Tag: ช่างภาพสตรีท

ช่างภาพสตรีทสายฮาร์ดคอร์ Mark Cohen วันนี้..ในวัย 73 ปี

ตอนที่เราเริ่มหัดถ่ายสตรีทแรกๆ การได้เห็นช่างภาพสตรีทสายโหดทั้งหลาย เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจมาก ถ้าจะพูดถึงตัวท็อปๆอย่างลุง Bruce Gilden และ Mark Cohen นี่จะต้องมาก่อนใครแน่นอน สองคนนี้เป็นสตรีทสายแฟลชแบบจ่อคอหอยด้วยกันทั้งคู่ แต่กลับต่างสไตล์กันอย่างชัดเจน Continue reading “ช่างภาพสตรีทสายฮาร์ดคอร์ Mark Cohen วันนี้..ในวัย 73 ปี”

Advertisements

บทเรียน 10 ข้อ จากช่างภาพสตรีท Saul Leiter โดย EyeEm

  • บทความ โดย Lisbeth ใน EyeEm Blog
  • แปล โดย จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ( ปูเป้ )

 

Saul Leiter เป็นช่างภาพที่มีสไตล์ผสมผสานระหว่างแฟชั่น สตรีท และศิลปะที่แสดงอารมณ์แนวนามธรรม (Abstract expressionism) ด้วยความที่เขาเคยเป็นจิตรกรมาก่อน ภาพถ่ายของเขาจึงเต็มไปด้วยสีสันและรูปทรงต่างๆ เขาใช้กล้องเป็นอุปกรณ์ในการถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาตามมุมมองของเขา

เวลาที่คุณมองภาพของ Saul Leiter ภาพเหล่านั้นมักดูต่างจากสิ่งที่มันเป็น แต่นั่นคือความสนุกในการชมภาพของเขา ภาพที่ดีมักชวนให้เราต้องย้อนกลับไปดูมันอีกรอบ ส่วนภาพของ Saul Leiter น่ะหรอ? เราอาจจะต้องดูมันสักสามรอบเลยล่ะ เราจะมาศึกษาแนวคิดและวิธีการถ่ายภาพของศิลปินท่านนี้กัน

(ถ้าใครที่อยู่ลอนดอนตอนนี้ ถือว่าคุณโชคดีเลย เพราะกำลังมีงานของ Saul Leiter จัดที่ The Photographers’ Gallery ตอนนี้จนถึง 3 เมษา 2016)

นี่คือบทเรียน 10 ข้อที่เราได้รับ จาก Saul Leiter

 

Saul Leiter Postmen, 1952 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York. Aus der Ausstellung SAUL LEITER - RETROSPEKTIVE im Haus der Photographie in den Deichtorhallen, 3.2.2012 - 15.4.2012.
Postmen, 1952 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York.

 

 

1.ทุกอย่างล้วนมีค่าพอที่จะอยู่ในภาพ

Saul Leiter มักถูกอ้างเสมอจากคำพูดของเขาที่ว่า “ทุกสิ่งเหมาะสมที่จะถูกถ่ายภาพได้หมด ทุกอย่างสามารถเป็นภาพถ่ายได้” เมื่อเขาเดินถ่ายภาพในนิวยอร์ค เขาถ่ายภาพอย่างมีอิสระและทดลองอะไรใหม่ๆด้วยการวางองค์ประกอบภาพสีสันและความชัดลึก/ชัดตื้น (depth of field) ซึ่งการทดลองนี่เองที่ทำให้เขามีสไตล์ที่ชัดเจนและทำให้เป็นที่รู้จักในนิวยอร์คด้านการถ่ายภาพสตรีท

 

2.ถ่ายผ่านบางอย่าง

ปกติแล้วช่างภาพมักจะวางเฟรมโดยที่ไม่ให้อะไรมาบังตัวแบบหลักแต่ Leiter กลับทำตรงกันข้าม เขามักถ่ายภาพโดยมีสิ่งของบางอย่างบังหรือกั้นไว้อยู่เสมอ วิธีนี้เองทำให้เขาสามารถจัดวางตัวแบบและสร้างเรื่องราวในภาพได้อย่างสร้างสรรค์ เมื่อคุณออกไปถ่ายภาพ ลองถ่ายผ่านอะไรบางอย่างดู อาจจะเป็นช่องตามรั้วรูตามใบไม้หรืออาจจะถืออะไรขึ้นมาบังหน้าเลนส์คุณเลยก็ได้!

 

05_-Press-Image-l-Saul-Leiter-Daughter-of-Milton-Abery1950er-1024x677
Daughter of Milton Abery, 1950 © Saul Leiter Courtesy Howard Greenberg Gallery, New York

 

3.ชัดบ้างเบลอบ้าง

อีกหนึ่งเทคนิคของ Leiter คือการใช้ระยะชัดลึกและชัดตื้น (depth of field) เพื่อสร้างจุดสนใจในภาพ วิธีการนี้จะทำให้ตัวแบบดูเด่นออกมา ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นศิลปะแนว Abstract ได้อีกด้วย นี่เป็นเทคนิคที่แสดงความเป็นศิลปะแนว Abstract expressionism ของ Leiter

 

03_Press-Image-l-Saul-Leiter-Carol-Brown-Harper’s-Bazaar-ca.-1958-679x1024
Carol Brown, Harper’s Bazaar, ca. 1958 © Saul Leiter Courtesy Howard Greenberg Gallery, New York

 

4.หลงใหลในสี

Leiter ได้ชื่อว่าเป็นช่างภาพที่ถ่ายภาพสี ในยุคแรกๆสมัยที่เขายังเป็นช่างภาพแฟชั่นในช่วงปี 1960s เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ถ่ายภาพแฟชั่นด้วยภาพสี (แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ภาพสตรีทขาว-ดำก็ยังเป็นที่นิยมเสมอ) ความสนใจในสีสันของเขาน่าจะมาจากภูมิหลังที่เขาเคยเป็นจิตรกร และที่เขาถ่ายภาพสีคงเป็นเพราะเขาไม่ชอบทำตามคนส่วนใหญ่ด้วย

