มากไปกว่าภาพถ่ายที่ดีหรือความงามเชิงแฟชั่น สิ่งที่ทอม โพธิสิทธิ์ ช่างภาพอิสระที่สวมหมวกอีกใบในฐานะนักอนุรักษ์เลือกให้ความสำคัญ คือข้อมูลและคอนเซปต์เบื้องหลังที่ส่งผลให้ภาพหนึ่งภาพมีพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคม ผลงานชิ้นโดดเด่นของเขา คือ งานภาพชุด THE LAST FAREWHALE แฟชั่นเซ็ตที่มีฉากหลังเป็นซากวาฬบรูด้า เพื่อรณรงค์ให้คนไทยหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมทางทะเลมากขึ้น และผลงาน ANATOMY 101 เซ็ตแฟชั่นที่ทำงานร่วมกับ สุรชัย แสงสุวรรณ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ต้องการสะท้อนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ

ทอมบอกว่า หัวใจสำคัญในการทำงานทุกชิ้น คือกระบวนการคิดคอนเซปต์และค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำให้คอนเซปต์นั้นมีพลังในการบอกเล่าเรื่องราว และเป็นเนื้อหนังที่ทำให้งานชิ้นนั้นพูดกับสังคมได้อย่างฉะฉาน และโอกาสที่เขากำลังจะสวมหมวกอีกใบในฐานะเมนเทอร์ของ Brick By Brick . School of Conceptual Photography เขาก็เชื่อว่า การส่งต่อแนวคิดและวิธีการที่เขาถนัดนี้ น่าจะสร้างสิ่งที่น่าสนใจให้กับงานชิ้นใหม่ๆ ที่จะถูกสร้างสรรค์ขึ้น

BBB DF 004-1-4
เริ่มต้นด้วยคำถามที่ง่ายที่สุด (หรืออาจจะยากที่สุด) ทำไมคุณถึงถ่ายรูป

การถ่ายรูปของเรามันไม่ใช่แค่การบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง voice การสร้างเสียงบางอย่างที่ทำให้คนรู้สึกร่วมไปกับมัน สามารถรู้ได้ว่าทำไมเราถึงคิดอย่างนี้ เชื่ออย่างนี้ เกิดไปจนถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงของสังคม

การสร้าง Voice ที่ว่า ทำอย่างไร

หนึ่ง การมองเห็น สองคือกระบวนการคิด นำไปสู่การรีเสิร์ช ลึกลงไปถึงการลงมือทำและการนำเสนอ การมองเห็นก็คือ Inspiration ทุกอย่างรอบตัวคือแรงบันดาลใจได้หมด แต่เราจะต้องมีกระบวนการมอง เราต้องเรียนรู้ว่าของที่มันอยู่รอบตัวเรามีความสวยงามยังไง แต่ conceptual มันคือการออกแบบวิธีการสื่อสาร ฉะนั้น เราจะต้องเริ่มจากการรู้จักเอา inspiration มาเปลี่ยนให้กลายเป็นคอนเซปต์ เริ่มจากพัฒนาคอนเซปต์ด้วยการทำรีเสิร์ช ค่อยๆ เลือก เกลาให้มันแคบลง ให้มันคมขึ้น แล้วก็สร้างไดเร็กชั่นให้กับงาน

ในกระบวนการที่ว่า คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด

เราว่าการทำรีเสิร์ชเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากที่สุดในการทำงานศิลปะไม่ว่าจะในแขนงไหนก็ตาม โดยเฉพาะงานภาพถ่าย เพราะว่างานภาพถ่ายจะเป็นงานที่สามารถสื่อสารกับคนได้ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดแขนงหนึ่ง สมมติเรามีประเด็นนึงที่เราสนใจ ถ้าเรามีแค่แรงบันดาลใจแล้วเรามาทำคอนเซปต์ แต่มันไม่มีเนื้อหา ไม่มีเลเยอร์ มันก็เป็นแค่น้ำก้อนนึง แต่พอเรามีรีเสิร์ช เหมือนเราเพิ่มเนื้อเข้าไป เหมือนเรากินก๋วยเตี๋ยว เราต้องมีเส้น มีเนื้อ มีลูกชิ้น มีกระเทียมเจียว มันถึงจะอร่อยกลมกล่อม

 

6141674_orig

แค่สวย แค่มีคอนเซปต์ยังไม่พอ?

