Author: อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล

ผู้ก่อตั้งและเขียน สยาม.มนุษย์.สตรีท เจ้าของร้านคนชอบถ่ายภาพอะนาล็อกที่ชื่อว่า Husband and Wife Shop

ปืนไรเฟิลกับกล้องถ่ายภาพ และภาพถ่ายสงครามที่ถูกเก็บงำกว่า 50 ปีของ Tony Vaccaro

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้าเราข้ามประเด็นเรื่องสงคราม แล้วหันมาคุยกันในเชิงศิลปะถ่ายภาพแล้ว นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เกิดการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการถ่ายภาพ (จริงๆจะว่าไป หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เกิดการก้าวกระโดดในหลายๆวงการของโลก เพราะมันคือการพยายามกลับมายืนหยัดใหม่ของมนุษยชาติ) มันคือจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีการถ่ายภาพ และความรู้ด้านการถ่ายภาพของช่างภาพที่ลงตัว

ในยุคที่กำเนิดกล้องถ่ายภาพ 35mm ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการพกพากล้องไปไหนก็ได้ ถ่ายภาพได้จำนวนมากๆ ซึ่งก่อนหน้านั้น กล้องถ่ายภาพเป็นเครื่องมือที่ไม่เอื้อให้คนแบกมันไปไหนต่อไหนได้ง่ายๆ ถ่ายได้ไม่กี่ภาพ และยังไม่สามารถเก็บภาพที่มีการเคลื่อนไหวมากๆได้ด้วย

ภาพถ่ายสงครามในยุคก่อนหน้า จึงทำได้เพียงแค่การเซ็ตขึ้นมา (Staged) เพื่อให้เห็นบรรยากาศของสงคราม แต่มันขาดความเป็นจริงที่เกิดในขณะนั้น เรื่องราวในขณะนั้น

นอกจากการปฏิวัติวงการภาพข่าวของเอเจนซี่ช่างภาพ Magnum ในช่วงทศวรรษที่ 1940s แล้ว ยังมีช่างภาพอีกหลายคนที่นำพาให้เกิดงาน แนวทางใหม่ของการถ่ายภาพในช่วงเวลาเดียวกันนั้น

ในขณะที่ Robert Capa ช่างภาพผู้ให้กำเนิดเอเจนซี่ Magnum อันยิ่งใหญ่และเป็นผู้พลิกวงการการถ่ายภาพข่าวสงครามโดยการเข้าไปถ่ายภาพปฏิบัติการหาดโอมาฮาในวัน D-Day นั่นเพียงในฐานะของช่างภาพที่กองทัพอนุญาตให้เข้าร่วมในเหตุการณ์เฉพาะวันนั้นเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเสี่ยงตายมากพอแล้ว

แต่สำหรับ Tony Vaccaro หนุ่มน้อยวัย 21 ปี เขานำพาตัวเองไปไกลกว่านั้น การเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทหารของกองทัพเพื่อร่วมรบ คือการพาตัวเองเข้าไปถ่ายภาพท่ามกลางสนามรบโดยไม่มีใครห้ามได้อย่างแท้จริง และนี่คือการถ่ายภาพสงครามที่ยังไม่เคยมีใครได้เข้าใกล้ความตายได้มากไปกว่าเขา

Tony Vaccaro ในวัย 21 ปี

จะว่าไม่มีใครห้ามก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะในความเป็นจริงแล้ว กองทัพสั่งห้ามให้ถ่ายรูปในระหว่างรบ แม้ว่าจะเป็นทหารก็ตาม และกล้องถ่ายรูปจะถูกทำลายทิ้งเสียด้วย แต่มันก็ไม่ใช่วิธีที่จะเหนี่ยวรั้งให้ Tony ไม่ออกไปถ่ายภาพได้

18 มิถุนายน 1944 วันแรก หรือวัน D-Day ที่เหล่าทหารยกพลขึ้นหาดนอร์มังดี Tony ไม่ยี่หระต่อกฏเกณฑ์ที่ว่าไป ระหว่างที่นั่งเรือเข้าไปในสนามรบนั้น เขาซ่อนกล้องไว้ในเสื้อกันฝน วางเลนส์กล้องผ่านรูกระดุมที่เขาฉีกให้เป็นรูใหญ่มากพอออกมา และใช้วิธีกะๆเฟรมภาพ กดถ่ายไปเรื่อยๆเอาแทน