เกร็ดเล็กๆจาก Leiter  – ให้ลองหัดถ่ายคู่สีที่ไม่จัดจ้านมากนัก

 

5.สร้างความลึกลับ

Leiter มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพความปกติในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นภาพ abstract  ไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสิ่งของที่เขาเห็นตามท้องถนนในนิวยอร์ค เขาสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นรูปทรงสีสันหรือรูปร่างที่เข้ากันกับสภาพแวดล้อมตรงนั้น โดยใช้เทคนิคพื้นฐานอย่างการใช้ระยะชัดตื้นในการวางเฟรม

เกร็ดเล็กๆจาก Leiter  – ลองถ่ายภาพแบบไม่ให้เห็นหน้าเต็มๆหรือถ่ายผ่านอะไรบางอย่าง (ตามข้อ2) หรือลองวางเฟรมแบบตัดภาพดู (crop) อาจสร้างความลึกลับที่น่าสนใจได้

 

Saul Leiter Snow, 1960 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York. Aus der Ausstellung SAUL LEITER - RETROSPEKTIVE im Haus der Photographie in den Deichtorhallen, 3.2.2012 - 15.4.2012.
Snow, 1960 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York.

 

6.ใช้เลนส์ Tele ก็ถ่ายได้

Saul Leiter มักใช้เลนส์เทเลในการถ่ายภาพ ซึ่งการใช้เลนส์เทเลจะดึงให้สิ่งที่อยู่ไกลๆดูเหมือนอยู่ใกล้มากขึ้น ป้ายตามถนนที่อยู่ห่างๆจะดูใกล้กับคนที่เดินข้ามถนนขึ้นมาได้ วัตถุที่อยู่ใกล้และไกลจะถูกดึงเข้ามาจนดูเหมือนอยู่ในฉากเดียวกัน วิธีการนี้สร้างความน่าสนใจในภาพของเขาเหมือนกับงานศิลปะภาพตัดแปะ (collage art)

 

02_-Press-Images-l-Saul-Leiter-Harlem-1960-680x1024
Harlem, 1960 © Saul Leiter Courtesy Howard Greenberg Gallery, New York

 

7.ถ่ายแนวตั้ง

Leiter ลองถ่ายสตรีทแบบนอกกรอบด้วยการวางเฟรมแนวตั้งวิธีนี้จะทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆ
และหลายครั้งมันก็ได้ผลทีเดียว!

 

8.ลองครอปภาพดู

เฉกเช่นช่างภาพทุกคน เรามักจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้ครบถ้วนในภาพ เราพยายามให้รายละเอียดสำคัญๆทุกอย่างอยู่ในภาพให้หมด ทีนี้ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง แล้วจะเห็นสิ่งที่ Leiter ทำในงานของเขาอย่างเฉียบคม การครอปเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป หรือตั้งใจเลือกส่วนใดส่วนหนึ่งของซีนนั้นๆออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราจะสามารถเล่าเรื่องได้แตกต่างออกไปจากเดิม สร้างเรื่องใหม่ๆขึ้นมาได้ การครอปภาพทำให้เกิดการตีความหมายใหม่ให้แตกต่างออกไปจากเรื่องราวในชีวิตจริง

 

Saul Leiter Through Boards, ca. 1957 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York. Aus der Ausstellung SAUL LEITER - RETROSPEKTIVE im Haus der Photographie in den Deichtorhallen, 3.2.2012 - 15.4.2012.
Saul Leiter Through Boards, ca. 1957 © Saul Leiter Courtesy: Saul Leiter, Howard Greenberg Gallery, New York.

 

9.เดี๋ยวภาพก็มาเอง

Leiter เคยกล่าวไว้ว่าเขาไม่เคยออกไปตามหาภาพ เพราะเดี๋ยวภาพมันก็มาของมันเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่บนท้องถนนจงเป็นคนช่างสังเกตและมองสิ่งรอบข้างเสมอ (กฎเหล็กนี้ก็เป็นสิ่งที่ Henri Cartier-Bresson ได้กล่าวไว้เช่นกัน )

 

10.ทำในสิ่งที่รักก็พอ

Saul Leiter ทำในสิ่งที่เขารักและเชื่อมั่นที่จะทำสิ่งนั้น แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นที่ถูกใจของคนหมู่มาก เขาพิสูจน์ความชอบของเขาในงานภาพถ่ายแฟชั่นที่ฉีกกฎเดิมๆของ Harper’s Bazaar และพิสูจน์มันอีกครั้งเมื่อเขาเบนจากสายแฟชั่นมาเป็นสายสตรีท สุดท้ายแล้ว เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเขานั่นเองที่สร้างชื่อให้เขาในงานถ่ายภาพ

 

Saul Leiter: Taxi, ca. 1957.
Taxi, ca. 1957 © Saul Leiter Courtesy Howard Greenberg Gallery, New York

 

 

กลุ่มสตรีทนานาชาติ Burn My Eye ประกาศสมาชิกใหม่ Dimitris Makrygiannakis

Dimitris Makrygiannakis ช่างภาพสตรีทชาวกรีกฝีมือเยี่ยม ถูกประกาศเป็นสมาชิกใหม่คนที่ 14 ของกลุ่ม Burn My Eye กลุ่มช่างภาพสตรีทระดับนานาชาติเลือดใหม่ ที่มีวิธี มีสไตล์ที่แตกต่างไปจากสตรีทเดิมๆ โดยรวมแล้วงานของสมาชิกกลุ่ม Burn My Eye ค่อนข้างหวือหวาเอามากๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้ Dimitris เป็นสมาชิกของกลุ่ม That’s Life กลุ่มช่างภาพสตรีทที่ถ่ายภาพสตรีทในอินเดียอีกด้วย

 

