันมีความหมายว่าอย่างไรกันบ้างนะ

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

0

1

IMG_4112

IMG_4113

เริ่มต้นจากงานนิทรรศการแรกที่เราไปที่ Warehouse 30 งานนี้หลายๆคนอาจจะเห็นผ่านตากันบ้างแล้ว กับ Teleport Exhibition โดยคุณกันตภณ เมธีกุล นั่นเอง

IMG_4158

IMG_4128

เมื่อชมงานได้ซักพักแล้ว คงสังเกตได้ไม่ยาก ว่าพระเอกของงานนี้ ก็คือ Teleport (อย่างที่ชื่องานเขาได้บอกไว้) แต่Teleport ของคุณก้อง กันตภณ นี่หมายความถึงอะไรบ้างนะ ?

IMG_4145

IMG_4129

แรกเริ่มแล้ว ที่มาของเจ้า Teleport นี้ เริ่มจากตอนก้องไปเรียนต่อทางด้านศิลปะที่นิวยอร์ก ความเหงาและโดดเดี่ยวจากการที่ต้องใช้ชีวิตที่นั่นตามลำพัง ทำให้ก้องวาดเจ้า Teleport นี้ขึ้นมา และมีตัวละครเป็นเหมือนตัวแทนลอดผ่านประตูหลุมดำนี้ไปอยู่ซักที่ ส่วนจะเป็นที่ไหน ก็คงแล้วแต่ใจเราจะจินตนาการให้มันเป็นได้

30073551_2129783260570491_1714130525603257839_o
Picture from @Gongkanstudio
30425703_2126714380877379_8761662357089171003_o
Picture from @Gongkanstudio

จากตอนแรกที่เป็น Street Art วาดตามกำแพงถนน และ Sticker Bomb ที่พาตัวละครหนีไปที่ต่างๆทั่วทั้งนิวยอร์ก คราวนี้งานของก้องพาตัวเองมาอยู่บนผืนผ้าใบให้ชาวไทยได้ชมกัน

IMG_4189

จากหลุมดำเป็นเหมือนประตูวาร์ปพาเราหนีไปที่ต่างๆ คราวนี้หลุมดำของก้องทำหน้าที่อื่นที่มากกว่านั้น

IMG_4139

IMG_4182

จากปืนกลายเป็นดอกไม้ จากความเกลียด กลายเป็นความรัก

เทเลพอร์ทของก้องนั้น ยังคงเต็มไปด้วยความหวังและความฝันเหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มมาคราวนี้คือเราได้เห็นจิตนาการณ์ที่มากขึ้น หลุมดำคลี่คลายหน้าที่การทำงานของมันเองผ่านแต่ละภาพ จากเพียงแค่การหนีไปไหนซักที่ มาสู่การอยากทำให้โลกเป็นที่ที่ดีขึ้น

IMG_4143

IMG_4130

แม้จะมีกระแสอยู่บ้างว่างานของเขาแรกเริ่มนั้นคล้ายกับศิลปินชาวเกาหลี Moonassi แต่งานแสดงคราวนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงสีสรรค์ที่มากขึ้น และทิศทางของงานที่ต่างจากเดิมไป

SleeplessDays2009
Sleepless Day, 2009 – Moonassi
In-the-Inner-Inside2009
In the Inner Inside, 2009  – Moonassi

 

 

2

IMG_4191

นิทรรศการที่สองนั้น อยู่ที่ 1Project Gallery ห่างจาก Warehouse 30 ในระยะเดินได้ ภายในตรอกซอกซอยเจริญกรุง 27 มีงานจากศิลปินสามคนอยู่ภายใน (ดุษฎี ฮันตระกูล, ลัทธพล ก่อเกียรติตระกูล และ ณัฐพล สวัสดี) ในนิทรรศการที่ชื่อว่า Towards the Figureless

IMG_4193

เมื่อเข้าไปถึงเราอาจจะตกใจนิดหน่อยว่านี่มันงานอะไรกัน ไม่เห็นเข้าใจเลย แต่อย่าพึ่งตกใจ เรามาค่อยๆทำความเข้าใจงานและสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อกัน

IMG_4199

โดยแรกเริ่มศิลปินทั้งสามคนทำงานที่เป็นแนวConceptual หรือเชิงความคิดเหมือนกัน เลยได้ร่วมทำนิทรรศการนี้ขึ้นมาว่าแต่ละคน จะใช้วิธีนี้ในการคิด ตีความ และทำออกมาเป็น Abstract Painting ยังไงกันบ้างจึงเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการที่ชื่อว่า Towards the Figureless

ขึ้นชื่อว่าเป็น Abstract Painting จากศิลปิน Conceptual ก็อาจจะเข้าใจยากกว่างานแรกซักหน่อย แต่คงไม่ยากเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ

