Bertien Van Manen หญิงผู้วาดบทกวีด้วยภาพถ่ายในนาม I will be Wolf

แม้ว่าในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา อเมริกันจะมีความพยายามผลักดันอย่างหนักในการทำให้ศิลปะภาพถ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานภาพถ่ายสารคดี ได้กลายเป็นศิลปะของอเมริกันชน โดยมีช่างภาพระดับแนวหน้าเรียงตัวกันสร้างสรรค์ผลงานระดับชั้นครูขึ้นมามากมาย

แต่ในโลกคู่ขนานนั้น.. ก็ยังคงมีช่างภาพจากฝั่งยุโรปคอยสร้างสรรค์ผลงานในแบบเฉพาะตัวของพวกเขาต่อไป ซึ่งในซอกหลืบของวงการศิลปะร่วมสมัยนั้น ยิ่งได้เดินทางค้นหาเข้าไปมากเท่าไหร่..มันก็ยิ่งลึกลับซับซ้อน แปลกใหม่เหมือนเพิ่งเคยเกิดขึ้น แม้ว่ามันจะได้ถูกจัดวางไว้ตรงนั้นมายาวนานแล้วก็ตาม

Bertien Van Manen เธอเกิดในปี 1942 ปีที่สงครามกำลังร้อนระอุ ท่ามกลางครอบครัวคนงานเหมือง และเธอคือช่างภาพชาวดัทช์ที่หลงใหลในงานของ Robert Frank ช่างภาพชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่สร้างผลงานภาพถ่ายสารคดีครั้งสำคัญให้กับอเมริกันชน “The Americans” เมื่อปี 1958 แน่นอนว่าเมื่อคุณตกหลุมรักในงานของ Robert Frank คุณย่อมตกหลุมรักในการเดินทาง เสพติดความเจ็บปวดของชีวิตมนุษย์ไปด้วย

Bertien ไม่ได้เริ่มต้นถ่ายภาพมาแต่เด็กเหมือนช่างภาพอาชีพหลายๆคน แต่กว่าจะเริ่มถ่ายภาพเป็นอาชีพก็ล่วงเลยมาในวัย 30 ต้นๆแล้ว และเริ่มต้นด้วยงานภาพถ่ายแฟชั่นเพื่อหาเลี้ยงชีพ จิตวิญญาณแห่งการเดินทางของเธอในแบบ Robert Frank ไม่เคยจางหายไป มันยังคงคุกรุ่นอยู่เสมอท่ามกลางชีวิตอันเรียบง่ายในเนเธอร์แลนด์

เธอเริ่มต้นจากโปรเจคถ่ายภาพผู้อพยพเข้าเนเธอร์แลนด์ สิ่งนั้นจุดประกายความกระหายเรียนรู้ชีวิตที่แปลกแยกแตกต่างกันของผู้คน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปข้ามทวีปไปสู่อเมริกาในปี 1985 จากนั้น…เธอก็ออกไปเดินทางไม่สิ้นสุด จีน รัสเซีย และอื่นๆทั่วโลก

เธอออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำโปรเจคภาพถ่ายด้วยกล้องป๊อกแป๊กแสนธรรมดา เพราะมันทำให้เธอทำลายกำแพงของความเป็นมืออาชีพ เหลือไว้เพียงสายตาของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเอาไว้

I will be Wolf คือผลงานแรกของเธอ ก่อนที่จะเดินทางข้ามทวีปไปไกล ภาพขาวดำที่เริ่มต้นถ่ายเมื่อเดือนธันวาคม 1975 ว่าด้วยชีวิตอันแสนธรรมดาในเมืองหลวงของฮังการี ภายใต้การปกครองของโซเวียต ก่อนที่จะถึงยุคที่โลกทั้งโลกถูกเชื่อมถึงกันอย่างง่ายดาย ถ่ายด้วยกล้องแสนธรรมดา ชีวิตคนธรรมดา แต่ว่ามันกลับสะท้อนความรู้สึกของเธอผ่านภาพขาวดำทั้งหมดนั่น

งานช่วงแรกของเธอมักสื่อสารในเชิงสังคม ความไม่เท่าเทียม และเป็นจุดเริ่มต้นที่งานของเธอมักเกี่ยวพันกับบทกวี ดังเช่นผลงาน I will be Wolf ที่ผสมผสานงานบทกวีของศิลปินชาวฮังการีเข้าไว้ด้วย ( ชื่อ I will be Wolf นำมาจากบรรทัดหนึ่งในบทกวี Grief ปี 1929 ของศิลปินที่ชื่อว่า Józef Atilla)

ด้วยความที่ Bertien ทำงานถ่ายภาพแฟชั่นมาก่อน สิ่งที่เป็นจุดเด่นในการสื่อสารของเธอคือการเข้าใกล้ Subject ได้พอดีๆ ไม่ใกล้เกินไปและไม่ห่างเกินไป ทิ้งระยะการใช้ชีวิตของผู้คนเหล่านั้นมากพอให้ผู้ชมได้เห็น แต่ก็ใกล้พอจะซึมซับอารมณ์ของผู้คนเหล่านั้นเช่นกัน

อนึ่ง.. หนังสือภาพ I will be Wolf ถูกตีพิมพ์ในปี 2018 และได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายในรายการ Arles Book Prize 2018

Advertisements

ผู้ก่อตั้ง สยาม.มนุษย์.สตรีท และทำอีกหลากหลายอย่างจนไม่สามารถระบุอาชีพได้ ตอนนี้กำลังพยายามเป็น Youtuber

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.