DM_01_13
© Dimitris Makrygiannakis

 

DM_02_12
© Dimitris Makrygiannakis

 

DM_02_13
© Dimitris Makrygiannakis

 

DM_01_16
© Dimitris Makrygiannakis

 

 

 

สัมภาษณ์พิเศษ : Paul Russell ช่างภาพสตรีทชาวอังกฤษจากกลุ่ม iN-PUBLIC

  • สัมภาษณ์ โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล ( Sun )

ช่วงปีกำลังจะปลายๆปีก่อน เรามีโอกาสได้เดินทางไปอังกฤษ ซึ่งส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างชอบงานสตรีทในฝั่งอังกฤษนี้มากเลย จนรู้สึกกระตือรือร้นอยากไปเดินถ่ายภาพสตรีทที่ได้อารมณ์แบบช่างภาพฝั่งนั้นเอามากๆ ช่างภาพอย่าง Martin Parr , Tony Ray-Jones ถือเป็นช่างภาพสตรีทที่เราชอบ และถ้าพูดถึงช่างภาพสตรีทฝั่งอังกฤษในยุคหลังที่มีอารมณ์โทนเดียวกันนี้ ชื่อของ Paul Russell ต้องลอยมาเลยล่ะ

จนช่วงเวลาหนึ่งในทริปที่ได้เดินทางไปเมือง Cornwall ซึ่งต้องโฉบๆไปแถวๆเมือง Weymouth ที่ Paul Russell อยู่ด้วย ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะสัมภาษณ์ Paul ขึ้นมาบ้าง และเราติดต่อเขาไปจนได้พูดคุยกัน ซึ่งเขาเองก็ยินดีจะให้เราได้สัมภาษณ์ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสะดวกเนื่องด้วยภาระกิจสักเท่าไหร่ จนในที่สุดการสัมภาษณ์นี้ก็สำเร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี เราหวังว่าบทสัมภาษณ์นี้จะช่วยให้ความรู้กับชาวเนิร์ดที่รักในการถ่ายสตรีทนะ โดยเฉพาะคนที่ชอบงานของ Paul Russell แบบเรา

 

SSN : คำถามแรกนะครับ ผมรู้สึกว่างานของคุณค่อนข้างจะมีอารณ์ขันและก็บ่งบอกความเป็น ‘อังกฤษ’ ผ่านมุมมองของคุณ โดยเฉพาะจากความเป็นเมืองชายทะเล อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจในงานของคุณ? และช่างภาพสตรีทคนไหนที่มีอิทธิพลต่องานของคุณบ้าง? 

Paul : ผมสนใจการถ่ายภาพแนวสตรีทมาประมาณ 30 ปีแล้ว (ตอนนี้ผมอายุ 49 ) แต่เอาจริงๆที่เพิ่งจะหันมาถ่ายเองเลยก็ประมาณ 12 ปีที่แล้วนี่เอง ความรู้ในโลกของทางภาพสตรีทตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ยังจำกัดอยู่กับช่างภาพสตรีทดังๆในยุโรปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Henri Cartier-Bresson และ Robert Doisneau ตอนที่ผมเริ่มหัดถ่ายสตรีทด้วยตัวเอง ผมก็เริ่มค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต สนใจช่างภาพคนอื่นๆเพิ่มขึ้นอย่าง Garry Winogrand , Martin Parr และ Tony Ray-Jones ซึ่งสองคนหลังนี่พวกเขามักจะใช้อารมณ์ขันเข้ามาใช้ในภาพ แน่นอนว่านี่คือแรงบันดาลใจของผม แต่ผมค่อนข้างจะชอบอารมณ์ขันของ Ray-Jones มากกว่านะ แม้ว่าผมจะชอบงานของ Doisneau แต่ว่างานของเขาไม่ค่อยจะทันสมัยสักเท่าไหร่ อารมณ์ขันในงานเขาค่อนข้างจะเบาๆและอ่อนโยน

ผมเลยพูดได้เต็มปากว่า Tony Ray-Jones คือช่างภาพในดวงใจของผมเลย เขาเป็นช่างภาพชาวอังกฤษที่มีงานออกมาในช่วงยุค 1960s ถึง 1970s แต่เขาเสียชีวิตเร็วมาก เสียไปตั้งแต่อายุ 40 ปี งานของเขาค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักดีในเรื่องอารมณ์ขันและการจัดวางเฟรมองค์ประกอบภาพหลายๆอย่างเข้าไว้ในเฟรมเดียวกันอย่างลงตัว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เขาเป็นช่างภาพที่อเมริกา แต่งานของเขากลับเป็นที่รู้จักอย่างมากจากช่วงที่เขาเดินทางไปถ่ายภาพอยู่ 2-3 ปีในอังกฤษนี่เอง ภาพแต่ละภาพแสดงให้เห็นวัฒนธรรมของคนอังกฤษได้เป็นอย่างดี ผ่านเทศกาลต่างๆ การพักผ่อนตามเมืองชายทะเล

ซึ่งงานของเขาถูกตีพิมพ์ตามนิตยสารและงานนิทรรศการภาพต่างๆ แต่ไม่เคยตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือภาพเลยตลอดช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ ถ้าคุณสามารถจะหาได้นะ จะมีหนังสือภาพอยู่เล่มนึงที่รวบรวมงานของ Tony Ray-Jones หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว ทำโดย Russell Roberts เล่มนี้ถือเป็นสุดยอดเลย

อินเตอร์เน็ตมันอาจจะเจ๋งมากๆที่เราสามารถค้นหางานดีๆเพื่อศึกษา ไม่ว่าจะเป็นงานของ Winogrand , Frank หรือ Ray-Jones เอง แต่ไม่กี่ปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมดูจนไม่หวาดไม่ไหว มันมีภาพให้ดูเยอะเกินไปจนผมเลิกดูภาพต่างๆไปแล้วล่ะ ผมหันมาใส่ใจการถ่ายภาพของตัวเอง พยายามมองหาสิ่งธรรมดารอบๆตัวที่มีความรู้สึก มีอารมณ์ ผมถ่ายภาพจากแรงบันดาลใจที่ตามองเห็นและเสียงที่ได้ยินบนท้องถนน