ไม่มีใครรู้ว่าบนชายหาดนั้น พวกเขาจะเจอความโหดร้ายเพียงใด ท่ามกลางห่ากระสุนที่หนักหน่วงราวพายุ มีศพทหารเกลื่อนกลาดหลายพันศพ กลิ่นของศพเหล่านั้นผสมปนเปกับกลิ่นดินปืน และคลื่นลมทะเล กลายเป็นกลิ่นเฉพาะที่เขาเรียกมันว่า “กลิ่นของสงคราม” เขาได้กลิ่นนั้นแทบจะทันทีที่เหยียบย่างลงไปบนหาดนอร์มังดี

Tony ฝ่าพัน ถากดายทุกย่างก้าวในสมรภูมิรบด้วยปืนไรเฟิลประจำตัวในฐานะทหารราบ และเก็บเกี่ยวซากปรักหักพังแห่งสงครามผ่านเลนส์กล้องประจำตัวของเขาในฐานะศิลปินไปพร้อมๆกัน

Argus C3 เป็นเพียงกล้องที่ราคาถูก ที่เขาซื้อมาในราคา $47 เมื่อตอนอายุ 18 ปี คุณภาพไม่ได้ดีอย่างกล้องไฮเอนท์ในยุคนั้นเช่น Leica ที่ช่างภาพมืออาชีพใช้ๆกัน มันเป็นเพียงกล้องเลนส์พลาสติกที่มีคุณสมบัติหนึ่งที่ผ่านเกณฑ์ในการอยู่ในสนามรบได้ก็คือ “ความแข็งแกร่ง” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่น่าจะสำคัญที่สุดสำหรับพื้นที่นี้

Tony ในปัจจุบันกับกล้อง Argus C3 ตัวเดิม

สิ่งที่ Tony ไม่ได้เตรียมการไว้อีกหนึ่งสิ่ง คือเขาไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการล้างฟิล์มระหว่างสงคราม เพราะคิดเอาไว้อย่างเดียงสาว่าเมื่อไปถึงนอร์มังดี เมื่อถึงเวลาพักรบคงจะมีร้านล้างฟิล์มสักร้านอยู่ในเมืองบ้าง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว.. สงครามโหดร้ายเกินไปกว่าความนึกคิดของเด็กหนุ่มคนหนึ่งมากนัก ที่นอร์มังดีนี้…ตึกรามบ้านช่องร้านค้าถูกทำลายไปหมดสิ้นพร้อมๆกับการโจมตี แต่ระหว่างที่เขาก้าวเท้าผ่านเข้าไปในซากเมืองนั้น เขาก็พบกับซากร้านล้างฟิล์มที่ถูกระเบิดพังจนไม่เหลือชิ้นดี เขาพยายามรื้อค้นซากเหล่านั้นจนเจอเคมีสำหรับล้างฟิล์ม และค่อยๆโกยเคมีเหล่านั้นรวบรวมมาเก็บไว้

ตกดึกคืนนั้น ท่ามกลางความมืดของท้องฟ้ายามสงครามที่ไร้ซึ่งแสงใดๆ Tony ใช้เคมีที่เก็บมาได้ ล้างฟิล์มด้วยอุปกรณ์ที่มีใกล้ๆตัว เช่น หมวกทหารแทนอ่าง ตากฟิล์มเหล่านั้นไว้กับกิ่งต้นไม้ใกล้ๆ เช้าวันต่อมา เขาพบว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ภาพที่ปรากฏบนฟิล์ม 10 ม้วนแรกนั้น คือหน้าประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนแปลงวงการถ่ายภาพไปตลอดกาล

งานภาพสงครามของ Tony จับเอา “ห้วงเวลาแห่งความตาย” ได้อยู่หมัด และสามารถเล่ารายละเอียดของสงครามนั้นๆได้อย่างยอดเยี่ยมโดยที่ไม่มีการจัดฉากเพื่อถ่าย ทุกภาพเกิดขึ้นจริงแบบ Real-time แม้ว่าจะมีช่างภาพคนอื่นๆในสงครามอีกหลายต่อหลายคน แต่พวกเขามักนิยมการจัดฉากอยู่บ้างเพื่อให้ได้ภาพสวยงามอย่างที่ต้องการ แต่ Tony ปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้นโดยสิ้นเชิง

