“ทำไมผมถึงโหวตค้าน..ว่าภาพนี้ไม่ควรได้รางวัลภาพถ่ายแห่งปี” โดย Stuart Franklin

จากบทความ This image of terror should not be photo of the year – I voted against it ใน The Guardian

โดย Stuart Franklin

แปล อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

2852

เมื่อ 19 ธันวาคมปีที่ผ่านมา Burhan Özbilici ช่างภาพชาวตุรกีเดินทางไปร่วมงานแถลงข่าวที่ Ankara art gallery ซึ่งเขาเดินทางไปเพราะมันเป็นเส้นทางกลับบ้านของเขา และทุกอย่างก็เกิดขึ้น..งานแถลงข่าววันนั้นกลายเป็นการฆาตกรรมที่น่าสะพรึง เมื่อฑูตรัสเซียประจำตุรกีได้ถูกลอบสังหารระหว่างที่มีการพูดต่อหน้าสื่อมวลชน

Özbilici ตั้งสติและรวบรวมความกล้า ใช้ความสามารถในการถ่ายภาพถ่ายเหตุการณ์ในวันนั้น และในวันนี้..ภาพนั้นก็ได้รับรางวัล World Press Photo of the Year ไปในที่สุด

นี่เป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์แล้ว ที่ภาพการลอบสังหารชนะรางวัลนี้ไป ถ้าพูดถึงภาพที่รู้จักกันดีที่สุดก็คงเป็นภาพการฆ่าทหารเวียดกง ซึ่งถ่ายโดย Eddie Adam เมื่อปี 1968

saigon-execution
Eddie Adam / 1968

ภาพของ Özbilici นั้นทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่กระนั้น. ผมไม่เห็นด้วยอย่างที่สุดที่จะให้ภาพนี้เป็นภาพแห่งปี ผมโหวตค้าน ต้องขอโทษด้วยนะ..Burhan นั่นเพราะภาพนี้มันเป็นภาพของฆาตกร นักฆ่าใจโหด อยู่ในทีด้วย และมันกลายเป็นปัญหาเชิงศีลธรรมต่อคนทั่วไปในเรื่องเกี่ยวกับการก่อร้าย

แตกต่างไปจากเรื่องการลอบสังหารของ Archduke Ferdinand ที่ซาลาเจโวเมื่อปี 1914 อาชญากรรมนั้นยังเป็นเรื่องเชิงการเมือง ภาพนั้นกลายเป็นงานขึ้นหิ้งที่ชวนให้คิดต่อได้อย่างน่าประทับใจ และตอกย้ำอย่างชัดเจนระหว่างความเจ็บปวดและสิ่งที่ต้องการจะบอกไป

การโต้แย้งประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ น่าจะมีการเริ่มต้นที่กรีกเป็นที่แรกเมื่อราว 2,500 ปีก่อน เมื่อ Herostratus อยากมีชื่อเสียงด้วยวิธีสกปรกโดยการเผาหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และศาลใช้วิธีแบนเขาโดยการไม่มีการอ้างชื่อถึงเลย เพื่อให้ชัดเจนขึ้น จุดยืนทางศีลธรรมของผมไม่ใช่การที่ว่า ช่างภาพที่มีความตั้งใจดีแล้วสมควรจะถูกปฏิเสธในสิ่งที่เขาสมควรจะได้รับ แต่ผมกลับกลัวว่ามันจะเป็นการกระจายชื่อเสียงของผู้ก่อการร้ายนี้ออกไปในวงกว้างด้วยรางวัลนี้ต่างหาก

“ภาพถ่าย” คือ สิ่งที่รับใช้มนุษยธรรมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะการสื่อสารให้ผู้คนเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง แต่ภาพนี้..ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ว่าไปนี่เลย แม้ว่าผมจะรู้สึกเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อและบาดแผลที่เกิดขึ้นในใจ ในฐานะที่ต้องมีการตัดสินอย่าง World Press Photo ซึ่งมีความเห็นไม่สอดคล้องกัน และยอมรับผลที่ออกมา ผมก็อยากจะแสดงความยินดีกับภาพอื่นๆที่ได้รับรางวัลในปีนี้

สำหรับคณะกรรมการที่มีความชอบแตกต่างกันออกไป โดยส่วนตัวแล้ว กว่า 8 หมื่นภาพที่เราได้เห็น ผมมองดูภาพเหล่านั้นด้วยความเห็นอกเห็นใจ ช่างภาพยังต้องเดินทางในเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ไปอีกไกล บ้างก็เอาชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยง ต้องรายงาน ต้องตีให้เรื่องมันดังออกไป และสอนพวกเราด้วยภาพเหล่านั้น เพราะพวกเขาเชื่อว่า..พวกเขาอาจจะ..แค่อาจจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