อารมณ์ขันเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ผมมองหาในภาพเสมอ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังมองหาอารมณ์ , การปฏิสัมพันธ์กัน บวกกับความน่าสงสารเล็กๆ บวกกับความเจ็บตัวหน่อยๆ ส่วนภาพริมทะเลดูเป็นธรรมชาติ ผมเองก็อาศัยอยู่ในเมืองริมทะเล และแถวนี้ก็มีรีสอร์ทริมทะเลอยู่บ้าง ซึ่งมันทำให้ผมได้ภาพได้ไม่ยากนัก ผมพยายามมองหาภาพริมทะเลแบบอังกฤษๆที่ไม่ธรรมดา มันอุดมไปด้วยความเงียบที่ดูเป็นมิตร แต่บางทีมันก็ดูน่าขนลุกอยู่เล็กๆ

 

22
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณเข้าร่วมกับกลุ่ม iN-PUBLIC ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเข้าร่วมได้ยังไงครับ?

Paul : จริงๆแล้วผมสมัครเข้ากับกลุ่ม iN-PUBLIC ไปหลายครั้ง ตอนที่ผมเริ่มหันมาถ่ายภาพสตรีทเมื่อปี 2004 ตอนนั้น iN-PUBLIC เป็นกลุ่มช่างภาพสตรีทเดียวที่ผมรู้จัก และผมกระตือรือร้นมากกับการที่จะได้เข้าร่วม ตอนที่ผมสมัครแรกๆนั้น งานผมยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มันก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมได้เข้าร่วมกลุ่มในปี 2010 ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่ทางกลุ่มครบรอบ 10 ปีพอดี เป็นช่วงเวลาที่ดีทีเดียวที่ได้เข้าร่วม เพราะทางกลุ่มออกทั้งหนังสือ ทั้งจัดงานนิทรรศการเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี เรียกได้ว่าพอเข้าไปได้ปุ๊ป…ก็วุ่นจนหัวขวิดเลย

SSN : ในความเห็นของผม ทุกภาพถ่ายนั้นมักจะสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกและตัวตนของช่างภาพ ถ้าคุณมองดูงานของคุณเอง มันจะอธิบายความเป็นตัวตนของคุณได้ว่ายังไงบ้าง?

Paul : ผมคิดว่างานของผม บอกได้อย่างหนึ่งที่ว่าผมเป็นคนชอบถ่ายภาพผู้คนนะ.. นี่เป็นคำถามที่ยากทีเดียว ผมแค่พยายามจัดวางสิ่งต่างที่ผมอยากจะเห็นลงในภาพ ผมก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะเชื่อมโยงกับความเป็นตัวผมหรือเปล่า เวลาที่ผมถ่ายภาพ ผมพยายามมองหาเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ปลุกผมให้ตื่นจากความน่าเบื่อได้

ดูเหมือนว่าผมจะถ่ายรูปที่มีหมาอยู่ในเหตุการณ์อยู่หลายภาพเลย หรือเอาให้ชัดๆก็คือ ทุกภาพที่ผมถ่ายแล้วมีหมาด้วย ผมก็มักจะชอบภาพนั้น แต่..มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าผมจะชอบหรือไม่ชอบหมาน่ะ ภาพของผมเองที่ผมชอบจะเป็นภาพที่ทุกอย่างในภาพมันจะอยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่ เพราะในชีวิตจริง ผมมักจะหงุดหงิดกับความไม่เป็นระเบียบของตัวเอง ซึ่งนี่ละมั้ง..ที่ภาพของผมเป็นการระบายออกให้ผมได้ทำอะไรที่เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น

SSN : โดยปกติแล้วคุณใช้กล้องและเลนส์ตัวไหนในการถ่ายภาพงานของคุณบ้าง? 

Paul : ผมเริ่มใช้กล้อง Nikon D70 พร้อมเลนส์คิทส์ มาก่อน แล้วถึงจะเปลี่ยนมาใช้ Nikon D90 พร้อมกับเลนส์ฟิกซ์ ผมรู้สึกว่าการใช้กล้อง SLR มันทำให้ผมจัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีได้ง่าย แต่ขนาดของกล้องมันทำให้ผมถ่ายได้ไม่กี่รูป เพราะคนที่ถูกถ่ายจะรู้ตัวเร็ว จนสองปีหลังมานี้ ผมหันมาใช้กล้อง Fujifilm X100 แทน ซึ่งมันทำให้ผมถ่ายได้เยอะขึ้น แต่ก็เจอปัญหาว่า ผมรู้สึกว่า Viewfinder แบบนี้มันทำให้ผมใช้งานได้ยากกว่า และบางทีที่ผมถ่ายไปๆก็ทำให้การวางองค์ประกอบภาพของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือผมเองค่อนข้างเรื่องมากเรื่องการวางองค์ประกอบภาพให้เป็นระเบียบ แต่สุดท้ายแล้ว การใช้ X100 ก็ทำให้การถ่ายภาพของผม เหมือนพบหนทางใหม่เลยล่ะ

 

SSN : คุณออกไปถ่ายรูปบ่อยแค่ไหน? ช่างภาพสตรีทหลายๆคนมักจะแบกกล้องออกไปถ่ายทุกๆที่ แต่กับบางคนก็พกกล้องไปเฉพาะวันที่ตั้งใจจะออกไปถ่ายเท่านั้น สำหรับคุณนี่เป็นแบบไหนครับ?