รีเสิร์ชมันทำให้เราไปตบตีกับคนอื่นได้สนุกขึ้น (หัวเราะ) เพราะงานคอนเซปชวลมักจะเป็นประเด็นใหม่ที่เกิดจากตัวปัจเจกบุคคล เป็นเรื่องราวที่เขามีความสัมพันธ์กับอะไรบางอย่าง ซึ่งคนอื่นไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด เป็นตัววิชวล แต่ไม่มีเนื้อ มันก็ไม่ค่อยแซ่บ ไม่ค่อยอร่อย แต่พอเรามีเนื้อหา มันทำให้งานสนุกมากขึ้นและมีคุณค่ามากขึ้น ฉะนั้น การทำรีเสิร์ชมันไม่ใช่แค่ educate ตัวเราเอง แต่เป็นการ eduate คนอื่นที่เข้ามาสัมผัสงานของเราด้วย

จริงๆ มันก็คือเรื่องของการหมกมุ่นนั่นแหละ เวลาเราทำรีเสิร์ช เราก็หมกมุ่นอยู่อย่างนั้น ไม่หลับไม่นอน พอเรารู้สึกถึงเรื่องนึง แล้วพอมันไปเชื่อมโยงกับอีกเรื่องหนึ่ง บางทีก็ทะลุออกจักรวาลไปยันไมโครนิวตรอน (หัวเราะ) มันไปไกลมาก ท้ายที่สุด รีเสิร์ชที่เราหามาทุกอย่าง มันจะถูกขัดเกลายังไง เลือกอะไรที่เกี่ยวข้องกับงานของเราแล้วนำเสนอให้ทุกคนเข้าใจ อันนี้คือความท้าทาย

กระบวนการเหล่านี้ เรียนรู้กันได้ไหม

เราว่าทุกอย่างในโลกนี้สามารถเรียนรู้กันได้ คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเรียนรู้ได้ ถ้าคุณมี will มันก็มี way

5068856_orig

แล้วคนดูงานล่ะ เรียนรู้ได้หรือเปล่า เพราะใครๆ ก็ชอบบอกว่างานศิลปะดูไม่รู้เรื่อง

เราว่าคนไทยอาจจะยังขาดเรื่อง Art appreciation หรือการชื่นชมงานศิลปะ เราจะมองแค่เรื่องของเทคนิค เวลาดูงานของคนอื่น เราก็จะคิดว่า อันนี้ง่ายจัง ถ่ายอย่างนี้ฉันก็ทำได้ แต่เราไม่ได้เคยมาลงลึกถึงกระบวนการคิด การหาแรงบันดาลใจ การ พัฒนาคอนเซปต์ การทำรีเสิร์ช การสร้างสตอรีบอร์ด ไปจนถึงการลงมือทำ การสื่อสารถึงผู้ชม ถ้าคนทำงานศิลปะต้องเปิดใจ คนที่มาชมงานก็ต้องเปิดใจด้วย โลกของศิลปะในเมืองไทยจะเกิดการพัฒนาได้ต่อเมื่อทุกคนมีสิ่งเหล่านี้ แล้วเราคิดว่าโรงเรียนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ตอนได้รับคำชวนให้มาเปิดคลาสที่ Brick By Brick คุณคิดอะไร

ก็คิดว่าจะมีคนมาเรียนเหรอ (หัวเราะ) จริงๆ คิดว่ามันเป็นการดีที่มีศูนย์การเรียนรู้แบบนี้ขึ้นมา เพราะนอกจากการเรียนรู้งานภาพถ่ายอยู่ในระบบการศึกษา เรายังสามารถดูงานดีๆ จากอินเทอร์เน็ตได้ เรียนรู้จากชมนิทรรศการได้ การมีกระบวนการเรียนการสอนแบบนี้จึงน่าสนใจ เพราะวงการศิลปะบ้านเราตอนนี้ได้เกิดการพัฒนาและเกิดการตื่นตัวเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เรายังขาด คือมุมมองใหม่ๆ และการเกลาคนที่มีความสนใจในงานศิลปะมีไดเร็กชั่นที่ชัดเจนหรือสร้างตัวตนขึ้นมาได้


