ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับหนังที่เชื่อว่าศิลปะต้องเริ่มต้นจาก ‘วิธีมองโลก’

ผลงานการเขียนบทภาพยนตร์อย่าง Suckseed ห่วยขั้นเทพ และ เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอมากมาย อาทิ เพลงฝากไว้ OST. ฝากไว้ในกายเธอ ยินดีที่ได้พบเธอ Stoondio สวัสดีวันจันทร์ ชราภาพ ฯลฯ

และงานกำกับสารคดี ก้าวคนละก้าว ที่กำลังอยู่ในขั้นตอน Post production คือผลงานที่เห็นได้ในวงกว้างของณฐพล บุญประกอบ

แต่มากไปกว่านี้ เขายังเป็นคนทำหนังและงานศิลปะที่มีวิธีส่วนตัวน่าสนใจ หลังจากเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทด้าน Social Documentary จาก School of Visual Arts, New York สารคดีสั้นของเขาได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Shortlist ของงาน BAFTA Student Film Awards 2017 และยังมีผลงานทั้งภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวที่โดดเด่นอีกมาก แต่ที่มากที่สุด ณฐพลคือคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สนใจอะไร อยากเล่าเรื่องอะไร และหา ‘ตา’ ของตัวเองเจอ

 BBB DF 002-2

คุณสนใจอะไรในศิลปะ

(คิดนาน) มันตอบยากเหมือนกันนะ ถ้าถามว่าเราสนใจอะไรในศิลปะ แล้วถ้าถามว่าทำไมมันตอบยาก ก็เพราะศิลปะมันมีความลึกลับ และทำให้เราสนใจ อยากจะเรียนรู้มัน เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร แล้วทุกครั้งที่เราพยายามจะมีคำตอบว่า อ๋อ ศิลปะคือสิ่งนี้ว่ะ ศิลปะแม่งทำแบบนี้ว่ะ สุดท้ายกลับพบว่าก็ไม่แน่เสมอไป เหมือนว่ายิ่งเราอยากรู้จักมัน อยากเข้าใจมัน มันก็จะยิ่งหนีเราไปเรื่อยๆ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นแง่งามของมัน หรือสิ่งที่ทำให้คนอยากวิ่งตามมันก็ได้

ถ้าถามให้แคบลงไปกว่านั้น ศิลปะแบบไหนที่คุณสนใจ

ผมคิดว่าการแปะป้ายว่างานชิ้นนี้มันเป็นศิลปะแบบไหน เป็นหนังเป็นแบบไหน มันเป็นความสะดวกของคนดูหรือคนที่พยายามศึกษามัน ว่าเวลาหยิบงานชิ้นนั้นชิ้นนี้ออกมาดู ก็จะได้ดู ได้เรียนรู้ตามสิ่งที่ต้องการ หรือกระทั่งคนออกเงิน เขาก็จะได้รู้ว่าเขากำลังสนับสนุนสิ่งใด อยู่ในหมวดไหน แต่จริงๆ แล้ว ในฐานะคนทำงาน หรือคนสร้างงานศิลปะ บางทีเราอาจจะไม่ได้เอากรอบเหล่านั้นเป็นตัวตั้งก่อนเสมอไปหรอก มันเป็นการคิดกลับด้านกัน เราอาจจะเริ่มจากเรื่องที่อยากเล่าก่อนโดยที่ไม่รู้หรอกว่าปลายทางมันจะกลายเป็นงานประเภทไหน อยู่ในหมวดที่เรียกว่าอะไร ผมรู้สึกว่างานศิลปะมันไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น มันลื่นไหล บางทีก็เป็นเรื่องสัญชาตญาณ แล้วเราเอากรอบไปครอบมัน เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่ได้มีผิดถูกอะไรนะ

ถ้าอย่างนั้น วิธีการทำงานแบบไหนที่คุณคิดว่ามันควรจะเป็น

วิธีคิดในการทำงานมันควรเริ่มจากสิ่งที่เราอินและสิ่งที่เราสนใจ วิธีคิดหรือมุมมองที่สั่งสมมาจากประสบการณ์หรือสิ่งที่เราชอบ ซึ่งมันยูนีคมากๆ มันอาจจะไม่เคยถูกนิยามหรือนิยามไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าศิลปินที่บุกเบิกแนวทางใหม่ๆ เขาน่าจะเริ่มจากแพสชั่นภายใน หรือความอึดอัดต่อข้อจำกัดตรงหน้าแล้วลงมือสร้างงานจนมันเกิดเป็นวิถีใหม่ขึ้นมา แล้วคนถึงเอานิยามมาครอบมันทีหลัง