Paul : ผมพกกล้องไปทุกที่ตลอดเวลานะ แต่มันมักจะจมอยู่ในกระเป๋าผมนี่แหล่ะ ผมอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆริมทะเลของอังกฤษที่ชื่อว่า “Weymouth” และโดยปกติแล้วในแต่ละวัน โอกาสที่จะได้ภาพนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ห้างที่นี่ที่คนจะช้อปปิ้งอยู่บนถนนเล็กๆสองเส้น และหลายๆช่วงในปีนึงๆ ชายหาดที่นี่ก็จะเงียบเหงา อย่างสัปดาห์นี้ใน Weymouth ผมอาจจะได้ภาพสัก 4-5 ใบ ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะแบกกล้องไปด้วยทุกที่ แต่มันก็ได้แค่อยู่ในกระเป๋าอย่างนั้นแหล่ะ อย่างช่วงฤดูหนาวนี่ชายหาดนี่ร้างเลย ไม่มีคน ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ ชายหาดถึงจะกลับมามีชีวิตใหม่ บูธขายอาหาร เรือ พวกเครื่องเล่น Helter-Skelter ก็จะเปิดให้เล่นใหม่ ทำให้ผมก็จะได้ภาพมากขึ้น ส่วนในช่วงปลายๆฤดูร่วง ชายหาดจะเต็มไปด้วยของประดับให้มีสีสันแบบนี้อีกครั้ง ถ้าผมได้ภาพดีๆใน Weymouth นี่ก็ถือได้ว่าเป็นการได้ของขวัญมาฟรีๆเลย เพราะผมไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวที่ไหนเลย

ภาพที่ผมได้ส่วนใหญ่คือมักจะได้ตอนระหว่างที่ผมต้องเดินทางโดยรถไฟออกจาก Weymouth ไปในเมืองอย่างเมือง Bath , Brighton , London และรีสอร์ทริมทะเลต่างๆ ซึ่งแต่ละที่คือผมสามารถเดินทางไป-กลับไปในวันเดียว ผมเดินทางแบบนี้ 4-5 ครั้งต่อเดือน ผมมักจะเดินทางคนเดียว เดินไปเรื่อยๆรอบๆแบบไม่มีจุดหมาย และจะใช้เวลามองหาภาพที่ถ่ายหลายๆชั่วโมง

 

88
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณฝึกถ่ายภาพสตรีทอย่างไรบ้าง? และคุณมีเทคนิคอะไรที่จะแนะนำได้บ้างหรือเปล่า?

Paul : เอาจริงๆเลยนะ.. ผมไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไรที่จะบอกได้เลย ผมแค่เดินไปรอบๆเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่จะไม่หยุดอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง และพอผมเห็นอะไรที่ดูจะได้ภาพที่ดีได้ ผมก็จะหยุดถ่าย ผมจะเดินแบบนี้เท่าที่จะเดินไหวในแต่ละวัน ผมจะไม่ยกกล้อง X100 ขึ้นมาเล็ง ผมจะพยายามมองดูด้วยตาก่อนว่าจะทำอย่างไรให้ภาพนี้น่าสนใจโดยยังไม่ผ่านการมองด้วยกล้อง อาจจะมีคำแนะนำสักนิดนึงที่ผมพอจะบอกได้คือ พยายามพกนามบัตรไปด้วย ในกรณีที่เจอปัญหา มีการไม่พอใจของคนที่เราไปถ่าย ซึ่งไอ้นามบัตรธรรมดาๆนี่แหล่ะ มักจะใช้งานแล้วได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ!

ผมจะไม่ใช่วิธีถ่ายโดยเล็งแบบ Hip shots (การถ่ายโดยวางกล้องแถวๆระยะสะโพกแล้วกดชัตเตอร์แบบกะๆเอา ในกรณีที่ไม่มีจอพับนะ) และพยายามให้น้อยๆๆๆที่สุดที่จะครอปภาพ ผมเริ่มถ่ายจากกล้อง D70 ที่มีความละเอียดแค่ 6 ล้านพิกเซล ผมคิดว่าทุกพิกเซลมีค่า เราไม่ควรเสียมันสักพิกเซลเลย  และผมคิดว่าการฝึกฝนโดยการที่ไม่ยอมให้ตัวเองครอปเลย เป็นสิ่งที่ทำให้ผมวางองค์ประกอบภาพได้ดีขึ้น

ปัญหาของผมคือ จะทำยังไงให้ยังคงมีแรงกระตุ้น คึกคักพอให้ยังคงเดินถ่ายไปได้เรื่อยๆตลอดเวลาหลายชั่วโมง และยังคงมองหาภาพที่น่าสนใจอยู่ได้ ผมค่อนข้างจะถ่ายไม่เยอะ ผมมักจะไม่ค่อยเห็นอะไรที่น่าสนใจพอจะเป็นภาพที่ดีได้ มีหลายๆวันที่การถ่ายสตรีทของผมกลายเป็นการทำเรื่องอะไรที่ดูไร้สาระไปเลย

ผมคิดว่ามันจะช่วยได้นะ ถ้าเวลาที่ถ่ายแล้วเรามีธีมหลายๆอย่างอยู่ในใจเราอยู่แล้ว มันจะช่วยให้เรานึกออกได้ว่าเราจะถ่ายอะไรบ้าง ผมมักจะลองนึกออกมาสักธีมเวลาที่ผมนึกไม่ออกว่าจะถ่ายอะไรยังไงดี  อยากให้คุณลองเข้าไปอ่านในนี้ดู (คลิกอ่านในเวบของ Paul)

 

“ผมรู้สึกเป็นห่วงเวลาที่เห็นมีการจัดเวิร์คชอปถ่ายภาพสตรีทโดยคนที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพสตรีทอย่างถูกต้อง”

 

SSN : ผมอยากจะฟังเรื่องเกี่ยวกับภาพที่เป็นลายเซ็นต์ของคุณเลย ภาพที่เป็นมาสคอทสีเหลืองน่ะ คุณถ่ายมันได้ยังไง?

