William Eggleston กับงานภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในวงการดนตรีอเมริกัน

เรียบเรียง โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

ถ้าพูดถึงงานศิลปะ Pop Art แบบอเมริกันๆในยุค ’70s เป็นต้นมา ชื่อ William Eggleston ก็ต้องถูกนับรวมอยู่ในบริบทของ “ผู้ทรงอิทธิพลด้านศิลปะของอเมริกัน” แน่ๆ เขาคือช่างภาพผู้ซึ่งทำลายเส้นแบ่งโลกของศิลปะภาพถ่ายในยุคสมัยก่อนระหว่างภาพขาวดำ..ว่าเป็นสำหรับศิลปิน และภาพสี..ว่ามันสำหรับคนทั่วๆไป

eggleston_featured_224

ก่อนที่งานของเขาจะกลายเป็นงานภาพถ่ายที่มีมูลค่าสูง (มีการประมูลภาพปริ๊นท์ด้วยดิจิตอล 36 ภาพของเขาเมื่อปี 2012 ในมูลค่าถึง $5.9 ล้าน) ย้อนกลับไปเมื่อปี 1976 คือปีที่งานของเขาถูกแสดงที่ MoMA นิวยอร์ค มันอาจจะดูน่าดีใจสำหรับการเป็นศิลปิน แต่ในเวลานั้น Eggleston กลายเป็นศิลปินที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงในนิวยอร์คถึงงานของเขา ถ้าเรากลับไปค้นดูสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับงานศิลปะในช่วงเวลานั้น มันจะเต็มไปด้วยความเลวร้ายของคำวิจารณ์ต่างๆนานาที่ถาโถมเข้าหาเขา

“แย่มาก!” โดย Norman Nadel แห่ง New York World-Telegram

“สุดจะน่าเบื่อ” โดย Hilton Kramer แห่ง New York Times 

คำวิจารณ์เหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงการรับไม่ได้ต่อการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีภาพสี แต่…ไม่ใช่ไปทั้งหมด ยังมีนักวิจารณ์อีกหลายคนที่สนับสนุนงานของเขาในทางตรงข้าม ถึงกับเปรียบตัวเขากับศิลปินในยุคก่อนหน้าอย่าง Walker Evans หรือ Eugene Atget ในคราบของภาพสี

นอกจากการเป็นช่างภาพแล้ว เขายังเป็นคนที่รักดนตรีเข้าเส้น แม้ว่าจะไม่ได้ประกอบเป็นอาชีพ แต่มันอยู่ในทุกส่วนของชีวิตเขา Eggleston หัดเล่นดนตรีคลาสสิคด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเปียโน และออร์แกน จนอาจจะเรียกได้ว่า เขาคือนักดนตรีคนหนึ่งเช่นกัน

ไม่รู้จะด้วยความในความรักดนตรีของ Eggleston หรือไม่ ที่งานของเขาถูกนำพาไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวงการดนตรีอเมริกัน

ภาพเพดานสีแดง หลอดไฟเปลือยเปล่าที่มีสายไฟระโยงระยาง คือภาพที่โดดเด่นภาพหนึ่งในงานของ Eggleton และมันได้กลายเป็นปกอัลบั้ม Big Star ของวง Radio City ที่วางจำหน่ายในปี 1974 ซึ่ง Alex Chilton หัวหน้าวงเป็นคนที่รู้จักกับ Eggleston ตั้งแต่เขายังไม่ได้โชว์งานที่ MoMA เลยด้วยซ้ำ และแน่นอนว่า Chilton ยังเลือกภาพของ Eggleston ไปใช้เป็นปกของอัลบั้มของเขา ทั้งวงและเดี่ยวอีกหลายอัลบั้ม

 

a

จนเมื่อผลงานแรกออกสู่สายตาคนทั่วไป งานของ Eggleston ในแง่มุมของ Art Work อัลบั้มเพลงก็กลายเป็นที่ต้องการของศิลปินเพลงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของ Green On Red ในอัลบั้ม Here Come The Snakes ในปี 1989 หรือ Chuck Prophet ในอัลบั้ม Age of Miracles โดยภาพนี้ยังถูกกลับมาใช้เป็นปกให้กับ Primal Scream อีกครั้งในอัลบั้ม Country Girl เมื่อปี 2006

61ihwhu98rl


5170kj888wl

วง The Derek Trucks Band เลือกเอาภาพที่ชื่อว่า Near Minter City and Glendora, Mississippi เมื่อปี 1969 ของ Eggleston มาใช้ในอัลบั้มที่ชื่อว่า Soul Serenade ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2003

20101113111248-we034
ภาพ Near Minter City and Glendora, Mississippi ของ William Eggleston

 

soul_serenade

 

หรือ งานที่น่าสนใจอีกชิ้นเป็นของ Jimmy Eat World ในอัลบั้ม Bleed American เมื่อปี 2001 ที่นำเอาภาพ Memphis, Tennessee, 1968 มาใช้ได้อย่างลงตัว

ef99d11ae00e904703d2f43936d97dd6
ภาพ Memphis, Tennessee, 1968 ของ William Eggleston

jimmyeatworld_bleedamericanlp-jpg

ไม่ใช่แค่ภาพของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของดนตรี แต่เขายังสามารถเข้ากันได้ดีในเชิงรสนิยมดนตรีกับศิลปินนั้นๆด้วย หลายๆคนที่ชอบงานของเขา มักจะพูดว่า “งานของ Eggleston มันมีชีวิต เหมือนมีเรื่องราวอะไรสักอย่างอยู่ในนั้น แต่..เราไม่เคยรู้ว่ามันคือเรื่องอะไร”

จนถึงปัจจุบัน William Eggleston นับได้ว่าเป็นช่างภาพที่มีงานไปปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในงานดนตรีมากที่สุดในระดับต้นๆของวงการเลยก็ว่าได้

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s