Tag: ถ่ายภาพสตรีท

ประกาศแล้ว ผู้เข้ารอบสุดท้าย StreetFoto San Fransisco 2016 สตรีทไทยติด 5 คน!

ประกาศผลผู้เข้ารอบสุดท้าย StreetFoto San Fransisco International Street Photography Awards 2016 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยแบ่งหมวดหมู่ทั้งหมด 3 หมวด ได้แก่

  • Best Street Photograph ( รางวัลภาพสตรีทยอดเยี่ยม )
  • Best Street Photography Series ( รางวัลภาพสตรีทแบบภาพชุดยอดเยี่ยม )
  • Best Mobile Street Photo ( รางวัลภาพสตรีทที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือยอดเยี่ยม )

Continue reading “ประกาศแล้ว ผู้เข้ารอบสุดท้าย StreetFoto San Fransisco 2016 สตรีทไทยติด 5 คน!”

Advertisements

สัมภาษณ์พิเศษ : Paul Russell ช่างภาพสตรีทชาวอังกฤษจากกลุ่ม iN-PUBLIC

  • สัมภาษณ์ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล ( Sun )

ช่วงปีกำลังจะปลายๆปีก่อน เรามีโอกาสได้เดินทางไปอังกฤษ ซึ่งส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างชอบงานสตรีทในฝั่งอังกฤษนี้มากเลย จนรู้สึกกระตือรือร้นอยากไปเดินถ่ายภาพสตรีทที่ได้อารมณ์แบบช่างภาพฝั่งนั้นเอามากๆ ช่างภาพอย่าง Martin Parr , Tony Ray-Jones ถือเป็นช่างภาพสตรีทที่เราชอบ และถ้าพูดถึงช่างภาพสตรีทฝั่งอังกฤษในยุคหลังที่มีอารมณ์โทนเดียวกันนี้ ชื่อของ Paul Russell ต้องลอยมาเลยล่ะ

จนช่วงเวลาหนึ่งในทริปที่ได้เดินทางไปเมือง Cornwall ซึ่งต้องโฉบๆไปแถวๆเมือง Weymouth ที่ Paul Russell อยู่ด้วย ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะสัมภาษณ์ Paul ขึ้นมาบ้าง และเราติดต่อเขาไปจนได้พูดคุยกัน ซึ่งเขาเองก็ยินดีจะให้เราได้สัมภาษณ์ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสะดวกเนื่องด้วยภาระกิจสักเท่าไหร่ จนในที่สุดการสัมภาษณ์นี้ก็สำเร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี เราหวังว่าบทสัมภาษณ์นี้จะช่วยให้ความรู้กับชาวเนิร์ดที่รักในการถ่ายสตรีทนะ โดยเฉพาะคนที่ชอบงานของ Paul Russell แบบเรา

 

SSN : คำถามแรกนะครับ ผมรู้สึกว่างานของคุณค่อนข้างจะมีอารณ์ขันและก็บ่งบอกความเป็น ‘อังกฤษ’ ผ่านมุมมองของคุณ โดยเฉพาะจากความเป็นเมืองชายทะเล อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจในงานของคุณ? และช่างภาพสตรีทคนไหนที่มีอิทธิพลต่องานของคุณบ้าง? 

Paul : ผมสนใจการถ่ายภาพแนวสตรีทมาประมาณ 30 ปีแล้ว (ตอนนี้ผมอายุ 49 ) แต่เอาจริงๆที่เพิ่งจะหันมาถ่ายเองเลยก็ประมาณ 12 ปีที่แล้วนี่เอง ความรู้ในโลกของทางภาพสตรีทตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ยังจำกัดอยู่กับช่างภาพสตรีทดังๆในยุโรปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Henri Cartier-Bresson และ Robert Doisneau ตอนที่ผมเริ่มหัดถ่ายสตรีทด้วยตัวเอง ผมก็เริ่มค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต สนใจช่างภาพคนอื่นๆเพิ่มขึ้นอย่าง Garry Winogrand , Martin Parr และ Tony Ray-Jones ซึ่งสองคนหลังนี่พวกเขามักจะใช้อารมณ์ขันเข้ามาใช้ในภาพ แน่นอนว่านี่คือแรงบันดาลใจของผม แต่ผมค่อนข้างจะชอบอารมณ์ขันของ Ray-Jones มากกว่านะ แม้ว่าผมจะชอบงานของ Doisneau แต่ว่างานของเขาไม่ค่อยจะทันสมัยสักเท่าไหร่ อารมณ์ขันในงานเขาค่อนข้างจะเบาๆและอ่อนโยน

ผมเลยพูดได้เต็มปากว่า Tony Ray-Jones คือช่างภาพในดวงใจของผมเลย เขาเป็นช่างภาพชาวอังกฤษที่มีงานออกมาในช่วงยุค 1960s ถึง 1970s แต่เขาเสียชีวิตเร็วมาก เสียไปตั้งแต่อายุ 40 ปี งานของเขาค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักดีในเรื่องอารมณ์ขันและการจัดวางเฟรมองค์ประกอบภาพหลายๆอย่างเข้าไว้ในเฟรมเดียวกันอย่างลงตัว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เขาเป็นช่างภาพที่อเมริกา แต่งานของเขากลับเป็นที่รู้จักอย่างมากจากช่วงที่เขาเดินทางไปถ่ายภาพอยู่ 2-3 ปีในอังกฤษนี่เอง ภาพแต่ละภาพแสดงให้เห็นวัฒนธรรมของคนอังกฤษได้เป็นอย่างดี ผ่านเทศกาลต่างๆ การพักผ่อนตามเมืองชายทะเล

ซึ่งงานของเขาถูกตีพิมพ์ตามนิตยสารและงานนิทรรศการภาพต่างๆ แต่ไม่เคยตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือภาพเลยตลอดช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ ถ้าคุณสามารถจะหาได้นะ จะมีหนังสือภาพอยู่เล่มนึงที่รวบรวมงานของ Tony Ray-Jones หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว ทำโดย Russell Roberts เล่มนี้ถือเป็นสุดยอดเลย

อินเตอร์เน็ตมันอาจจะเจ๋งมากๆที่เราสามารถค้นหางานดีๆเพื่อศึกษา ไม่ว่าจะเป็นงานของ Winogrand , Frank หรือ Ray-Jones เอง แต่ไม่กี่ปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมดูจนไม่หวาดไม่ไหว มันมีภาพให้ดูเยอะเกินไปจนผมเลิกดูภาพต่างๆไปแล้วล่ะ ผมหันมาใส่ใจการถ่ายภาพของตัวเอง พยายามมองหาสิ่งธรรมดารอบๆตัวที่มีความรู้สึก มีอารมณ์ ผมถ่ายภาพจากแรงบันดาลใจที่ตามองเห็นและเสียงที่ได้ยินบนท้องถนน

อารมณ์ขันเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมมองหาในภาพเสมอ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังมองหาอารมณ์ , การปฏิสัมพันธ์กัน บวกกับความน่าสงสารเล็กๆ บวกกับความเจ็บตัวหน่อยๆ ส่วนภาพริมทะเลดูเป็นธรรมชาติ ผมเองก็อาศัยอยู่ในเมืองริมทะเล และแถวนี้ก็มีรีสอร์ทริมทะเลอยู่บ้าง ซึ่งมันทำให้ผมได้ภาพได้ไม่ยากนัก ผมพยายามมองหาภาพริมทะเลแบบอังกฤษๆที่ไม่ธรรมดา มันอุดมไปด้วยความเงียบที่ดูเป็นมิตร แต่บางทีมันก็ดูน่าขนลุกอยู่เล็กๆ

 

22
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณเข้าร่วมกับกลุ่ม iN-PUBLIC ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเข้าร่วมได้ยังไงครับ?