คำถามคลาสสิก แล้วเราจะหาตัวเองยังไงถึงจะเจอสิ่งที่เป็นยูนีคของเรา

ผมว่านั่นคือคำถามที่ยากที่สุดแล้วนะไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำงานศิลปะ ถ่ายรูป ทำหนัง หรืออะไรก็ตาม บางทีเรารู้ว่าเราชอบอะไร เรารู้ว่าเราอยากทำอะไร แต่เมื่อเราเห็นทางเลือกเต็มไปหมดและเราคิดไปว่าเราเลือกได้แค่ช้อยส์เดียว เราต้องชั่งตวงวัดว่าอันนี้มันถูกต้องหรือเปล่า กูชอบอันนี้ใช่ไหม กูจะเท่เหมือนคนนั้นไหม มันยากเพราะเราดันมีสิทธิ์เลือกไง แล้วพอเรามีสิทธิ์เลือกโดยไม่มีกำแพง มันยากกว่าการเดินโดยมีกรอบมากำหนด เพราะการเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบมันเหมือนเป็นอภิสิทธิ์สูงสุดในชีวิตเรา มันเลยยากที่สุด แต่มันก็สำคัญที่สุดด้วย เพราะเมื่อคุณเจอสิ่งนั้นแล้ว มันจะกำหนดโดยอัตโนมัติเลยว่างานของคุณหรือตัวของคุณมันจะเดินไปในทิศทางไหน ซึ่งไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวคุณเอง แล้วก็ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้คุณเจอสิ่งนั้นได้นอกจากการลงมือทำงาน

คุณเริ่มลงมือทำอะไรถึงได้เจอสิ่งที่ว่านั้น

มันเริ่มมาจากผมเลียนแบบพี่ชาย พี่ชายผมก็เป็นผู้กำกับ (ชยนพ บุญประกอบ) ผมเลียนแบบเขามาตั้งแต่อนุบาล เกิดมาก็วาดการ์ตูนตาม เล่นของเล่นตาม เล่นดนตรีตาม เรียนโรงเรียนเดียวกัน เรียนคณะเดียวกันจนกระทั่งจบปริญญาตรี ทำงานยังทำด้วยกันเลย บางทีเราอาจจะให้ค่ากับการเลียนแบบน้อยเกินไป เรามองว่าการเลียนแบบคือความผิดบาป คือในบางเซ้นส์มันก็ผิดจริงๆ นะ ถ้าก๊อปมาโดยมักง่าย ลอกคนนู้น ลอกคนนี้เพื่อส่งงาน โดยไม่เรียนรู้ หรือ ไม่ได้ใส่ใจกับมันจริงๆ

คุณค่าของการเลียนแบบจะมีได้ถ้าเราพยายามเรียนรู้จากมัน ตั้งใจที่จะค้นหาบางอย่างในต้นแบบนั้น ผมคิดว่าเราจะเจอแน่นอน อย่างที่บอกว่าการค้นหาตัวเองคือการลงมือทำ จะลงมือทำโดยเริ่มจากการเลียนแบบก็ได้ เอาหนังที่ชอบมาดู ลองถ่ายแบบที่เขาทำดู แล้วหาคำตอบว่าทำไมมันถึงเวิร์ก หาไปเรื่อยๆ ผมว่ายังไงมันก็เจอ

ยกตัวอย่างหน่อยว่าอะไรคือสิ่งที่คุณเจอในที่สุด

ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนที่อินเรื่องแม่มากผ่านการทำงานนี่แหละ ผมเขียนบทหนังยาวมาสองเรื่อง ทำสารคดี มิวสิกวิดีโอจำนวนหนึ่ง ทุกเรื่องเกี่ยวข้องกับแม่หมดเลย หนังยาวมีตัวละครเป็นแม่ที่อบอุ่น สารคดี มิวสิกวิดีโอส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับรื่องครอบครัว อย่างที่บอกว่าเมื่อพอสร้างงานจากสิ่งที่เราอิน แม้ว่าเราจะไม่ได้ทำหนังเกี่ยวกับประวัติชีวิตตัวเองตรงๆ เราเล่าเรื่องคนอื่น แต่เราฟังเพลงนี้แล้วเราเห็นภาพนี้ว่ะ มันเห็นภาพแม่ขึ้นมาในมิติใดมิติหนึ่ง เราเห็นตัวเองชัดขึ้นผ่านการทำงานออกไป แล้วมันทำให้เราเห็นแม่ในชีวิตเราชัดขึ้นทั้งที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต ว่าเขามีอิทธิพลกับชีวิตเรายังไง งานศิลปะมันเป็นช่องทางหนึ่งที่เราจะได้ถ่ายทอดและสะท้อนความผูกพันนี้ออกมาชัดเจนมาก

ซึ่งมันไม่ใช่สไตล์ ไม่ใช่อุดมการณ์ใหญ่โตก็ได้?