บรรทัดฐานของพวกเราในการตัดสินคือช่วยเติมเต็มอีกด้านของความคาดหวังนั้น World Press Photo คือองค์กรการกุศลที่มีเครื่องมือนั้นในมือ เพื่อให้เกียรติกับความเพียรพยายามของช่างภาพเหล่านั้น เพื่อยกระดับสถานะของช่างภาพข่าวและแสดงมันออกมาให้โลกเห็นได้อย่างภาคภูมิใจ งานนิทรรศการที่จัดขึ้นโดยนำเอาภาพที่ชนะรางวัลจาก 45 ประเทศ และจะมีคนได้ชมถึง 4 ล้านคน

ช่างภาพข่าวชาวออสเตรเลีย Daniel Bererhulak ได้ทำการฟ้องร้องประธานาธิบดี Rodrigo Duterte ที่ใช้แคมเปญต่อต้านยาเสพติดอย่างไรมนุษยธรรมในฟิลิปปินส์ สารคดีที่แสดงให้เห็นการฆาตกรรม 57 รายในเวลาเพียงเดือนเดียวนั้น สมควรที่จะได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวดภาพข่าวทั่วไป

Vadim Ghirda ช่างภาพชาวโรมาเนีย แสดงภาพที่เป็นการเห็นอกเห็นใจต่อผู้ลี้ภัยที่ต้องข้ามแม่น้ำอันเชี่ยวกราด ระหว่างที่ต้องข้ามชายแดนประเทศกรีซและมาเซโดเนีย นำมาซึ่งความเศร้าในเหตุการณ์นี้ และยังทำให้เราเห็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในเมดิเตอร์เรเนียน

1747
Vadim Ghirda/AP

Laurent Van der Stockt สมควรจะได้รับการกล่าวถึงจากการถ่ายภาพครอบครัวที่ถูกจับในพื้นที่ความขัดแย้งในอิรัก มันเป็นภาพที่ชนะรางวัลในหมวดภาพข่าวทั่วไปภาพเดี่ยว

Ameer al-Halbi (ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา) ช่างภาพชาวซีเรียอายุ 21 ปี ซึ่งทำงานให้กับ AFP (Agence France Presse) ควรจะได้รับการยกย่องให้กับความกล้าที่ได้ถ่ายสารคดีการระเบิดที่ยังไม่หยุดความรุนแรงใน Aleppo เมื่อปีที่แล้ว และยังรวมไปถึงช่างภาพที่ผลักดันให้เกิดการหนีออกจากพื้นที่ Bustan al-Qasr เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และก็ยังมี Jonathan Bachman จากนิวออลีนส์ ที่ได้รางวัลชนะเลิศในสาขาปัญหาในสังคมปัจจุบัน ซึ่งคู่ควรจะได้รับการกล่าวถึงในภาพที่ไม่มีวันลืมจากการลุกขึ้นต่อต้าน

5472
Ameer Alhalbi/AFP

ในขณะที่ความขัดแย้งกันของมนุษย์คือสิ่งที่อยู่เหนือสุดในจิตใจผู้คน คณะกรรมการเลือกเอาเหตุการณ์ร้ายแรงในรูปแบบอื่นแทน Brent Stirton ช่างภาพชาวแอฟริกาใต้ได้ส่งภาพการฆ่าแรดดำอย่างทารุณในประเทศของเขาในชื่อว่า “Rhino War” ทำให้เขาได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวดเรื่องธรรมชาติไป

5184
Brent Stirton/For National Geographic Magazine

“คุณมีโอกาสเดียวที่จะใช้มันให้ถูกและมันก็สูญสลายไป” เขียนโดยช่างภาพกีฬาจาก Guardian ที่ชื่อว่า Tom Jenkins สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลในจิตใจ ซึ่งมีผู้กำกับ Wim Wenders ที่ประสบความสำเร็จในภาพยนตร์คลาสสิคเมื่อปี 1972 ที่ชื่อว่า The Goalkeeper’s Fear of the Penalty

ผมปรบมือให้กับฝีมือในการเขียนของ Jenkins ในการที่เขาได้รางวัลชนะเลิศในหมวดภาพถ่ายกีฬา จากกีฬาโอลิมปิค ภาพของเขาเป็นภาพม้าของจ๊อกกี้ชาวไอริช Nina Carberry กำลังตกลงไปในร่องน้ำ ระหว่างการแข่งขันรายการ 2016 Grand National

3573
Tom Jenkins for the Guardian

สำหรับ Burhan Özbilici แล้วเขายังมีโอกาส เขาได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญในเย็นวันนั้นที่ Ankara นั่นไม่ต้องสงสัยเลย.. แต่สิ่งที่เกิดโต้แย้งขึ้นมาเกี่ยวกับภาพนี้คือการพรรณนาถึงการฆาตกรรมในงานแถลงข่าวอย่างเปิดเผย ซึ่งนั่น..เป็นภาพรางวัล World Press Photo of the Year

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s