Paul : จริงๆแล้วผมสมัครเข้ากับกลุ่ม iN-PUBLIC ไปหลายครั้ง ตอนที่ผมเริ่มหันมาถ่ายภาพสตรีทเมื่อปี 2004 ตอนนั้น iN-PUBLIC เป็นกลุ่มช่างภาพสตรีทเดียวที่ผมรู้จัก และผมกระตือรือร้นมากกับการที่จะได้เข้าร่วม ตอนที่ผมสมัครแรกๆนั้น งานผมยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มันก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมได้เข้าร่วมกลุ่มในปี 2010 ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่ทางกลุ่มครบรอบ 10 ปีพอดี เป็นช่วงเวลาที่ดีทีเดียวที่ได้เข้าร่วม เพราะทางกลุ่มออกทั้งหนังสือ ทั้งจัดงานนิทรรศการเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี เรียกได้ว่าพอเข้าไปได้ปุ๊ป…ก็วุ่นจนหัวขวิดเลย

SSN : ในความเห็นของผม ทุกภาพถ่ายนั้นมักจะสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกและตัวตนของช่างภาพ ถ้าคุณมองดูงานของคุณเอง มันจะอธิบายความเป็นตัวตนของคุณได้ว่ายังไงบ้าง?

Paul : ผมคิดว่างานของผม บอกได้อย่างหนึ่งที่ว่าผมเป็นคนชอบถ่ายภาพผู้คนนะ.. นี่เป็นคำถามที่ยากทีเดียว ผมแค่พยายามจัดวางสิ่งต่างที่ผมอยากจะเห็นลงในภาพ ผมก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะเชื่อมโยงกับความเป็นตัวผมหรือเปล่า เวลาที่ผมถ่ายภาพ ผมพยายามมองหาเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ปลุกผมให้ตื่นจากความน่าเบื่อได้

ดูเหมือนว่าผมจะถ่ายรูปที่มีหมาอยู่ในเหตุการณ์อยู่หลายภาพเลย หรือเอาให้ชัดๆก็คือ ทุกภาพที่ผมถ่ายแล้วมีหมาด้วย ผมก็มักจะชอบภาพนั้น แต่..มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าผมจะชอบหรือไม่ชอบหมาน่ะ ภาพของผมเองที่ผมชอบจะเป็นภาพที่ทุกอย่างในภาพมันจะอยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่ เพราะในชีวิตจริง ผมมักจะหงุดหงิดกับความไม่เป็นระเบียบของตัวเอง ซึ่งนี่ละมั้ง..ที่ภาพของผมเป็นการระบายออกให้ผมได้ทำอะไรที่เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น

SSN : โดยปกติแล้วคุณใช้กล้องและเลนส์ตัวไหนในการถ่ายภาพงานของคุณบ้าง? 

Paul : ผมเริ่มใช้กล้อง Nikon D70 พร้อมเลนส์คิทส์ มาก่อน แล้วถึงจะเปลี่ยนมาใช้ Nikon D90 พร้อมกับเลนส์ฟิกซ์ ผมรู้สึกว่าการใช้กล้อง SLR มันทำให้ผมจัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีได้ง่าย แต่ขนาดของกล้องมันทำให้ผมถ่ายได้ไม่กี่รูป เพราะคนที่ถูกถ่ายจะรู้ตัวเร็ว จนสองปีหลังมานี้ ผมหันมาใช้กล้อง Fujifilm X100 แทน ซึ่งมันทำให้ผมถ่ายได้เยอะขึ้น แต่ก็เจอปัญหาว่า ผมรู้สึกว่า Viewfinder แบบนี้มันทำให้ผมใช้งานได้ยากกว่า และบางทีที่ผมถ่ายไปๆก็ทำให้การวางองค์ประกอบภาพของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือผมเองค่อนข้างเรื่องมากเรื่องการวางองค์ประกอบภาพให้เป็นระเบียบ แต่สุดท้ายแล้ว การใช้ X100 ก็ทำให้การถ่ายภาพของผม เหมือนพบหนทางใหม่เลยล่ะ

 

SSN : คุณออกไปถ่ายรูปบ่อยแค่ไหน? ช่างภาพสตรีทหลายๆคนมักจะแบกกล้องออกไปถ่ายทุกๆที่ แต่กับบางคนก็พกกล้องไปเฉพาะวันที่ตั้งใจจะออกไปถ่ายเท่านั้น สำหรับคุณนี่เป็นแบบไหนครับ?

Paul : ผมพกกล้องไปทุกที่ตลอดเวลานะ แต่มันมักจะจมอยู่ในกระเป๋าผมนี่แหล่ะ ผมอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆริมทะเลของอังกฤษที่ชื่อว่า “Weymouth” และโดยปกติแล้วในแต่ละวัน โอกาสที่จะได้ภาพนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ห้างที่นี่ที่คนจะช้อปปิ้งอยู่บนถนนเล็กๆสองเส้น และหลายๆช่วงในปีนึงๆ ชายหาดที่นี่ก็จะเงียบเหงา อย่างสัปดาห์นี้ใน Weymouth ผมอาจจะได้ภาพสัก 4-5 ใบ ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะแบกกล้องไปด้วยทุกที่ แต่มันก็ได้แค่อยู่ในกระเป๋าอย่างนั้นแหล่ะ อย่างช่วงฤดูหนาวนี่ชายหาดนี่ร้างเลย ไม่มีคน ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ ชายหาดถึงจะกลับมามีชีวิตใหม่ บูธขายอาหาร เรือ พวกเครื่องเล่น Helter-Skelter ก็จะเปิดให้เล่นใหม่ ทำให้ผมก็จะได้ภาพมากขึ้น ส่วนในช่วงปลายๆฤดูร่วง ชายหาดจะเต็มไปด้วยของประดับให้มีสีสันแบบนี้อีกครั้ง ถ้าผมได้ภาพดีๆใน Weymouth นี่ก็ถือได้ว่าเป็นการได้ของขวัญมาฟรีๆเลย เพราะผมไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวที่ไหนเลย

ภาพที่ผมได้ส่วนใหญ่คือมักจะได้ตอนระหว่างที่ผมต้องเดินทางโดยรถไฟออกจาก Weymouth ไปในเมืองอย่างเมือง Bath , Brighton , London และรีสอร์ทริมทะเลต่างๆ ซึ่งแต่ละที่คือผมสามารถเดินทางไป-กลับไปในวันเดียว ผมเดินทางแบบนี้ 4-5 ครั้งต่อเดือน ผมมักจะเดินทางคนเดียว เดินไปเรื่อยๆรอบๆแบบไม่มีจุดหมาย และจะใช้เวลามองหาภาพที่ถ่ายหลายๆชั่วโมง

 

88
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณฝึกถ่ายภาพสตรีทอย่างไรบ้าง? และคุณมีเทคนิคอะไรที่จะแนะนำได้บ้างหรือเปล่า?

Paul : เอาจริงๆเลยนะ.. ผมไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไรที่จะบอกได้เลย ผมแค่เดินไปรอบๆเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่จะไม่หยุดอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง และพอผมเห็นอะไรที่ดูจะได้ภาพที่ดีได้ ผมก็จะหยุดถ่าย ผมจะเดินแบบนี้เท่าที่จะเดินไหวในแต่ละวัน ผมจะไม่ยกกล้อง X100 ขึ้นมาเล็ง ผมจะพยายามมองดูด้วยตาก่อนว่าจะทำอย่างไรให้ภาพนี้น่าสนใจโดยยังไม่ผ่านการมองด้วยกล้อง อาจจะมีคำแนะนำสักนิดนึงที่ผมพอจะบอกได้คือ พยายามพกนามบัตรไปด้วย ในกรณีที่เจอปัญหา มีการไม่พอใจของคนที่เราไปถ่าย ซึ่งไอ้นามบัตรธรรมดาๆนี่แหล่ะ มักจะใช้งานแล้วได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ!