คนที่จะมาเรียนคลาส Research of Storytelling ควรมีอะไรมาบ้าง

สิ่งแรกที่เขาต้องมีคือเรื่อง passion ทุกคนมีอุปกรณ์อยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นกล้องฟิล์ม กล้องถ่ายรูป หรือกล้องในโทรศัพท์มือถือ เทคนิคมันเป็นแค่ส่วนประกอบที่เล็กนิดเดียวเองในการทำงานภาพถ่าย สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือเรื่องของ passion ยิ่งคุณมี passion มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างงานที่มีพลังมากขึ้น

สองคือมีความเชื่อ เชื่อมั่นในตัวเองก่อนว่าเขาสามารถสร้างงานได้ สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ อาจจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสังคมหรอก แค่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเองได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

637259_orig

แล้วจะได้อะไรกลับไป

งาน Conceptual Photography มันเกิดมาจากความคิดอะไรบางอย่าง คนที่จะมาเรียนคงมีคำถามกับตัวเองว่า เขาจะสื่อสารสิ่งที่ตัวเองรู้สึกให้คนอื่นรู้สึกได้อย่างไร ในคลาสนี้จะสอนว่า ทุกอย่างที่เขามีอยู่ในหัว สามารถเอามาทำอะไรให้สิ่งที่จับต้องได้ เราคิดว่ามันเป็นงานที่สำคัญ ความคิดของตัวเองเอามา develop ได้ยังไง ผ่านการรีเสิร์ช ผ่านการวางแผน มันไม่ใช่แค่วันนี้แสงเป็นยังไง แล้วเราจะถ่ายภาพออกมาให้สวยได้ยังไง แต่มันยังต้องพูดไปถึงเรื่องขององค์ประกอบศิลป์ การทำงานร่วมกับแบบ การสร้างไดอะล็อกกับแบบ การสร้างสตอรี่เทลลิ่ง การสร้างไดอะล็อกกับพื้นที่ตรงนั้น ให้คนรู้สึกกับสิ่งที่เราออยากสื่อสาร เราว่าตรงนี้เป็นงานที่ท้าทายกับเราในฐานะเมนเทอร์

มากไปกว่านั้น เราคิดว่าเขาจะได้มุมมองในการใช้ชีวิตใหม่ๆ งานคอนเซปชวลมันไม่ใช่แค่เรื่องของการถ่ายภาพ มันคือวิธีการมอง วิธีการที่เรารู้สึกต่อสิ่งรอบกาย สิ่งที่มันเกิดขึ้นต่อธรรมชาติ ต่อสังคม ต่อโลกของเรา พอเราเรียนรู้กระบวนการทำงาน ก็จะมีกระบวนการมองที่เปลี่ยนไป และเราคิดว่า เขาสามารถสร้างผลงาน และใช้ชีวิตที่สนุกขึ้น

ชีวิตที่สนุกขึ้น?

เราคิดว่าการใช้ชีวิตก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การได้ใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ อย่างสนุกสนานมากขึ้นก็คืองานศิลปะ

11850434_10153553832046224_5205563084253887466_oชีวิตสนุกของ ทอม โพธิสิทธิ์ เป็นแบบไหน

การที่เรามีชีวิตอยู่ก็ถือเป็นความสนุกแล้ว แม้กระทั่งเวลาที่เราป่วย เราก็ถือว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากมันเยอะมาก ตอนที่ทำงาน ANATOMY 101 (เซ็ตแฟชั่นที่ทำงานร่วมกับ สุรชัย แสงสุวรรณ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สะท้อนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ) ตอนนั้นเราไปเอาไตออกข้างหนึ่ง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงานนี้ แล้วเรารู้สึกว่า นี่แหละ มันทำให้ชีวิตเราสนุกขึ้นในการทำงาน เราได้เห็นอีกมุมหนึ่ง ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต ได้เห็นการเกิดแก่เจ็บตาย ได้เห็นเรื่องของความทุกข์ความสุข หลังจากที่เราได้รับการรักษา มันคือการใช้ชีวิตที่มันสนุกสำหรับเรา

www.tompotisit.com