ใช่ เราแค่ต้องเข้าใจตัวเองก่อน ว่าเรามองหาอะไร เราชอบอะไร ซึ่งมันเบสิกที่สุดและมันก็สำคัญที่สุดในการสร้างงานสักชิ้นนึงขึ้นมา แต่เมื่อเราเจอแล้ว มันจะต่อยอดไปได้เรื่อยๆ เรารู้สึกว่ามันเหมือนบ่อน้ำมันในตัวเรา ถ้าเราขุดเจอแล้วมันจะผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่มีวันหมด เราจะค้นลึกลงไปในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องค่อยๆ ขุด ไม่มีทางใช้คลื่นโซนาร์หาว่ากูชอบอะไรโดยที่ไม่ได้ลงมือทำงาน เราต้องลองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสัดส่วนที่เหมาะกับเรา จนกว่าจะเจอเรื่องที่เราอิน

นอกจากหาตัวเองเจอ คุณยังสนใจการชวนคนอื่นมาหาตัวเองให้เจอด้วย

ผมเป็นคนที่รู้อะไรไม่ลึกมาก และเป็นคนความจำแย่ แต่ชอบรู้อะไรใหม่ๆ ชอบอ่านนู่นอ่านนี่ เวลาเจอใคร เจออะไรใหม่ๆ ก็จะอินมาก อยากให้เพื่อนคนนี้มาดู พออ่านหนังสือจบอยากให้เพื่อนคนนู้นอ่านต่อ เป็นโรคชอบบิวท์คนฮะ แล้วการได้เจอคนที่สุดขั้ว อยู่กันคนละโลกมากๆ ผมอยากเป็นคนกลางพาให้พวกเขามาเจอกัน สิ่งที่ผมอยากทำคือการเป็นสเต็ปแรกให้คนอื่นได้ลองมาทางนี้ดิ มันน่าสนใจนะ ก่อนที่เขาจะไปต่อยอดลงลึกด้วยตัวเอง

Find Your Eyes คอร์สล่าสุดที่คุณกำลังจะเปิดที่ Brick By Brick คืออะไร

คลาสนี้คือการเปิดพื้นที่ให้คนมาทดลองร่วมกัน มันคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทดลองที่จะเป็นตัวเอง กล้าที่จะบอกว่าอันนี้สวยหรือไม่สวย กล้าที่จะบอกว่าอันนี้เวิร์ก ไม่เวิร์ก คุยกันอย่างมีเหตุมีผล รู้ว่าเราอยากเล่าเรื่องอะไร เราอยากสื่อสารอะไร การมานั่งพิจารณาว่าตัวเราชอบอะไร ด้วยวิธีการสร้างงานศิลปะน่าจะเป็นกระจกที่ดีในการสะท้อนว่ามุมมองที่เรามองโลกมันเป็นอย่างไร

การหาตัวเองมันดูเป็นสิ่งนามธรรมจับต้องยากมากเลยนะ คลาสนี้ทำงานยังไง

มันเริ่มจากมารู้จักตัวเองผ่านการสร้างงานกันไหม ชวนกันคุยว่าสิ่งที่เราชอบมันคืออะไรกันแน่ การให้คนกลุ่มหนึ่งมานั่งฟัง ช่วยกันทำความเข้าใจว่าตัวเองชอบอะไร มันสำคัญมาก วิธีนึงที่จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น คือการฟังคนอื่น แล้วดูว่าเราสนใจอะไรในเรื่องนั้นของเขา เราเคยทำคลาสนึงและจะใช้วิธีเดียวกันในคลาสนี้ด้วย คือเราจะเชิญ subject มาให้คนในคลาสสัมภาษณ์ ถามอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งพอทุกคนถาม เราอาจจะไปเจอมุมที่ไม่คิดว่าคนคนนี้จะมี มันคือการเปิดมุมมองเราผ่านการฟังเรื่องคนอื่น แล้วสปริงบอร์ดไอเดียไปสู่งานภาพถ่าย ที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำงานเกี่ยวกับชีวิต subject คนนั้น แค่เอาสิ่งที่เราสนใจในเรื่องราวมาต่อยอดสร้างงานใหม่ เราว่าการให้เรานั่งคิดเองเลยว่าเราสนใจอะไร บางทีมันตอบยาก แต่ถ้ามีคนอื่นเป็นกระจกสะท้อนมันช่วยได้มาก ใช้เรื่องคนอื่นเพื่อทำความเข้าใจตัวเอง

ผลลัพธ์ที่จะได้จากคลาสนี้คืออะไร

ถ้าพื้นที่ีนี้มันจะนำไปสู่การทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น มันอาจจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การถ่ายรูปหรือการสร้างงานศิลปะ เพราะมันก็เป็นแค่ส่วนเล็กมากๆ ในชีวิตเรา แต่การที่เรารู้จักตัวเองผ่านงานศิลปะได้ มันจะนำเราไปสู่ชีวิตที่มันเติมเต็มขึ้น มีความสุขขึ้น ละเอียดอ่อนขึ้น เราว่าอันนี้น่าจะมีค่ากว่าการถ่ายรูปสวยอย่างเดียวแน่นอน

รู้จัก ณฐพล บุญประกอบ เพิ่มเติม ที่นี่
สนใจรายละเอียดคอร์ส FIND YOUR EYES ค้นหาตัวเอง ผ่านมุมมอง สู่ภาพถ่าย ที่นี่

Advertisements

บรรณาธิการบทความเว็บไซต์ greenery.org และนักเขียนอิสระที่สนใจเรื่องการกิน การอยู่ และการใช้ชีวิตในเมือง เจ้าของหนังสือเมื่อคิดให้ดีโลกนี้ตลาด ร้านหวานหวานวันวาน และบำเพ็ญตะกละ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.