 

06
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

Paul : ภาพนี้ผมถ่ายตอนเวลา บ่ายสอง 45 นาที เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2004 ที่ Bournemouth ซึ่งตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มถ่ายสตรีทอย่างจริงจังแล้ว พอลองกลับไปค้นไฟล์ภาพนี้ดู ผมก็เลยได้เห็นว่ามันมีช็อตก่อนหน้าที่จะได้ภาพนี้ ผมเริ่มถ่ายตั้งแต่ช่วงเวลาบ่ายสอง 31 นาที หลังจากนั้นผมก็จับตามองเขาไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้ถ่ายอะไรมากเลยตลอดกว่า 14 นาทีนั้น ผมถ่ายไปแค่ 4 ช็อตในหลายๆตำแหน่ง ผมไม่อยากจะไปรบกวนเขาถ้าไม่จำเป็น เพื่อจะให้ได้ซีนที่ดีที่สุด แล้วผมก็ได้ภาพนี้มา หลังจากนั้นเขาก็นั่งพักอยู่กับผู้ชายคนนั้นบนม้านั่งนั่นแหล่ะ.. แล้วจากวันนั้นผมไม่เคยได้เห็นชุดอะไรแบบนี้อีกเลย

 

SSN : อีกภาพที่เป็นภาพลายเซ็นต์ของคุณเลย ก็คือภาพคุณยายสองคนบนถนน คุณถ่ายภาพนี้ได้ยังไง?

 

01
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

Paul : ภาพนี้ผมถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007 เวลาบ่ายสี่โมงครึ่ง ช่วงนั้นในเมือง Bristol อากาศท้องฟ้าแจ่มใสดี ผมถ่ายไปทั้งหมด 140 ช็อตในวันนั้น ซึ่งถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับผม เรียกได้ว่าเป็นวันที่มีแรงบันดาลใจมาก สุดท้ายผมลบไฟล์ทิ้งไปเกือบหมด เหลือแค่ไม่กี่ภาพ

 

siam_fl_contact
Contact Sheets ในวันที่ผมถ่ายได้ภาพนี้ ภาพที่ไฮไลท์สีฟ้าคือภาพที่ถูกเลือก / Paul Russell

 

ตอนที่ผมเห็น ผมตัดสินใจถ่ายภาพนี้อย่างทันที อยู่ๆผู้หญิงคนที่ตัวสูงแกยกไม้เท้าขึ้น ผมรีบกดชัตเตอร์ในทันที ผมรู้สึกถึงการข่มขู่อยู่ในจังหวะนั้น! ผมกดไปสองภาพในหนึ่งวินาที ซึ่งดูแล้วมันคล้ายกันมาก แต่ผมรู้สึกว่าภาพแรกมีองค์ประกอบภาพที่ดีกว่า

กรอบสี่เหลี่ยมบนกำแพงด้านหลังนั่นช่วยให้ภาพดูน่าสนใจขึ้น กรอบนึงเป็นตึกที่กำลังก่อสร้าง ส่วนอีกกรอบหนึ่งเป็นหน้าต่างบนตึกนั่น ส่วนอีกอันนั่นคือภาพตึกที่สำเร็จแล้วที่ศิลปินคิดเอาไว้

หลังจากที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่อังกฤษนี่เมื่อปี 2011 เพื่อเป็นการโปรโมตหนังสือ The Street Photography Now ผมได้รับการติดต่อจากลูกชายของผู้หญิงที่ตัวสูงในรูปนั่น เพื่อจะเล่าเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคุณแม่ของเขา แล้วเขาก็ส่งภาพน่ารักๆของคุณแม่มาให้ผมดูด้วย ทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงคนซ้ายชื่อว่า Brenda และคนขวาชื่อว่า Joan น่าเศร้าที่เขาบอกว่าคุณแม่ (Joan) เสียชีวิตไปเมื่อปี 2009 เพียงสองปีหลังจากภาพนี้ถูกถ่าย เขาบอกกับผมว่า “คุณแม่จะต้องชอบภาพนี้แน่ๆครับ”

“..อาจจะมีคำแนะนำสักนิดนึงที่ผมพอจะบอกได้คือ พยายามพกนามบัตรไปด้วย ในกรณีที่เจอปัญหา มีการไม่พอใจของคนที่เราไปถ่าย ซึ่งไอ้นามบัตรธรรมดาๆนี่แหล่ะ มักจะใช้งานแล้วได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ!”

 

SSN : คุณมีโปรเจคที่คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า? ผมหวังว่าจะได้เห็นโฟโต้บุ๊คของคุณนะ

Paul : ในเวบของผมจะมีงานในแต่ละซีรีย์ที่ผมกำลังค่อยๆทำอยู่ อย่างเช่น ซีรีย์ Country Shows ซึ่งผมจะถ่ายได้แค่ 3-4 วันต่อปี นั่นรวมๆแล้วผมถ่ายไป 10 ปีแล้ว!

หรืออย่างซีรีย์ Beside the Sea ซึ่งผมคิดว่าน่าจะสามารถทำเป็นหนังสือภาพที่ดีได้ ผมจัดเรียงภาพบนเวบไซด์ของผม (คลิกดูตรงนี้) ตามความรู้สึกที่ผมชอบ ซึ่งผมถ่ายเก็บมาเรื่อยๆตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบัน ผมจัดเรียงจากช็อตที่ดูมีพลังในตอนเริ่มแรก แล้วไล่ไปค่อยๆนิ่งขึ้น จนหมดฤดูกาลซึ่งจะแสดงให้เห็นช็อตที่ดูทื่อๆ ดูครื้มๆ อารมณ์มันจะดูสอดคล้องกัน

มันน่าจะดีนะถ้าภาพซีรีย์นี้ได้ตีพิมพ์ ผมเคยแสดงงานนิทรรศการของภาพซีรีย์นี้ไปทั่วๆอังกฤษ ซึ่งค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีจากคนทั่วไป ผมเลยคิดว่ามันน่าจะป๊อปกว่าภาพสตรีทแนวดั้งเดิมที่ถ่ายในเมืองทั่วๆไป แน่นอนว่าสำนักพิมพ์ใหญ่ๆมักจะไม่ค่อยชอบตีพิมพ์ภาพสตรีทแนวดั้งเดิม เพราะพวกเขาคิดว่ามันเข้าถึงคนได้ยากและต้นทุนสูง ขายยากด้วย

