Mary Ellen Mark แด่คนจร เด็กข้างถนน โสเภณี และคนเหงาตามหลืบถนน

เรียบเรียงบทความโดย ภาสินี ประมูลวงศ์

แมรี่ เอลเลน มาร์ค (Mary Ellen Mark) รู้ตัวตอนเก้าขวบว่าเธอรักการถ่ายภาพ เธอเริ่มถ่ายภาพด้วยกล้องบ็อกซ์บราวนี่ของโกดักตอนยังเป็นเด็กผู้หญิงเก้าขวบ และเมื่อเธอจบปริญญาโทเกี่ยวกับการถ่ายภาพข่าว แมรี่ก็ได้รับทุนเพื่อถ่ายภาพสารคดีที่ตุรกีเป็นเวลาหนึ่งปี หลังจากหนึ่งปีนั้นในตุรกี อังกฤษ เยอรมันนี กรีซ อิตาลี และ สเปน แมรี่ย้ายไปอยู่นิวยอร์ค ที่ที่ต่อมาเธอใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตอยู่ที่นั้น

แมรี่ เอลเลน มาร์ครู้ตัวตอนเก้าขวบว่าเธอรักการถ่ายภาพ แต่ในตอนนั้น เธอไม่คาดคิดเลยว่าการถ่ายภาพจะกลายมาเป็นสิ่งที่เธอทำตลอดชีวิต จากโรงพยาบาลประสาทในโอไรกอนสู่ซ่องในบอมเบย์ จากการการตามคณะละครสัตว์ไปทั่วอินเดียสู่การตระเวนถ่ายงานพรอมงานแล้วงานเล่าทั่วอเมริกา แมรี่ เอนเลน มาร์คใช้ชีวิตเพื่อตามถ่ายคนธรรมดา คนชายขอบ ถ่ายผู้ที่ไม่เป็นที่รู้จักและผู้ที่จะถูกลืมเลือน

…เพราะถ้าเธอไม่ถ่ายแล้วใครจะถ่าย

 

นั่นคือปี 1987 ที่แมรี่ เอลเลน มาร์คตามถ่ายครอบครัวไร้บ้านในนิวยอร์ค ครอบครัวแดมม์ประกอบด้วยแม่ พ่อ ลูกสาววัย 6 ขวบ และลูกชายวัย 4 ขวบ สมบัติเดียวที่พวกเขามีคือรถเก่าๆคันหนึ่งที่วิทยุถูกถอดเอาไปขายและเงินนั้นก็หมดไปกับยา เต๊นท์ที่เคยใช้แทนที่หลับนอนถูกขายไปด้วยเงินแค่พอประทังชีวิตไปได้สองสามวัน และแหวนแต่งงานก็อยู่ในโรงรับจำนำ ทั้งพ่อและแม่ไม่มีงาน รายได้เดียวคือเงินช่วยเหลือคนไร้บ้านจากทางรัฐ ครอบครัวแดมม์ใช้ชีวิตในรถ ศูนย์พักพิง องค์กรการกุศล และโรมแรมรูหนู แมรี่ เอลเลน มาร์คนอนในรถตู้ใกล้ๆพวกเขาเสมอ

หลังจากแมรี่ได้ตีพิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวแดมม์ลงนิตยสาร LIFE ความช่วยเหลือเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งเงิน งาน รถ เฟอร์นิเจอร์ แม้กระทั้งตุ๊กตา ดูเหมือนเวลาร้ายๆได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่สี่เดือนต่อมา ครอบครัวแดมม์กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง เงินหมด รถและเฟอร์นิเจอร์ไม่ทิ้งก็ขายเอาเงินมาซื้อเฮโรอีน สองปีต่อมาสามีภรรยาแดมม์ถูกฟ้องจากทางรัฐในข้อหาทำร้ายร่างกายลูก ทั้งสองได้รับการตัดสินว่าผิดจริง ลูกๆต้องแยกกันไปอยู่กับคุณยายและสถานสงเคราะห์เด็ก

นิตยสาร LIFE เลิกส่งเช็คเงินสดให้ครอบครัวแดมม์ แต่ส่งให้องค์กรป้องกันการทารุณกรรมเด็กแทน

…ชีวิตเป็นเช่นนั้น

 

นั่นคือปี 1984 ที่แมรี่ เอลเลน มาร์คได้รับมอบหมายงานจากนิตยสาร LIFE ให้ถ่ายเด็กข้างถนนซึ่งในตอนนั้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมือง เธอเลือกที่จะออกจากนิวยอร์ค เมืองที่ทุกคนจะไม่แปลกใจเมื่อพบเจอเด็กเกเรตามมุมตึก มุ่งหน้าสู่ซีแอทเทิล เมืองที่ได้รับการเลือกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในอเมริกา ใช้เวลาทั้งวันกับการนั่งหน้าตู้โทรศัพท์ที่เด็กข้างถนนจะมารวมตัวกัน ผูกมิตรกับพวกเขา และถ่ายพวกเขา