ผมจะไม่ใช่วิธีถ่ายโดยเล็งแบบ Hip shots (การถ่ายโดยวางกล้องแถวๆระยะสะโพกแล้วกดชัตเตอร์แบบกะๆเอา ในกรณีที่ไม่มีจอพับนะ) และพยายามให้น้อยๆๆๆที่สุดที่จะครอปภาพ ผมเริ่มถ่ายจากกล้อง D70 ที่มีความละเอียดแค่ 6 ล้านพิกเซล ผมคิดว่าทุกพิกเซลมีค่า เราไม่ควรเสียมันสักพิกเซลเลย  และผมคิดว่าการฝึกฝนโดยการที่ไม่ยอมให้ตัวเองครอปเลย เป็นสิ่งที่ทำให้ผมวางองค์ประกอบภาพได้ดีขึ้น

ปัญหาของผมคือ จะทำยังไงให้ยังคงมีแรงกระตุ้น คึกคักพอให้ยังคงเดินถ่ายไปได้เรื่อยๆตลอดเวลาหลายชั่วโมง และยังคงมองหาภาพที่น่าสนใจอยู่ได้ ผมค่อนข้างจะถ่ายไม่เยอะ ผมมักจะไม่ค่อยเห็นอะไรที่น่าสนใจพอจะเป็นภาพที่ดีได้ มีหลายๆวันที่การถ่ายสตรีทของผมกลายเป็นการทำเรื่องอะไรที่ดูไร้สาระไปเลย

ผมคิดว่ามันจะช่วยได้นะ ถ้าเวลาที่ถ่ายแล้วเรามีธีมหลายๆอย่างอยู่ในใจเราอยู่แล้ว มันจะช่วยให้เรานึกออกได้ว่าเราจะถ่ายอะไรบ้าง ผมมักจะลองนึกออกมาสักธีมเวลาที่ผมนึกไม่ออกว่าจะถ่ายอะไรยังไงดี  อยากให้คุณลองเข้าไปอ่านในนี้ดู (คลิกอ่านในเวบของ Paul)

 

“ผมรู้สึกเป็นห่วงเวลาที่เห็นมีการจัดเวิร์คชอปถ่ายภาพสตรีทโดยคนที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพสตรีทอย่างถูกต้อง”

 

SSN : ผมอยากจะฟังเรื่องเกี่ยวกับภาพที่เป็นลายเซ็นต์ของคุณเลย ภาพที่เป็นมาสคอทสีเหลืองน่ะ คุณถ่ายมันได้ยังไง?

 

06
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

Paul : ภาพนี้ผมถ่ายตอนเวลา บ่ายสอง 45 นาที เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2004 ที่ Bournemouth ซึ่งตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มถ่ายสตรีทอย่างจริงจังแล้ว พอลองกลับไปค้นไฟล์ภาพนี้ดู ผมก็เลยได้เห็นว่ามันมีช็อตก่อนหน้าที่จะได้ภาพนี้ ผมเริ่มถ่ายตั้งแต่ช่วงเวลาบ่ายสอง 31 นาที หลังจากนั้นผมก็จับตามองเขาไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้ถ่ายอะไรมากเลยตลอดกว่า 14 นาทีนั้น ผมถ่ายไปแค่ 4 ช็อตในหลายๆตำแหน่ง ผมไม่อยากจะไปรบกวนเขาถ้าไม่จำเป็น เพื่อจะให้ได้ซีนที่ดีที่สุด แล้วผมก็ได้ภาพนี้มา หลังจากนั้นเขาก็นั่งพักอยู่กับผู้ชายคนนั้นบนม้านั่งนั่นแหล่ะ.. แล้วจากวันนั้นผมไม่เคยได้เห็นชุดอะไรแบบนี้อีกเลย

 

SSN : อีกภาพที่เป็นภาพลายเซ็นต์ของคุณเลย ก็คือภาพคุณยายสองคนบนถนน คุณถ่ายภาพนี้ได้ยังไง?

 

01
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

Paul : ภาพนี้ผมถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007 เวลาบ่ายสี่โมงครึ่ง ช่วงนั้นในเมือง Bristol อากาศท้องฟ้าแจ่มใสดี ผมถ่ายไปทั้งหมด 140 ช็อตในวันนั้น ซึ่งถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับผม เรียกได้ว่าเป็นวันที่มีแรงบันดาลใจมาก สุดท้ายผมลบไฟล์ทิ้งไปเกือบหมด เหลือแค่ไม่กี่ภาพ

 

siam_fl_contact
Contact Sheets ในวันที่ผมถ่ายได้ภาพนี้ ภาพที่ไฮไลท์สีฟ้าคือภาพที่ถูกเลือก / Paul Russell

 

ตอนที่ผมเห็น ผมตัดสินใจถ่ายภาพนี้อย่างทันที อยู่ๆผู้หญิงคนที่ตัวสูงแกยกไม้เท้าขึ้น ผมรีบกดชัตเตอร์ในทันที ผมรู้สึกถึงการข่มขู่อยู่ในจังหวะนั้น! ผมกดไปสองภาพในหนึ่งวินาที ซึ่งดูแล้วมันคล้ายกันมาก แต่ผมรู้สึกว่าภาพแรกมีองค์ประกอบภาพที่ดีกว่า

กรอบสี่เหลี่ยมบนกำแพงด้านหลังนั่นช่วยให้ภาพดูน่าสนใจขึ้น กรอบนึงเป็นตึกที่กำลังก่อสร้าง ส่วนอีกกรอบหนึ่งเป็นหน้าต่างบนตึกนั่น ส่วนอีกอันนั่นคือภาพตึกที่สำเร็จแล้วที่ศิลปินคิดเอาไว้

หลังจากที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่อังกฤษนี่เมื่อปี 2011 เพื่อเป็นการโปรโมตหนังสือ The Street Photography Now ผมได้รับการติดต่อจากลูกชายของผู้หญิงที่ตัวสูงในรูปนั่น เพื่อจะเล่าเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคุณแม่ของเขา แล้วเขาก็ส่งภาพน่ารักๆของคุณแม่มาให้ผมดูด้วย ทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงคนซ้ายชื่อว่า Brenda และคนขวาชื่อว่า Joan น่าเศร้าที่เขาบอกว่าคุณแม่ (Joan) เสียชีวิตไปเมื่อปี 2009 เพียงสองปีหลังจากภาพนี้ถูกถ่าย เขาบอกกับผมว่า “คุณแม่จะต้องชอบภาพนี้แน่ๆครับ”

“..อาจจะมีคำแนะนำสักนิดนึงที่ผมพอจะบอกได้คือ พยายามพกนามบัตรไปด้วย ในกรณีที่เจอปัญหา มีการไม่พอใจของคนที่เราไปถ่าย ซึ่งไอ้นามบัตรธรรมดาๆนี่แหล่ะ มักจะใช้งานแล้วได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ!”

 

SSN : คุณมีโปรเจคที่คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า? ผมหวังว่าจะได้เห็นโฟโต้บุ๊คของคุณนะ

Paul : ในเวบของผมจะมีงานในแต่ละซีรีย์ที่ผมกำลังค่อยๆทำอยู่ อย่างเช่น ซีรีย์ Country Shows ซึ่งผมจะถ่ายได้แค่ 3-4 วันต่อปี นั่นรวมๆแล้วผมถ่ายไป 10 ปีแล้ว!

หรืออย่างซีรีย์ Beside the Sea ซึ่งผมคิดว่าน่าจะสามารถทำเป็นหนังสือภาพที่ดีได้ ผมจัดเรียงภาพบนเวบไซด์ของผม (คลิกดูตรงนี้) ตามความรู้สึกที่ผมชอบ ซึ่งผมถ่ายเก็บมาเรื่อยๆตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบัน ผมจัดเรียงจากช็อตที่ดูมีพลังในตอนเริ่มแรก แล้วไล่ไปค่อยๆนิ่งขึ้น จนหมดฤดูกาลซึ่งจะแสดงให้เห็นช็อตที่ดูทื่อๆ ดูครื้มๆ อารมณ์มันจะดูสอดคล้องกัน

มันน่าจะดีนะถ้าภาพซีรีย์นี้ได้ตีพิมพ์ ผมเคยแสดงงานนิทรรศการของภาพซีรีย์นี้ไปทั่วๆอังกฤษ ซึ่งค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีจากคนทั่วไป ผมเลยคิดว่ามันน่าจะป๊อปกว่าภาพสตรีทแนวดั้งเดิมที่ถ่ายในเมืองทั่วๆไป แน่นอนว่าสำนักพิมพ์ใหญ่ๆมักจะไม่ค่อยชอบตีพิมพ์ภาพสตรีทแนวดั้งเดิม เพราะพวกเขาคิดว่ามันเข้าถึงคนได้ยากและต้นทุนสูง ขายยากด้วย

อีกซีรีย์ที่ผมทำอยู่คือผมจะถ่ายภาพอควบคู่ไปยู่สองเมือง คือ Bath และ Brighton แล้วเอามาจับคู่กัน (ลองคลิกเข้าไปดู) ภาพที่ถ่ายส่วนใหญ่ถ่ายเมื่อเร็วๆนี้จนถึงที่ย้อนไปช่วง 2 ปีที่แล้ว และโปรเจคที่แยกออกจากโปรเจคนี้อีกคือ The Brighton Belongs to Me ซึ่งภาพถ่ายทั้งหมดเมื่อปี 2013 ด้วยกล้องคอมแพคดิจิตอล ซึ่งคุณสามารถโหลดเป็น PDF ไปดูได้เลย (คลิกที่นี่) นี่น่าจะเป็นอะไรที่ใกล้เคียงที่สุดกับการเป็นโฟโต้บุ๊คที่สุดแล้วล่ะ มันค่อนข้างจะเป็นโปรเจคส่วนตัวของผม

 

25
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณคิดยังไงกับการถ่ายภาพสตรีทในสมัยนี้? แล้วมันแตกต่างไปแค่ไหนจากตอนที่คุณเริ่มถ่าย?