ตลอด 272 วันในสงครามครั้งนั้น เขาถ่ายภาพไปกว่า 8,000 ภาพ และกองทัพไม่เคยใช้ภาพของเขาสำหรับเป็นหลักฐานหรือชิ้นงานเกี่ยวกับสงครามอย่างเป็นทางการเลย เพียงเพราะเห็นว่าเขาเป็นเพียงหนุ่มน้อยวัย 21 ที่ไม่รู้ประสีประสาเท่านั้น หลังจากสิ้นสุดสงครามโลก Tony ก็หันมาทำงานเป็นช่างภาพอย่างจริงจัง ปี 1950 เขาเริ่มทำงานให้กับ Life Magazine และนิตยสารแฟชั่นหัวใหญ่ๆอีกหลายฉบับในเวลาต่อมา

ด้วยทัศนคติของเขาต่อสงครามอันโหดร้าย Tony ตัดสินใจที่จะไม่เผยแพร่งานของเขา ปิดประตูล็อคงานเหล่านั้นไว้และมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์เพียงงานภาพถ่ายที่สวยงามแทนที่ภาพถ่ายที่หดหู่เหล่านั้นแทน

จนกระทั่งกลางยุค  ’90s หรือ 50 ปีต่อมา ภาพกว่า 8,000 ภาพของเขาก็ถูกนำออกมาสู่สายตาชาวโลก ถูกตีพิมพ์และออกแสดงมากมายจนกระทั่งปัจจุบันที่เขาอายุเฉียด 100 เข้าไปทุกที

ต่อคำถามของนักข่าวรุ่นเหลนที่ว่า เขาคิดว่าอนาคตของการถ่ายภาพในโลกนี้จะเป็นเช่นใด? Tony บอกไว้ว่า ทุกวันนี้การถ่ายภาพเป็นเรื่องที่ต้องการความรวดเร็วเข้าไปทุกที การถ่ายภาพจะความหมายสักอย่างต่อเมื่อมันเป็นงานที่ถูกตั้งเป้าหมายไว้ แน่นอนว่าในอนาคต การถ่ายภาพต้องมีเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นมากๆ เพียงแต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าช่างภาพใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ตั้งใจจะถ่ายน้อยลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนรุ่น Tony ใช้เวลามากๆกับสิ่งนั้น อย่างเช่นเขาใช้เวลาหลายอาทิตย์ขลุกอยู่กับ Picasso เป็นต้น ซึ่งการที่ได้ใช้เวลา ช่างเป็นความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของศตวรรษที่ 20 เสียจริง

“ภาพถ่ายมันคือโอกาส ถ้าคุณกินนอนอยู่กับกล้อง คุณจะได้เห็นว่าอะไรที่โลกมอบให้คุณมาบ้าง”

 

 

 

Advertisements

ศิลปะเยียวยาชีวิต กับใจที่แตกสลายของ Robert Frank

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Robert Frank คือหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในโลกของศิลปะภาพถ่ายยุคใหม่ ในวัยที่ล่วงเลยมาถึง 94 ปีแล้ว เขาผ่านร้อนผ่านหนาวทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัวที่หนักหนาไม่แพ้กัน

Continue reading “ศิลปะเยียวยาชีวิต กับใจที่แตกสลายของ Robert Frank”

รีวิวหนังสือภาพ : My Moscow ของ Igor Moukhin สมาชิกใหม่ iN-PUBLIC

ค่อนข้างแปลกใจอยู่บ้าง ที่ล่าสุดทางกลุ่ม iN-PUBLIC (กลุ่มช่างภาพสตรีทที่มีชื่อเสียงระดับโลก) ประกาศสมาชิกใหม่ที่ชื่อว่า Igor Moukhin ช่างภาพชาวรัสเซีย สำหรับเราแล้ว ชื่นชอบงานของเขาอยู่แต่เดิม แต่ด้วยความที่งานของ Igor เองค่อนข้างไปทางสารคดี ซึ่งอาจจะไม่ได้ดูหวือหวาเฉกเช่นงานของชาวสตรีทยุคหลังๆเท่าไหร่นัก จึงแปลกใจอยู่เล็กน้อยที่ iN-PUBLIC เลือกทิศทางแบบนี้