อีกซีรีย์ที่ผมทำอยู่คือผมจะถ่ายภาพอควบคู่ไปยู่สองเมือง คือ Bath และ Brighton แล้วเอามาจับคู่กัน (ลองคลิกเข้าไปดู) ภาพที่ถ่ายส่วนใหญ่ถ่ายเมื่อเร็วๆนี้จนถึงที่ย้อนไปช่วง 2 ปีที่แล้ว และโปรเจคที่แยกออกจากโปรเจคนี้อีกคือ The Brighton Belongs to Me ซึ่งภาพถ่ายทั้งหมดเมื่อปี 2013 ด้วยกล้องคอมแพคดิจิตอล ซึ่งคุณสามารถโหลดเป็น PDF ไปดูได้เลย (คลิกที่นี่) นี่น่าจะเป็นอะไรที่ใกล้เคียงที่สุดกับการเป็นโฟโต้บุ๊คที่สุดแล้วล่ะ มันค่อนข้างจะเป็นโปรเจคส่วนตัวของผม

 

25
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

SSN : คุณคิดยังไงกับการถ่ายภาพสตรีทในสมัยนี้? แล้วมันแตกต่างไปแค่ไหนจากตอนที่คุณเริ่มถ่าย?

Paul : ตั้งแต่ผมเริ่มถ่ายภาพสตรีทเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คำจำกัดความอะไรที่มันเคยชัดเจน ตอนนี้มันกลายเป็นเบลอขึ้นนะ สำหรับผม การถ่ายภาพสตรีทมันคือการแคนดิดภาพผู้คนในสถานที่สาธารณะ แต่ไม่นานนี้ มีคนเริ่มใช้ศัพท์ว่า “Street photography” เพื่อที่จะรวมเอาการถ่าย Portrait บนถนนเข้าไว้ด้วย สำนักพิมพ์ Thames & Hudson พิมพ์หนังสือที่ชื่อว่า “World Atlas of Street Photography” ออกมา ซึ่งหลายๆงานในนั้น ผมไม่คิดว่ามันเป็นภาพสตรีทนะ ผมคิดว่าคำจำกัดมันจำเป็นจะต้องทำให้เข้าใจได้ถูกต้องเพื่อไม่ให้คนสับสน

สิ่งที่ดีของอินเตอร์เน็ตคือทำให้ช่างภาพสามารถโชว์ผลงานดีๆของตัวเองให้คนรู้จักได้ง่าย ทำให้หลายๆคนสร้างพอร์ทงานดีๆของตัวได้อย่างรวดเร็ว อาจจะเพราะว่าพวกเขามีตัวอย่างงานดีๆให้ดูให้ศึกษาเยอะแยะ

น่าเสียดายว่าช่างภาพที่งานไม่ดีแต่มีความสามารถในการใช้โซเชี่ยลเก่ง ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักได้ดีกว่าช่างภาพเก่งๆซะอีก! ผมรู้สึกเป็นห่วงเวลาที่เห็นมีการจัดเวิร์คชอปถ่ายภาพสตรีทโดยคนที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพสตรีทอย่างถูกต้อง หรือตัวพวกเขาเองก็ยังมีงานภาพสตรีทที่ไม่ดีอยู่เลย จนผมคิดว่าผมควรจะหันมาจัดเวิร์คชอปเองบ้างแล้ว!

SSN : ผมรักการถ่ายภาพสตรีทมากนะ รวมถึงเพื่อนๆผมอีกหลายๆคนที่เมืองไทยนี่ เรามักจะคุยกันบ่อยๆว่า การถ่ายภาพสตรีทมันจะสามารถเลี้ยงชีพได้หรือเปล่า? สำหรับคนที่นี่ มันดูยากที่จะทำแบบนั้น คุณมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง?

Paul : ถ้าคุณรู้ว่าทำยังไง ช่วยบอกผมด้วยนะ! วิถีที่ว่าเมื่อคุณเป็นคนมีชื่อเสียงในโลกของศิลปะภาพถ่าย แล้วมันจะทำเงินมหาศาลจากภาพปริ๊นท์ของคุณเองอย่างที่ William Eggleston ทำได้ ซึ่งจริงๆแล้ว..นั่นไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คุณจะเจอเลย ผมขายภาพปริ๊นท์บนเวบไซต์ของผมอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือ Unlimited Editions เป็นภาพไม่กี่ภาพของผมที่คนรู้จัก ผมขายอยู่ £30 หรือ £40 (คุณสามารถคลิกเข้าไปดูได้) และ อีกแบบคือ Limited Editions เป็นภาพอื่นๆในแต่ละคอลเลคชั่นซึ่งผมตั้งราคาไว้เป็นร้อยภาพเลย ลองทายดูสิว่าแบบไหนที่ขายได้บ้าง…

มันเป็นเรื่องยากที่จะทำเงินได้จากงานภาพสตรีทด้วยตัวภาพมันเอง ทางอื่นๆที่จะเป็นไปได้ที่จะสร้างรายได้ควบคู่ไปกับภาพปริ๊นท์คือขายลิขสิทธิ์ภาพ , ให้นายหน้าดูแลให้ และทำเวิร์คชอป ผมบอกได้ว่าผมถ่ายภาพสตรีทมา 12 ปี เวลาส่วนใหญ่ผมทำงานฟรีแลนซ์หน้าที่พิสูจน์ตัวอักษรอยู่ที่บ้าน ซึ่งนั่นทำให้ผมมีเวลาออกไปถ่ายภาพในแต่ละวันด้วย