Paul : ตั้งแต่ผมเริ่มถ่ายภาพสตรีทเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คำจำกัดความอะไรที่มันเคยชัดเจน ตอนนี้มันกลายเป็นเบลอขึ้นนะ สำหรับผม การถ่ายภาพสตรีทมันคือการแคนดิดภาพผู้คนในสถานที่สาธารณะ แต่ไม่นานนี้ มีคนเริ่มใช้ศัพท์ว่า “Street photography” เพื่อที่จะรวมเอาการถ่าย Portrait บนถนนเข้าไว้ด้วย สำนักพิมพ์ Thames & Hudson พิมพ์หนังสือที่ชื่อว่า “World Atlas of Street Photography” ออกมา ซึ่งหลายๆงานในนั้น ผมไม่คิดว่ามันเป็นภาพสตรีทนะ ผมคิดว่าคำจำกัดมันจำเป็นจะต้องทำให้เข้าใจได้ถูกต้องเพื่อไม่ให้คนสับสน

สิ่งที่ดีของอินเตอร์เน็ตคือทำให้ช่างภาพสามารถโชว์ผลงานดีๆของตัวเองให้คนรู้จักได้ง่าย ทำให้หลายๆคนสร้างพอร์ทงานดีๆของตัวได้อย่างรวดเร็ว อาจจะเพราะว่าพวกเขามีตัวอย่างงานดีๆให้ดูให้ศึกษาเยอะแยะ

น่าเสียดายว่าช่างภาพที่งานไม่ดีแต่มีความสามารถในการใช้โซเชี่ยลเก่ง ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักได้ดีกว่าช่างภาพเก่งๆซะอีก! ผมรู้สึกเป็นห่วงเวลาที่เห็นมีการจัดเวิร์คชอปถ่ายภาพสตรีทโดยคนที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพสตรีทอย่างถูกต้อง หรือตัวพวกเขาเองก็ยังมีงานภาพสตรีทที่ไม่ดีอยู่เลย จนผมคิดว่าผมควรจะหันมาจัดเวิร์คชอปเองบ้างแล้ว!

SSN : ผมรักการถ่ายภาพสตรีทมากนะ รวมถึงเพื่อนๆผมอีกหลายๆคนที่เมืองไทยนี่ เรามักจะคุยกันบ่อยๆว่า การถ่ายภาพสตรีทมันจะสามารถเลี้ยงชีพได้หรือเปล่า? สำหรับคนที่นี่ มันดูยากที่จะทำแบบนั้น คุณมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง?

Paul : ถ้าคุณรู้ว่าทำยังไง ช่วยบอกผมด้วยนะ! วิถีที่ว่าเมื่อคุณเป็นคนมีชื่อเสียงในโลกของศิลปะภาพถ่าย แล้วมันจะทำเงินมหาศาลจากภาพปริ๊นท์ของคุณเองอย่างที่ William Eggleston ทำได้ ซึ่งจริงๆแล้ว..นั่นไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คุณจะเจอเลย ผมขายภาพปริ๊นท์บนเวบไซต์ของผมอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือ Unlimited Editions เป็นภาพไม่กี่ภาพของผมที่คนรู้จัก ผมขายอยู่ £30 หรือ £40 (คุณสามารถคลิกเข้าไปดูได้) และ อีกแบบคือ Limited Editions เป็นภาพอื่นๆในแต่ละคอลเลคชั่นซึ่งผมตั้งราคาไว้เป็นร้อยภาพเลย ลองทายดูสิว่าแบบไหนที่ขายได้บ้าง…

มันเป็นเรื่องยากที่จะทำเงินได้จากงานภาพสตรีทด้วยตัวภาพมันเอง ทางอื่นๆที่จะเป็นไปได้ที่จะสร้างรายได้ควบคู่ไปกับภาพปริ๊นท์คือขายลิขสิทธิ์ภาพ , ให้นายหน้าดูแลให้ และทำเวิร์คชอป ผมบอกได้ว่าผมถ่ายภาพสตรีทมา 12 ปี เวลาส่วนใหญ่ผมทำงานฟรีแลนซ์หน้าที่พิสูจน์ตัวอักษรอยู่ที่บ้าน ซึ่งนั่นทำให้ผมมีเวลาออกไปถ่ายภาพในแต่ละวันด้วย

ประมาณช่วงปี 2012 ผมป่วยอยู่นานเลย ช่วงนั้นทำให้ผมเสียงานพิสูจน์อักษรไป ช่วงไม่กี่ปีนั้น รายได้เดียวที่ผมมีเลยมาจากงานภาพของผม ซึ่งนั่นมันก็ไม่เพียงพอจะเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งผมก็ต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงมันให้ได้น่ะ

ขอบคุณมากครับ / Paul Russell (www.paulrussell.info)

 

23
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

 

 

ถ่ายภาพงานสตรีทอย่างไรให้ทำเงินได้?

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นนิดนึงว่า บทความนี้ชื่อว่า Making Street Photography Pay ถูกส่งมาให้เราอ่านโดย กบ แอดมินของ สยาม.มนุษย์.สตรีท อีกคน ซึ่งเราเห็นว่าน่าสนใจมาก มันเป็นคำถามเสมอเมื่อได้คุยกับช่างภาพสตรีทไม่ว่าจะมุมไหนของโลกคือ งานภาพสตรีท มันเป็นอาชีพได้หรือเปล่า? เพราะงานสตรีทเป็นงานที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเอามากๆ

Nick Turpin คือช่างภาพสตรีทระดับแถวหน้าของโลกคนหนึ่งในยุคสมัยใหม่ เป็นหนึ่งในช่างภาพกลุ่ม iN-PUBLIC ซึ่งเป็นกลุ่มสตรีทที่ขับเคลื่อนวงการสตรีทสมัยใหม่มาจะยี่สิบปีแล้ว และเป็นผู้เขียนบทความนี้ เขียนจากประสบการณ์ที่เป็นช่างภาพสายโฆษณา ในบทความนี้ Nick จะอธิบายวิธีคิดของเขาเองที่เอาความรักในการถ่ายภาพสตรีท ไปผสมผสานในงานถ่ายภาพโฆษณาอย่างไรให้ลงตัว ทำให้เขาได้ทำทั้งในสิ่งที่รัก และยังเป็นอาชีพที่มีความสุขไปด้วยได้ นี่น่าจะเป็นอีกความคิดเห็นนึงทที่เป็นไอเดียที่ดีมากสำหรับชาวเนิร์ดอย่างพวกเรา

Thank you Nick for your permission to translate this interesting article.