เด็กเหล่านี้ก็หนีออกจากบ้านด้วยเหตุผลร้อยแปด แม่ขี้เมา,พ่อใหม่ค้ายา,ตบตี และการทารุณกรรมทางเพศ บ้างนอนในบ้านร้าง บ้างนอนข้างถนน และบ้างก็เอาตัวเข้าแลกหนึ่งคืนในโรงแรมอับๆ เด็กสิบสี่ขุ้ยขยะหาของกินเพราะเอาเงินไปเสพเฮโรอีนจนหมดเป็นเรื่องที่พบได้ เด็กผู้หญิงขายตัวเป็นเรื่องปกติ และการถูกขู่กรรโชกโดยเด็กที่โตกว่าหรือการถูกข่มขืนก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจอะไร

เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้น มาร์คกับสามีตัดสินใจเสนอรับเลี้ยงทีน่า,เด็กที่พวกเขาสนิทที่สุด แต่เธอปฏิเสธเพราะเธอไม่อยากเรียนหนังสือ เด็กผู้ชายคนหนึ่งโตมาเป็นคนขับรถลาก อีกคนเป็นยาม เด็กหญิงที่เธอเคยจะรับเลี้ยงโตขึ้นเป็นคุณแม่ที่มีลูก 9 คนกับสามีแทบไม่ซ้ำหน้า และเด็กสองคนตายก่อนอายุจะแตะเลข 2

…ชีวิตเป็นเช่นนั้น

 

นั่นคือปี 1968 ที่บอมเบย์ แมรี่ เอลเลน มาร์คเห็นเด็กผู้หญิงมากมายอยู่ในห้องกรงร้องเชื้อเชิญชายทั้งหนุ่มแก่ที่เดินผ่านไปมา มันต้องใช้เวลาปีแล้วปีเล่าที่เธอย้อนกลับไปที่ถนนสายนั้น พูดคุย ทำความรู้จัก ผูกมิตรกับโสเภณีเหล่านั้น สิบปีต่อมา เธอก็ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพ

หนังสือ “Falkland Road:Prostitutes of Bombay” ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1981 ก่อแรงกระเพื่อมในสังคม นิวยอร์คไทม์เรียกมันว่า “ล้วงลึกแต่ไม่อุจาด เศร้าแต่ไม่ฟูมฟาย” งานของแมรี่ เอลเลน มาร์คทำให้คนมากมายได้เข้าใจถึงความอยุติธรรมของตลาดค้าหญิงสาว แมงดาและแม่เล้า การถูกทำร้ายและโรคติดต่อ

มาร์คเล่าเรื่องราวของโสเภณีบนท้องถนนและซ่องในแสงไฟสีฉูดฉาด คราบสกปรกบนผนังห้องและม่านเก่าๆ ความอ่อนเพลีย หมองหม่น และสิ้นหวัง

…ชีวิตเป็นเช่นนั้น

 

แมรี่ เอลเลน มาร์คไม่เคยออกไปสู่แนวสงครามและไม่เคยถ่ายภาพในฉากที่ถูกจัดมา เธอบอกว่าเธอวิ่งไม่เร็วพอสำหรับอย่างแรกและไม่สามารถหลอกตัวเองได้มากพอสำหรับอย่างหลัง สิ่งที่เธอถ่ายคือผู้คนจริงๆ เรื่องราวจริงๆ ในสถานที่จริงๆที่ผู้คนเดินผ่านทุกเมื่อเชื่อวัน มาร์คเชื่อมโยงคนทั่วไปเข้ากับคนที่อยู่นอกกระแสสังคม ภาพถ่ายของเธอบอกเล่าการดำรงอยู่ของบุคคลชายขอบ

“ฉันสนใจการเอาชีวิตรอด ฉันสนใจคนที่ไม่โชคดีพอที่จะเกิดมามีพร้อม ฉันสนใจผู้ที่ต้องกระเสือกกระสนดำรงชีวิต”

แมรี่ เอลเลน มาร์คหันเลนส์ไปยังคนที่ ’กระเสือกกระสนดำรงชีวิต’ เธอเล่าเรื่องราวของพวกเขา ทั้งคนไร้บ้านในลอสแองเจลลิส เด็กเกเรในซีแอทเทิล โสเภณีในบอมเบย์ และคนเหงา… ซึ่งหาได้ทั่วไปไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

… และชีวิตก็เป็นเช่นนั้น

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s