Continue reading “รีวิวหนังสือภาพ : My Moscow ของ Igor Moukhin สมาชิกใหม่ iN-PUBLIC”

88 ปีเส้นทางศิลปะภาพถ่ายใน MoMA พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตอนที่ 2

จริงๆ ตั้งใจว่าจะเขียนเล่าบทความนี้ต่อกันในเวลาไม่นานเท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่าต้องใช้เวลาถึง 1 ปีในการเขียนตอนที่ 2 ต่อมา  Continue reading “88 ปีเส้นทางศิลปะภาพถ่ายใน MoMA พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตอนที่ 2”

ประกาศผลแล้ว! ประกวดภาพสตรีท Italian Street Photo Festival 2018 คนไทยคว้าที่ 2

ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานประกวดภาพสตรีทนานาชาติรายการใหม่ล่าสุด Italian Street Photo Festival 2018ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยกรรมการระดับโลกในวงการสตรีท เช่น

Continue reading “ประกาศผลแล้ว! ประกวดภาพสตรีท Italian Street Photo Festival 2018 คนไทยคว้าที่ 2”

ทำไม.. เราจึงต้องลงประกวดแข่งขันกันในงานศิลปะ?

วันก่อนเพิ่งได้ดูหนังอินเดียเรื่อง Dangal ไป หนังว่าด้วยเรื่องความฝันอันล้มเหลว ในการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกกีฬามวยปล้ำมาให้ประเทศอินเดียของพระเอก สิ่งนี้เองทำให้เขาเปลี่ยนคาดหวังทั้งหมดทั้งมวลมาที่ตัวลูกๆ  Continue reading “ทำไม.. เราจึงต้องลงประกวดแข่งขันกันในงานศิลปะ?”

การเดินทางของชีวิตและความตาย ในหนังสือภาพถ่ายของ ARAKI Nobuyoshi

ขอบคุณโยโกะที่ทำให้ผมได้เป็นช่างภาพอย่างเช่นทุกวันนี้

โนบุโยชิ อารากิ กล่าวถึงภรรยาของเขาที่ล่วงลับไปแล้ว ในงานนิทรรศการ ARAKI Nobuyoshi : Sentimental Journey 1971 – 2017 ที่จัดขึ้นโดย Tokyo Photography Art Museum เมื่อปีที่แล้ว

Continue reading “การเดินทางของชีวิตและความตาย ในหนังสือภาพถ่ายของ ARAKI Nobuyoshi”

เรื่องราวระหว่างการเดินทางของ Alec Soth

เรียบเรียงโดย ภาสินี ประมูลวงศ์

เดิมที อเล็ค ซ้อธ (Alec Soth) เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อจะเป็นจิตรกร แต่วันหนึ่งในขณะที่เข้าเรียนคลาสเกี่ยวกับการถ่ายภาพ อาจารย์ของเขาก็ได้เล่าเรื่องในวัยหนุ่มที่อาจารย์ออกเดินทางทั่วอเมริกาไปกับรถตู้แวนหนึ่งคันและกล้องหนึ่งตัว Continue reading “เรื่องราวระหว่างการเดินทางของ Alec Soth”

ฮากะ ฮิเดโอะ ผู้เก็บจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นไว้ในภาพถ่าย

บทความ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

ใครสักคนเคยกล่าวไว้ว่า ภาพถ่ายมีหน้าที่สำคัญมากกว่าเป็นเพียงชิ้นงานศิลปะ นั่นคือการบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ Continue reading “ฮากะ ฮิเดโอะ ผู้เก็บจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นไว้ในภาพถ่าย”

Shin Noguchi ได้เป็นสมาชิกคนล่าสุดกับกลุ่ม iN-PUBLIC

ข่าวโดย อัษฎาวุธ บุญฤทธิ์ศักดิ์

พูดถึงกลุ่ม iN-PUBLIC  เราก็ต้องนึกถึงช่างภาพที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่น Nick Turpin , Matt Stuart , David Gibson , Jesse Marlow , Aaron berge และ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ โดยเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา Matt Webber  ช่างภาพสตรีทชาวนิวยอร์กก็เพิ่งได้เป็นสมาชิกคนที่ 23
Continue reading “Shin Noguchi ได้เป็นสมาชิกคนล่าสุดกับกลุ่ม iN-PUBLIC”