 

บทความโดย Nick Turpin 

แปล/เรียบเรียง Sun สยาม.มนุษย์.สตรีท

 

folio
พอร์ทงานของผม

 

บ่อยครั้งที่ผมมักจะคิดว่า การถ่ายสตรีทนั้นมันเป็นรูปแบบการถ่ายภาพที่ดูทำเป็นงานเชิงพาณิชย์ได้น้อยที่สุดแล้วในบรรดาการถ่ายภาพแนวอื่นๆ แต่ด้วยแนวทางนี้ผมก็ยังเลี้ยงตัวเองได้อย่างดีมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาด้วยพอร์ทงานแนวทางถ่ายภาพสตรีท ผมเลยอยากจะลองอธิบายว่าทำอย่างไร? ที่จะแปลงไอ้สิ่งที่ผมชอบถ่ายตามท้องถนนนี้ ให้มันกลายเป็นงานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ได้

ประเด็นสำคัญของการถ่ายภาพแนวสตรีทคือการจัดการกับ “ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น” และมีภาพถ่ายที่เล่าเรื่องความจริงนั้นออกมาแบบไม่ปรุงแต่งอะไร ในขณะที่งานโฆษณานั้น ส่วนใหญ่เป็นงานที่ถูกตกแต่งให้ดูแฟนตาซีหรือบางทีก็ตกแต่งให้เรื่องจริงนั้น มันดูจริงแบบประดิษฐ์ๆ ช่างภาพงานโฆษณาทั่วๆไป ถูกจ้างไปในเชิงพานิชย์ศิลป์ และปรับแต่งงานเพื่อให้งานมันดูมีสีสัน สวยงามเกินความเป็นจริง ดูโดดเด่นและทำให้มันขายได้

เราจะทำอย่างไรให้มันกลมกลืนกันอยู่ในความเป็นช่างภาพสตรีท?

ผมพูดตรงๆเลยว่า มีน้อยคนมากที่สามารถรวมสองด้านนี้เข้าไว้ด้วยกันได้ ถ้าไม่นับช่างภาพที่เป็นคนจัดเวิร์คชอป ผมนึกถึงช่างภาพสตรีทสักสามคนที่สามารถทำงานให้กับลูกค้างานโฆษณาได้ และขายงานได้ทั่วโลก! นั่นหมายความว่า ถ้าคุณอยากจะร่วมหัวจมท้ายในกลุ่มเล็กๆนี้ คุณจะต้องมีวิธีการมองภาพที่พิเศษเอามากๆ มีสายตาที่มองอะไรไม่เหมือนใคร ซึ่งจะต้องทำให้ได้ดีพอๆกับช่างภาพอื่นๆที่สามารถยืนอยู่ในธุรกิจโฆษณานี้ได้ เข้าใจการตลาด เข้าใจบรีฟลูกค้า เข้าใจโปรดักชั่น สามารถทำงานเข้ากันได้กับเอเจนซี่โฆษณาทั้งหลาย ทำงานตามกำหนดเวลาได้ คุณจะต้องพัฒนาการทำงานของคุณให้เข้ากับระบบ และไอเดียต่างๆ บรีฟงานต่างๆที่มาจากงวงการโฆษณาและวงการดีไซน์

งานแบบไหนที่ช่างภาพสตรีทน่าจะทำได้?

เช่น งานด้านโฆษณา , งานด้านดีไซน์ , งานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ , งานด้านโซเชี่ยลมีเดีย

งานแต่ละอย่างที่กล่าวมานี้ มันก็มีความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคุณจะต้องค้นหา “วิธีการทำงาน” ในแต่ละโปรเจคที่คุณทำได้ ไม่ว่าจะการทำงานกับ อาร์ทไดเรคเตอร์ , ดีไซเนอร์ , ฝ่ายกราฟฟิค แต่คุณจะต้องมั่นใจว่า วิธีการทำงานที่คุณโอเคนั้น มันไม่ได้เป็นกรอบให้คุณไม่สามารถคิดงานในแบบของคุณที่เขาคาดหวังจะได้เห็นเหมือนงานในพอร์ทของคุณ ซึ่งมันจะเป็นเรื่องเลวร้ายมาก ผมเองก็เคยเจอมาก่อนที่เคยโดนชวนให้ทำงานในแบบที่ไม่ใช่สไตล์ของผมเอง ถ้าเกิดคุณถนัดที่จะใช้กล้อง Leica กับเลนส์สักตัวเดินถ่ายไปตามถนน คุณก็อย่าคิดว่าถ้าถ่ายงานโฆษณาแล้วต้องเปลี่ยนไปใช้กล้อง Hasselblad เซนเซอร์ 90mp เพราะพวกเขาจะได้ผลงานที่น่าผิดหวัง เทคนิคส่วนตัวที่คุณถ่ายบนถนน มันคือส่วนหนึ่งของ “บอกความเป็นตัวตน” ของตัวช่างภาพเอง และมันคือความชัดเจนที่เขาจะจ้างคุณ และไม่ต้องสนใจพวกเอเจนซี่โปรดักชั่นที่มัวกังวลแต่เรื่องไฟล์ภาพละเอียดๆ ผมเคยถ่ายภาพเพื่อทำโปสเตอร์ขนาดกว้าง 80 เมตรติดตั้งในพื้นที่ที่จอดรถด้วยกล้อง Canon 5D MKII ของผมมาแล้ว และมันก็ดูดีมากทีเดียว

พื้นฐานของช่างภาพสตรีทอย่างเราๆคือเป็นคนช่างสังเกต ซึ่งมันทำให้งานของเราตรงกับโจทย์มากกว่าคนอื่น การที่เราคอยเฝ้าเก็บข้อมูลต่างๆเอาไว้ เวลาเจอโจทย์ความต้องการจากบรีฟที่บริษัทดีไซน์อยากได้ มันก็มักจะเข้าทาง ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกสภาพแวดล้อมแบบไหน เราสร้างบางสิ่งที่มีอะไรมากกว่า อย่างเช่น โรงเรียน , ธนาคาร , ออฟฟิศ ซึ่งพวกเขาก็พร้อมจะจ้างคุณ ผมเคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ไปกับการถ่ายเบื้องหลังมาหลายปี ทั้งในอาร์ท แกลอรี่ , สวนสัตว์ , โรงเรียนสอนดนตรี หรือ ทีมยิมนาสติก , สนามบิน

ส่ิงที่ท้าทายกว่าคือเมื่อต้องทำงานให้กับเอเจนซี่โฆษณา เพราะมันไม่ได้เป็นงานที่น่าสนใจที่เกิดจากไอเดียของคุณก่อน ในทางกลับกันคุณจะต้องใช้ไอเดียที่มาจากทีมครีเอทีฟไปถ่ายภาพออกมา ปกติแล้ว อาร์ตไดเรคเตอร์ , ก็อปปี้ไรท์เตอร์ จะถูกควบคุมงานโดย ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ ซึ่งจะมาพร้อมคอนเซปว่าเขาต้องการให้ทำอะไร เมื่อไหร่ และเมื่อฝ่ายจัดซื้องาน ต้องการคุณ ก็เพราะเขาต้องการจ้างสไตล์งานแบบคุณ ไม่ใช่จ้างมาเพื่อแก้การปัญหา คุณจะได้รับบรีฟงานที่จะทำ และถ้าคุณได้งานนั้น คุณจะต้องไปเข้าประชุมกับทีมเพื่อถกเถียงกัน ซึ่งมันก็จะตามมาด้วยขั้นตอนมากมาย การเคสติ้ง หาสถานที่ถ่ายทำ ฯลฯ ซึ่งลูกค้าของเอเจนซี่จะต้องโอเคมาก่อนตั้งแต่ขั้นตอนพรีโปรดักชั่น ก่อนจะมีการถ่ายทำจริง ขั้นตอนการถ่ายโฆษณานั้น ตอนวันถ่ายจริง จริงๆแล้วมักจะเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดเพราะทุกอย่างมันจะถูกเตรียมและถกกันจนจบมาแล้วก่อนหลายสัปดาห์

ส่ิงที่ท้าทายที่สุดในวันที่ถ่ายคือ การถ่ายทำจริงๆ ในแบบ Snap Shot ให้ได้ภาพที่สวยงามได้อย่างที่คุณถ่ายในพอร์ทงานของคุณเอง ซึ่งคราวนี้มันมีทั้งตัวนางแบบนายแบบ และทีมงานที่รายล้อมกว่า 20 ชีวิตคอยดูอยู่ด้วย

ประเด็นเกี่ยวกับกฎหมาย

มีหลายๆคนมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการใช้ภาพสตรีทในเชิงพานิชย์ และถูกยับยั้งงานไป ซึ่งคุณจะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ ผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย และแต่ละพื้นที่แต่ละประเทศก็มีตัวบทกฎหมายที่แตกต่างกันออกไปด้วย แต่หลักๆเลยมีอยู่สองกฏเหล็กที่ต้องระวัง