 

IMG_4194

มาเริ่มต้นกันที่ผลงานของศิลปินคนแรก หรือคุณดุษฎี ที่ทำงานออกมาในรูปแบบของงานคอลลาจ หรือคือการนำกระดาษมาแปะซ้อนทับกัน บางคนอาจจะงงๆว่าเอ๊ะ นี่เป็นงานศิลปะด้วยหรอ ฉันเองก็เคยทำงานแบบนี้เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้เป็นงานศิลปะไม่ได้อยู่ที่วิธีการ(คอลลาจ) แต่อยู่ที่แนวคิดที่ศิลปินต้องการจะส่งต่อ

IMG_4212

โดยชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ถูกนำมาตัดและแปะเข้าด้วยกันใหม่นั้นเป็นผลงานชุดก่อนๆที่ศิลปินเคยวาดไว้ ทั้งเกี่ยวกับความทรงจำและความฝัน พื้นที่เหล่านั้นถูกตัดออกมา จากภาพวาดคนละชิ้น จากความทรงจำคนละส่วน ถูกนำมาแปะเข้าด้วยกันเป็นภาพใหม่ เรื่องราวใหม่

โดยคุณดุษฎีได้บอกว่า งานคอลลาจนั้นเป็นการทำลายพื้นที่เก่าและสร้างพื้นที่ใหม่ขึ้นมาพร้อมๆกัน

 

IMG_4195

งานของศิลปินคนที่สองหรือคุณณัฐพล มีจุดเริ่มต้นมาจากการคลั่งไคล้ในเพลงแนว Goregrind (grindcore+death metal) จนได้มาเจอกับการเพนท์ติ้ง ที่เป็นเหมือนแรงผลักดันเดียวกับเมื่อตอนที่เขาฟังเพลง งานของเขาเลยแสดงวิถีออกมาคล้ายกับเพลง ผ่านการแสดงออกของอารมณ์ ฝีแปรงที่ปัดไปมาไม่ได้เรียบร้อย ถ่ายทอดออกมาบนผ้าใบอย่างที่เราเห็น

IMG_4201

 

IMG_4202

งานของศิลปินคนสุดท้ายของแกลลอรี่นี้ หรือของคุณลัธพล มองครั้งแรกเราอาจจะงงๆว่าเอ๊ะ นี่คืองานแล้วหรอนะ ไม่เห็นมีภาพอะไรให้ดูเลย มองกี่ทีๆก็เห็นแต่ลายใยบนกระดาษ

เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟัง

โดยปกติแล้วในการทำภาพเพ้นท์ติ้ง ศิลปินก็จะต้องวาดอะไรบางอย่างบนกระดาษหรือผ้าใบให้เกิดเป็นภาพขึ้นมาถูกไหม ?

แต่คราวนี้คุณลัทธพลนำวิธีนี้มากลับกัน คือแทนที่จะทำให้ศิลปินเป็นพระเอกของงาน แล้วกระดาษเป็นวัตถุที่รองรับ คราวนี้กระดาษได้กลายมาเป็นพระเอกแทน

โดยศิลปินได้นำน้ำมันมาทาบนกระดาษแล้วทาสีส้มลงไปด้านหน้า ด้านที่ติดออกมาให้เราเห็นนั้นคือด้านหลังของกระดาษที่เห็นลวดลายของใยกระดาษชัดเจน ด้วยวิธีนี้ทำให้วัตถุได้แสดงตัวเองออกมาใหม่ในมุมที่เราไม่ได้สังเกตมันมาก่อน

IMG_4200

ส่วนภาพนี้คือภาพเลียนแบบก้อนหินจากฑิเบต

ใช่แล้ว! ภาพก้อนหินจากฑิเบต

แต่แทนที่คุณลัทธพลจะวาดรูปก้อนหินตามรูปทรงและลวดลายของก้อนหิน  คุณลัทธพลใช้วิธีวาดตามกระบวนการเกิดขึ้นของชั้นหินแทน ด้วยการค่อยๆทาสีทับทีละเฉด ให้สีซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ ผ่านVanishใส ผ่านสีขาวรองพื้น ผ่านหลายเฉดของสีขาว ระหว่างที่เพนท์ศิลปินก็ขัดพื้นผิวไปด้วย  เหมือนการจำลองการสร้างชั้นหินขึ้นมา

ภาพนี้ดูคล้ายก้อนหินฑิเบตมากขึ้นรึยังนะ ?