  • คุณจะต้องไม่ใช้ภาพที่สื่อไปในทางพยายามแทรกสินค้าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตในภาพนั้นๆ
  • คุณจะต้องไม่ใช้ภาพไปในทางที่บิดเบือนหรือให้ข้อมูลผิดๆในภาพนั้นๆ

ลักษณะนี้มันค่อนข้างจะเทาๆในการอธิบาย ผมเคยถ่ายภาพสตรีทเพื่องานปริ๊นท์ของบริษัทใหญ่ซึ่งใช้เฉพาะงานภายในบริษัท และไม่ได้ปรากฏในสถานที่ทั่วไป ผมถ่ายภาพเผื่อเอาไว้ที่เคยใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตบุคคลในภาพก่อน แต่ภาพนั้นก็ไม่ได้สื่อว่าบุคคลในภาพ เกี่ยวข้องกับการพยายามโปรโมตสินค้าแต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะแค่เป็นส่วนประกอบในไอเดีย ภาพถ่ายเหล่านั้นควรจะเป็นแค่ลักษณะดูทั่วๆไป ไม่ควรระบุตัวตนใครเป็นพิเศษ คุณจะพบว่า มีลูกค้าและเอเจนซี่ที่จะนอยด์กับเรื่องเทาๆแบบนี้ มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งในอเมริกา พวกเขาค่อนข้างจะนอยด์เอามากๆ

 

Street_Pop1
ตัวอย่างภาพที่ใช้ได้โดยไม่มี Model Release เป็นงานของ PricewaterhouseCoopers จะเห็นว่าตัวแบบไม่มีความตั้งใจจะแทรกการใช้สินค้าของบริษัท

 

อย่างนึงที่ต้องจำเอาไว้ว่า เอเจนซี่โฆษณาและดีไซเนอร์ ไม่ได้แคร์กับว่าภาพที่จ้างคุณเป็นการ Candid พวกเขาจ้างคุณเพราะสไตล์ในการถ่ายสตรีทของคุณนั่นแหล่ะ ไม่ว่าจะ จังหวะ , อารมณ์ขัน ฯลฯ มันเป็นสิ่งที่พวกเราเท่านั้นที่เดินไปตามท้องถนนในแต่ละวันเพื่อมองหาเรื่องเด็ดๆและจังหวะที่มันจะไม่เกิดซ้ำแล้ว ซึ่งภาพมันจะบอกเล่าอย่างตรงมาตรงไป นี่คือประเด็นสำคัญมากกว่า การทำงานเพื่อการพานิชย์อย่างช่างภาพสตรีท คุณจะมองหาอะไรที่ทำเงินให้คุณได้ด้วย ไม่ใช่ถ่ายในแบบสตรีทแบบที่เราเคยถ่ายๆกัน

สร้างให้มันดูสมจริง

ช่างภาพสตรีทอย่างเราๆ เราใช้เวลาในการเฝ้าดูชีวิตที่ดำเนินไป และพวกเรารับรู้ได้ไวต่อภาพที่ดูจัดฉาก หรือความเข้าใจผิดๆที่ทำให้คนทั่วๆพยายามทำภาพโฆษณาให้มันดูสมจริง ผมเคยพยายามพัฒนาวิธีการทำงานมาหลายปีที่ทำให้ผมเป็นคนคอยสังเกตเรื่องต่างๆบนท้องถนน ผมไม่สามารถจะเป็นผู้กำกับการแสดงได้หรอกนะ แต่หลายๆครั้ง ผมมักจะเข้าไปช่วยอาร์ท ไดเรคเตอร์ , ผู้ช่วยผม , ผู้กำกับละครเวทีซึ่งถูกจ้างพิเศษเพื่อดูบทเหล่านี้ ซึ่งนี่มีประโยชน์อย่างมากเวลาที่มีคนมากๆอยู่ในภาพๆหนึ่ง เวลาที่ผมได้รับการจ้างงานถ่ายโฆษณาใหญ่ๆ ผมจะชอบออกไปพร้อมกล้องเล็กๆ ลองสังเกต ดูเหตุการณ์ที่อยากจะได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมจะคอยดูไปเรื่อยๆแล้วเลือกจังหวะเหตุการณ์แบบที่ผมถ่ายบนท้องถนน

อีกวิธีที่จะช่วยให้งานง่ายขึ้นคือการเริ่มเตรียมงานแต่เนิ่นๆในขั้นตอนที่คุยกับอาร์ท ไดเรคเตอร์ ให้สร้างเหตุการณ์ในแบบที่คุณไปสังเกตมา  ‘เรื่องโกหกที่ดีที่สุดคือเรื่องที่ถูกทำให้ใกล้เคียงเรื่องจริงที่สุด’ ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่ผมสร้างในงานโฆษณา การทำงานที่นิวยอร์คกับทาง Ogilvys ซึ่งมี Michael Pattison เป็นอาร์ท ไดเรคเตอร์ ในโฆษณาของ IBM ผมใช้เวลาอยู่หลายวันกับเขา มองหาโลเคชั่นแล้วก็ลองถ่าย Snap Shot บนถนนซึ่งเป็นต้นแบบของชอทที่จะถ่ายกันในวันจริงกับนางแบบนายแบบไปด้วย นี่เป็นการลองทำงานได้เป็นอย่างดี เพราะ Michael เองก็ให้อิสระในสิ่งที่ผมทำได้ดี ในวันที่ถ่ายจริงผมเห็นลูกโป่งอยู่ด้านนอกบาร์กับผู้ชายอีกสองคนยืนอยู่หลังลูกโป่งนั่น ผมชอบเลย ผมจับเอานายแบบไปยืนสร้างเหตุการณ์ในแบบที่ผมเห็นนั่น ซึ่งท้ายสุดแล้วมันกลายเป็นงานตัวจริงที่ทำสำเร็จออกมา

มันยากที่จะเจออะไรแบบนี้ การให้ความไว้วางใจและอิสระในการทำงานจากเอเจนซี่ แต่มันจะนำไปสู่งานที่เยี่ยมๆเสมอ

 

IBM_Overheard-4
งานโฆษณาของ IBM ที่ใช้นายแบบทำเหตุการณ์ในแบบที่ต้องการอย่างเป็นธรรมชาติ

 

vna
งานโฆษณาของ V&A Museum ในลอนดอน มาจาการสังเกตพฤติกรรมคนในแกลอรี่ ร่วมกับดีไซเนอร์ Simon Elliott

 

บางครั้งเอเจนซี่โฆษณาจะจ้างคุณ เพราะวิธีของคุณที่ทำงานกับคนทั่วไปได้ และทำให้ทุกอย่างมันดูเป็นธรรมชาติแม้ว่าจะเป็นการทำงานในสตูดิโอก็ตาม ผมเคยถูกจ้างให้ถ่ายโฆษณาสนามบินฮีทโทรว์ในลอนดอน อารมณ์ประมาณการได้กลับมาเจอกันใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะแคสได้นักแสดงที่เป็นคู่รักกันจริงๆที่สามารถกอด จูบกันได้อย่างสะดวกใจ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในการถ่ายในสตูดิโอตอนนั้น ก็ทำให้งานออกมาเป็นโปสเตอร์โฆษณาที่ดูดีเป็นธรรมชาติทีเดียว

 

Hug-48-sheet
งานจ้างที่ได้เพราะงานในพอร์ทผมที่ทำมาจากการสังเกต แต่ภาพนี้ใช้นายแบบนางแบบถ่ายในสตูดิโอ

 

แนวทางใหม่ๆ การพัฒนาใหม่ๆของโฆษณาที่น่าสนใจต่อช่างภาพสตรีทคือการใช้ โซเชี่ยล มีเดีย มีงานจ้างอยู่หลายงานที่ผมต้องเดินทางไปด้วย ถ่ายไปด้วย ซึ่งผมจะอัพโหลด โพสลงในเฟสบุ๊คและทวีตเตอร์ ถ้าคุณมีฐานของโซเชียลที่ดี คุณก็มีโอกาสจะได้งานพอๆกับการสร้างพอร์ทงานของคุณเอง ความสามารถในการถ่ายภาพสตรีทนั้น ค่อนข้างเหมาะกับการทำงานที่รวดเร็ว ถ่ายทำชอตยากๆ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งชาวสตรีทมักจะรู้จักที่จะใช้ออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ในการแชร์ หรือกดไลก์ ผมเดินทางไปรอบโลกด้วยกล้องมือถือ Samsung ระหว่างนั้นผมกำลังประกวดงานของ Barclays และยังต้องตามงานโอลิมปิกของ Nature Valley ไปทั่วอังกฤษ ซึ่งหลักๆคือสำหรับออนไลน์และบนมือถือ

Pigeons1
ถ่ายได้ที่อัมสเตอร์ดัม จากตอนที่ผมเดินทางรอบโลกของ Samsung ซึ่งผมถ่ายด้วยกล้องมือถือ Samsung Pixon Phone
torch
คบเพลิงโอลิมปิก มาถึงที่ Windermere จากทริปที่ผมเดินทางเพื่องาน The Olympic Torch ของ Nature Valley

 

รอบคอบเมื่อต้องถ่ายงานที่เป็นงานจ้าง

เมื่อคุณได้รับการจ้าง มันสำคัญมากที่ต้องไปพบปะกับอาร์ท ไดเรคเตอร์ หรือ ดีไซน์เนอร์ และจะต้องทำให้พวกเขาเข้าใจว่าอะไรบ้างที่จะไปเติมเต็มในงานของคุณ ไม่ว่าจะอารมณ์ขัน,ดราม่า,การวางตำแหน่งกราฟฟิค หรือการจัดระเบียบความยุ่งเหยิงทั้งหลาย หรือการใช้แสงและสี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณพยายามให้พวกเขาทำออกมาได้อารมณ์อย่างที่คิดไว้หลังจากที่มีการถ่ายทำแล้ว

เมื่อคุณทำงานให้กับเอเจนซี่โฆษณาหรือบริษัทดีไซน์ทั้งหลาย คุณจะต้องร่วมกับคนหลากหลายในแต่ละโปรเจค รวมไปถึงลูกค้าที่เป็นแบรนด์สินค้าด้วย มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำงานกับคนไม่กี่คน เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้ว่าใครที่คุณจะต้องเข้าหา ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั่นก็คือ อาร์ท ไดเรคเตอร์ แต่บางทีมันก็มีคนที่ต้องเข้ามาเกี่ยวพันกับงานอีกมากมายอย่าง ฝ่ายจัดซื้อ , ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ , คนดูแลลูกค้า ฯลฯ คุณต้องคอยรักษากลุ่มคนที่คุณต้องสื่อสารด้วย โดยการสื่อสารผ่านคนที่คุณต้องคุยด้วยเป็นคนแรกคือ อาร์ท ไดเรคเตอร์ เมื่อจบงานในแต่ละวัน แต่ละคนก็จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปในหน้าที่ของตัวเอง แต่ความคิดเห็นที่สำคัญที่สุดอาร์ท ไดเรคเตอร์ ถ้าเขาแฮปปี้ คุณก็ถึงจะเรียกเก็บเงินได้

ต้องแน่ใจว่าลูกค้าของคุณรู้ว่าจะได้อะไรจากงานแบบสตรีท พวกเราจะไม่ทำงานในแบบช่างภาพแนวอื่นๆที่พวกเขาเคยจ้างมา จังหวะเหตุการณ์ที่น่าทึ่ง เราจะไม่ใช่แค่เซ็ตฉาก จัดไฟ ถ่ายแล้วก็ปิดจ๊อบกลับบ้าน คุณจะต้องทำให้แน่ใจว่าพอร์ทงานของคุณที่ทำมาหลายปีทำให้คุณคือช่างภาพสตรีทที่ดีแต่ไม่ใช่นักมายากลที่เสกอะไรก็ได้ ถ้าเอเจนซี่เข้าใจตรงนี้ และพวกเขาแน่ใจว่าต้องมีเวลาพอให้คุณได้ทำงาน คุณสามารถจะถ่ายพอร์เทรทได้อย่างรวดเร็วแต่จังหวะเหตุการณ์ที่เตรียมไว้มันต้องใช้ความอดทนรอมากพอ ผมใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทำงานเฉพาะในโลเคชั่นเดียว

คุณอาจจะต้องคิดค่าใช้จ่ายให้ดีๆ ให้คุ้มพอกับเวลาที่คุณต้องใช้ในการถ่ายแบบนี้ ผมมักจะคิดค่างานจากจำนวนภาพที่ลูกค้าต้องการ ค่าตัวสำหรับทั้งโปรเจค และจะตกลงรับงานเมื่อบรีฟงานได้รับการเคาะอย่างเรียบร้อยแล้ว เหล่านี้จะทำให้ครอบคลุมเผื่อในเวลาที่ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจ หรือเผื่อถ้าอาร์ท ไดเรคเตอร์ , ดีไซน์เนอร์ ไม่ดูแลงานให้เรียบร้อยจนจบ

สรุป

ในงานเชิงพานิชย์นั้นยังมีสำหรับช่างภาพสตรีทที่ยังเรียนรู้และพัฒนาด้วยสไตล์การถ่ายแบบสตรีท สามารถสร้างงานโฆษณาเยี่ยมๆ ผมบอกได้ว่าตลาดจะกลับมามีความต้องการแนวทางนี้ เมื่อคนเบื่อกับงานที่ดูตกแต่งเกินไป งานแบบสตรีทเป็นงานที่ขายไอเดียและตกแต่งน้อยกว่า จะกลายเป็นมีเสน่ห์หอมหวานในงานโฆษณา

 

มาแล้ว รายการแข่งขันสตรีทระดับโลก StreetFoto International Street Photography Awards 2016

รายการแข่งขันใหม่มาให้ชาวเนิร์ดได้เตรียมประลองกันแล้ว StreetFoto International Street Photography Awards 2016 ( The Henri Awards ) โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่ม

  • Best Street Photograph ( เน้นงานสตรีทที่เป็นภาพๆ )
  • Best Street Photography Series ( งานสตรีทที่เป็นซีรีย์ ตั้งแต่ 3-9 ใบ )
  • Best Mobile Street Photograph ( ภาพสตรีทที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือต่างๆ )
  • San Francisco Blitz ( เป็นการถ่ายภาพสตรีทสดๆที่ซานฟรานฯในช่วงสัปดาห์ที่จัดงาน 6-12 มิถุนายน 2016 นี้ )

ซึ่งรางวัลก็แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม แต่ก็เรียกว่าไม่น้อยเลย เช่นกลุ่ม Best Street Photograph รางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล $1,000 เลยทีเดียว

โดยสามารถส่งงานได้ถึงวันที่ 15 เมษายน 2016 นี้ และจะประกาศ Finalist ในเดือนพฤษภาคม 2016 รวมถึง Finalist จะได้ไปโชว์งานที่งาน StreetFoto San Francisco ในวันที่ 6-12 มิถุนายน 2016 ด้วย ประกาศรางวัลผู้ชนะในวันที่ 11 มิถุนายน 2016

กรรมการที่เป็นผู้ตัดสินในแต่ละกลุ่มถือได้ว่าเป็นช่างภาพสตรีทที่เป็นที่รู้จักกันในวงการเป็นอย่างดี รวมไปถึงมี ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ สตรีททีมชาติไทย ที่เข้าร่วมเป็นกรรมการในกลุ่ม Best Street Photograph ด้วย

สำหรับชาวเนิร์ดที่สนใจ สามารถกดเข้าไปอ่านรายละเอียดและสมัครกันได้เลยที่ลิ้งนี้ คลิก

9 Instagram ของช่างภาพสตรีทที่ต้อง Follow ภาคที่ 2

ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี จากภาคที่ 1 (ย้อนกลับไปดูกันได้ “9 Instagram ของช่างภาพสตรีทที่ต้อง Follow ภาคที่ 1”) เลยมาแนะนำกันต่อดีกว่ากับ Instagram สำหรับชาวเนิร์ดสตรีทอย่างพวกเรา ท้าวความเล็กน้อย เนื่องจากช่วงหลังมานี้ Instagram ซึ่งเดิมทีไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่ช่างภาพสตรีทกันสักเท่าไหร่ กลับกลายเป็นว่า ช่างภาพสตรีทและกรุ๊ปสตรีทเจ๋งๆทั้งหลาย หันมาให้ความสำคัญกัน ทำให้ตอนนี้มี Account ดีๆให้ตามเสพงานกันมากมายเลย