 

 

3

ออกมาจาก 1Project แกลลอรี่แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆได้สักแปปนึง เราก็ได้มาถึงงานนิทรรศการต่อไป ซึ่งก็คืองาน Out of the mosquito net ใน Speedy Granma แกลลอรี่ที่ดูจะสนุกสนานที่สุดในทั้งหมดที่เราไปมา

เมื่อเข้าไป ด้านในก็ทำให้เราลืมภาพจำของแกลลอรี่สีขาวสี่รอบด้านผนังไปทั้งหมด

IMG_4218

IMG_4219

งานนี้เป็นงานจากศิลปินชาวญี่ปุ่น Hiraparr Wilson (Takuya Hirabayashi)

30420058_1655064044587847_2138815361028899628_o

Out of the mosquito net เป็นคำพังเพยภาษาญี่ปุ่นซึ่งหมายความว่า ถูกผู้คนเมิน, อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถเกี่ยวข้องด้วยได้, อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ภายในได้ หรือเหมือนว่าเรากลายเป็นคนนอกนั่นเอง ซึ่งศิลปินบอกว่า ถึงแม้คำพังเพยนี้จะดูมีความหมายในทางลบ แต่เขาก็คิดว่ามันมีความหมายในทางบวกเช่นกัน
เช่นการที่เขามาอยู่ในกรุงเทพนั้น ก็เป็นสภาวะ Out of the mosquito net แต่การที่เขาได้มาอยู่ในกรุงเทพนั้น ก็ทำให้เขาได้พบกับอะไรใหม่ๆมากมาย

IMG_4232

IMG_4250

IMG_4227

งานที่อยู่ภายในแกลลอรี่นั้น ก็แสดงให้เราเห็นถึงมุมมองของศิลปินต่อภาวะ Out of the mosquito net ได้เป็นอย่างดี ทั้งเจ้ายุงที่ร้อง Yes ภาพวาดต่างๆที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รวมถึงเรายังได้เห็นสัญลักษณ์ต่างๆที่ทำให้นึกถึงความเป็นกรุงเทพได้อย่างดี ทั้งจากป้ายรับจ้างขนของ รูปปลาหมึกย่าง และอื่นๆ ซึ่งคงเป็นสิ่งที่คุ้นตาสำหรับเราดี แต่คงเป็นสิ่งที่ประทับใจอยู่ไม่น้อยในสายตาของศิลปินชาวญี่ปุ่น

IMG_4225

การจัดวางงานต่างๆที่ไม่ดีมีกฏเกณฑ์เป็นพีธีรีตองและเป็นระเบียบมากมาย นั้นก็สอดคล้องกับอารมณ์และสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อ เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว รูปแบบหรือวิธีการแสดงงานนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแบบที่คนอื่นทำหรือแบบที่เราเห็นเสมอๆไป แต่หากการจัดวางช่วยส่งเสริมงานแล้วนั้น ก็จะทำให้งานน่าสนใจมากขึ้นได้

IMG_4229

 

 

4

หลังจากเราได้ชมนิทรรศการทั้งสามงานไปแล้ว คงพอจะเห็นภาพรวมว่า งานเพนท์ติ้งนั้นมีมากมายหลากหลาย อยู่ที่ว่าศิลปินจะเลือกใช้วิธีไหน เพื่อสื่อถึงอะไร

อาจจะมีบางชิ้นที่เรางงๆบ้าง วิธีที่ดีที่สุดคือในการทำความเข้าใจคือการไปชมงานที่สถานที่

และงานแต่ละชิ้นไม่ได้เข้าใจยากมากอย่างที่คิด วิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจงานคือการไปชมผลงาน ว่าเรามีความรู้สึกอย่างไรกับผลงานบ้าง และอาจจะศึกษารายละเอียดและstatementงานเพื่อทำความเข้าใจว่าศิลปินตั้งใจจะพูดถึงอะไร

ข้อดีของการไปดูงานในพื้นที่จริงนั้น นอกจากจะทำให้คุณได้เห็นงานจริง และได้ไปอยู่ในพื้นที่จริงๆว่าคุณรู้สึกอย่างไรแล้ว ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากคุณไม่เข้าใจงานตรงไหน คุณสามารถถามศิลปิน หรือผู้ดูแลงานได้เลย ซึ่งจริงๆแล้ว งานบางชิ้นนั้นก็ถูกสร้างมาเพื่อให้ถูกถามอยู่แล้ว(จริงๆ) เพราะฉะนั้นการที่เราสงสัยและถามนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย แถมยังเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ที่ดีด้วย (ในการหาข้อมูลเพื่อเขียนถึงสามนิทรรศการนี้ ฉันก็ถามไปเยอะเหมือนกัน!)

 

 

อ้างอิง :

https://www.facebook.com/events/1831873133782081/

https://www.facebook.com/events/981604795330164/

https://www.facebook.com/events/839402549580744/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.