ลองมาดูกันต่อว่าอีก 9 Instagram ที่น่าสนใจสำหรับชาวสตรีท มีอะไรกันบ้าง

Martin Parr (@martinparrstudio ) ประธาน Magnum Photos เอเจนซี่ช่างภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนปัจจุบันที่ถือว่าเป็นช่างภาพสตรีทชาวอังกฤษที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร ตลก น่ารัก มีหนังสือภาพให้ตามสะสมกันมหาศาล ตามไปดูงานทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงอัพเดทโปรเจคต่างๆกันได้

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.11.57

 

 

 

Alex Webb และ Rebecca Norris Webb ( @webb_norriswebb ) ถ้าเป็นระดับเนิร์ดสตรีทแล้วไม่รู้จัก Alex Webb นี่คงไม่ได้นะ ช่างภาพสตรีทแห่ง Magnum Photos ที่มีวิทยายุทธในการวาง Layers และการใช้สีระดับปรมาจารย์ ปกติแล้ว Alex จะทำงานคู่กับภรรยา Rebecca ซึ่งเป็นช่างภาพเหมือนกันอยู่แล้ว ใน Account นี้จึงเป็นงานที่ทั้งคู่ทำร่วมกัน เพิ่งจะเข้ามาเปิดใน IG กันได้ไม่นานนี้เอง คนนี้นี่พลาดไม่ได้เช่นกัน

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.08.07

 

 

Bruce Gilden ( @bruce_gilden )  ตำนานแห่งช่างภาพสตรีทขาโหดเริ่มต้นที่คนนี้ ลุง Bruce คือหนึ่งในช่างภาพสตรีทจาก Magnum Photos เช่นกัน ต้นตำหรับแห่งการสาดแฟลชใส่ Subject คนในระยะไม่เกินหนึ่งช่วงแขนแบบไม่ทันตั้งตัว แม้วันนี้ลุงจะไม่สามารถถ่ายงานแซ่บๆแบบนั้นให้ดูได้แล้วเนื่องด้วยสังขารไม่อำนวย แต่เราก็สามารถติดตามงานเก่าๆและอัพเดทเรื่องราวของลุงได้จาก IG นี้

 

Screen Shot 2559-02-11 at 12.46.03

 

 

Nick Turpin ( @the_nick_turpin ) ช่างภาพสตรีทชาวอังกฤษ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม iN-PUBLIC อันลือลั่น เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งแนวหน้าของกลุ่มที่ชาวเนิร์ดรู้จักกันดี งานสตรีทที่ชวนให้คิดตามถึงเหตุการณ์ในภาพ Nick เพิ่งจะเปิด IG ได้ไม่นานเช่นกัน ติดตามกันได้เลย

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.07.45

 

 

Siegfried Hansen ( @siegfried_hansen ) อีกหนึ่งสมาชิกของกลุ่ม iN-PUBLIC คุณน้า Siegfried เป็นช่างภาพสตรีทที่มีเอกลักษณ์มากๆ งานของคุณน้าจะเรียบง่าย น้อยๆ เน้นเส้นสาย สีสัน ช่างสังเกต หลายๆภาพก็ไม่ได้มีคนอยู่ในภาพเลย คนที่ชอบงานแนวๆกราฟฟิคๆน่าจะชอบงานแก

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.10.33

 

 

Dirty Harry ( @dirtyharrrry ) สมาชิกคนล่าสุดของกลุ่ม iN-PUBLIC ที่ถือว่างานเฟี้ยวมากที่สุด ใครที่มองหางานสตรีทสมัยใหม่ ตีความแตกต่างไปด้วยเทคนิคการใช้แฟลชที่ไม่เหมือนใคร ดิบ แปลก ดูเหมือนเป็นการ Experimental ใครสนใจก็ลองสำรวจงานของ Dirty Harry หรือชื่อจริง Charalampos Kydonakis ช่างภาพสตรีทชาวกรีกคนนี้กันดู

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.09.19

 

 

Charlie Kirk ( @twocutedogs ) ช่างภาพสตรีทชาวอังกฤษที่อยู่ในญี่ปุ่นมายาวนาน โดดเด่นเรื่องการถ่ายสตรีทโดยการใช้แฟลชสาดเข้า Subject คนในระยะเผาขนเป็นหลัก ถ้าใครชอบงานดิบๆอย่าง Bruce Gilden ล่ะก็ ต้องไม่พลาดงานของพี่แก หลายๆคนรู้จักในชื่อ Two Cute Dogs แม้ว่า IG นี้จะไม่ได้อัพเดทนานแล้ว แต่ก็ยังสามารถย้อนกลับไปดูงานที่น่าสนใจของแกได้ 

 

Screen Shot 2559-02-11 at 12.36.37

 

 

iN-PUBLIC ( @in_public_street_photo ) นี่คือ IG อย่างเป็นทางการของกลุ่ม iN-PUBLIC กลุ่มช่างภาพสตรีทระดับโลกที่ถือว่าเป็นหลักไมล์สำคัญในวงการสตรีทสมัยใหม่นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ด้วยการรวมตัวของช่างภาพสตรีทที่มีแนวทางแปลกใหม่ไปจากยุคโมเดิร์นอย่างช่างภาพของ Magnum ทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆต่อช่างภาพสตรีทสมัยนี้เป็นอย่างมาก ติดตามข่าวสาร งานดีๆจากกลุ่มได้ในนี้เลย

 

Screen Shot 2559-02-11 at 12.58.12

 

 

Urban Picnic Street Photography ( @urbanpicnicstreetphotography )  กลุ่มคอมมูนิตี้ชาวสตรีทใน Flickr.com ที่รวบรวมเอาภาพสตรีทเจ๋งๆในแต่ละเดือนเข้าไปใน Pool ของกรุ๊ป ซึ่งแต่ละภาพที่จะเข้าไปได้นั้น..ยาก ตอนนี้ UPSP เปิด Account ทาง IG เพื่อโปรโมตเอาภาพใน Pool ที่คัดเลือกเอาไว้มาโชว์ทางนี้ด้วย ใครขี้เกียจเข้าไปใน Flickr ก็ติดตามได้ทางนี้เลย 

 

Screen Shot 2559-02-11 at 11.11.41

 

 

 

รียบเรียงบทความ อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun) @artytl

 

5 รองเท้าแนะนำ สำหรับเนิร์ดถ่ายสตรีทโดยเฉพาะ

บทความโดย อิศเรศ เฉลิมโสภาณ (กบ)

กฏข้อหนึ่งของการถ่ายสตรีท คือ เดินให้เยอะ เดินไปเรื่อยๆ ยิ่งเดินเยอะยิ่งมีโอกาสได้ภาพที่ดี ใครที่ก้าวเข้าสู่โลกของความเนิร์ดสตรีทแล้ว จะรู้ได้ว่า อุปกรณ์ที่สำคัญยิ่งกว่ากล้องรุ่นใหม่ๆเสียอีก นั่นก็คือ “รองเท้า” Continue reading “5 รองเท้าแนะนำ สำหรับเนิร์ดถ่ายสตรีทโดยเฉพาะ”

Most Wanted! Street Photography Cameras 2015 กล้องสตรีทแห่งปี โดย สยามมนุษย์สตรีท

เนื่องจากปลายปีกันแล้ว ทุกสำนักไม่ว่าจะฝรั่ง ไทย ญี่ปุ่น ชาติไหนก็จะต้องออกโพย The Best Of  กันทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เน้นเทคโนโลยีบ้างล่ะ ความละเอียดสูงบ้างล่ะ ประหยัดบ้างล่ะ แต่ยังไม่มีใครมาบอกว่า เฮ้ย! นี่แหล่ะ กล้องที่ชาวสตรีทอยากได้ที่สุดของปีนี้เลย! Continue reading “Most Wanted! Street Photography Cameras 2015 กล้องสตรีทแห่งปี โดย สยามมนุษย์สตรีท”