ประมาณช่วงปี 2012 ผมป่วยอยู่นานเลย ช่วงนั้นทำให้ผมเสียงานพิสูจน์อักษรไป ช่วงไม่กี่ปีนั้น รายได้เดียวที่ผมมีเลยมาจากงานภาพของผม ซึ่งนั่นมันก็ไม่เพียงพอจะเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งผมก็ต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงมันให้ได้น่ะ

ขอบคุณมากครับ / Paul Russell (www.paulrussell.info)

 

23
© Paul Russell / iN-PUBLIC

 

 

 

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ เข้าเป็นสมาชิกคนล่าสุดของ Observe Collective

หลังจากที่คว้ารางวัลสตรีทระดับโลกอย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา รวมถึงรางวัลล่าสุดคืออันดับ 1 รายการ LACP Street Shooting 2016 

ล่าสุด ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการจาก Observe Collective กลุ่มสตรีทชื่อดังระดับโลกที่รวบเอาช่างภาพสตรีทรุ่นใหม่ฝีมือจัดจ้านเอาไว้ด้วยกัน (เช่น Michael May , Danielle Houghton , Jason Reed , Larry Hallegua) เข้าสู่การเป็นสมาชิกคนล่าสุด นับเป็นคนเอเชียและคนไทยคนแรกที่เข้าสู่กลุ่ม ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังประกาศพร้อมสมาชิกใหม่อีกคน คือ Ronen Berka ช่างภาพสตรีทชาวอิสราเอล

นอกจากกลุ่ม Observe Collective แล้ว ปัจจุบัน ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม Street Photo Thailand กลุ่มช่างภาพสตรีทคนไทยที่เปรียบเสมือนที่รวมของสตรีททีมชาติไทยเอาไว้ด้วยกัน และ  เป็นสมาชิกกลุ่ม Full Frontal Flash กลุ่มช่างภาพสตรีทใหม่นานาชาติ เน้นการใช้ Flash เป็นหลัก ที่มีสมาชิกสตรีทระดับโลกชื่อดังอย่าง Boris The Flash และ Johan Jehlbo เอาไว้ด้วย

เข้าไปชมหน้าผลงานของทวีพงษ์ในเวบ Observe Collective ได้ที่นี่

 

ShareLizard-man339015074994565_c6c2b5f6fe_k

Peter Marlow ช่างภาพและอดีตประธาน Magnum ลอนดอน เสียชีวิตแล้ว

Peter Marlow ช่างภาพชาวอังกฤษหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Magnum สาขาลอนดอน และอดีตประธาน , รองประธานเอเจนซี่ Magnum ลอนดอน เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 64 ปี จากโรคมะเร็งไขกระดูก นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการถ่ายภาพ

Peter Marlow เป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงในด้านเป็นช่างภาพข่าวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น มีความโดดเด่นจากพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องด้วยภาพ แต่วันหนึ่งเขาก็หันเหความชอบของตัวเองจากงานภาพข่าวไปสู่การการถ่ายภาพที่มีศิลปะมากขึ้น เขาเคยกล่าวไว้ว่า งานของเขาอาจจะดีพอสำหรับตลาดช่างภาพข่าว แต่มันไม่เคยดีพอเลยสำหรับตัวเขาเองเลย มันขาดความอ่อนโยน และทุกอย่างมักวนเวียนอยู่ในกรอบของการถ่ายภาพเดิมๆแบบภาพข่าว เช่น ต้องมีสัดส่วนภาพที่ดี ต้องมีหัวข้อเรื่อง ต้องมีการเปรียบเทียบ (Juxtapostition) ซึ่งสิ่งที่เขามองหาจริงๆคือกลับเป็น “ภาพที่ดูเรียบง่าย” ซึ่งมันคืองานศิลปะที่ยืนยาว

หลายๆงานของ Peter เป็นงานสตรีทที่เรียบง่ายแต่งดงาม เขานำเอาความถนัดในการเล่าเรื่องด้วยภาพ มาผสมกับความชอบในรูปทรง สี ถ่ายภาพที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันออกมาได้อย่างสวยงาม

เขาเคยให้คำแนะนำกับช่างภาพทั่วๆไปไว้ว่า จงพยายามเป็นตัวของตัวเอง แต่อย่าไปกดดันตัวเอง เชื่อในสัญชาตญาณตัวเองโดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดยังไงหรือไปกังวลกับทฤษฏีให้มากเกินไป

ก่อนที่ Peter Marlow จะเสียชีวิต ได้มีการประกาศว่าเขากำลังจะมีงาน Exhibition ที่ชื่อว่า “The English Cathedral” ซึ่งเป็นภาพเกี่ยวกับโบสถ์ใน Anglican ที่ Coventry Cathedral ในวันที่ 29 เมษายนที่จะถึงนี้

 

LON23806_Social_Media_Watermark

LON23809_Social_Media_Watermark

LON23853_Social_Media_Watermark

LON73380_Social_Media_Watermark

LON74484_Social_Media_Watermark

LON72718_Social_Media_Watermark

LON74150_Social_Media_Watermark

LON72743_Social_Media_Watermark

LON74041_Social_Media_Watermark

 

 

Street Photo Thailand เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ประจำปี 2016

Street Photo Thailand ถือว่าเป็นหนึ่งกลุ่มช่างภาพสตรีทแถวหน้าของเมืองไทย และยังถือว่าเป็นกลุ่มที่ช่วยกรุยทางให้การถ่ายภาพสตรีทได้เป็นที่รู้จักในเมืองไทยด้วย หลังจากเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้ประกาศสมาชิกใหม่ที่ได้รับเชิญเข้ากลุ่ม Street Photo Thailand นั่นคือ พี่ Rammy Narula หนึ่งในช่างภาพสตรีทระดับนานาชาติที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม APF Photo Feature ด้วย

นอกจากนี้ทางกลุ่ม Street Photo Thailand ก็ได้เปิดให้ Submission สำหรับสมาชิกใหม่เพิ่มเติมอีกในปีนี้ โดยให้ส่งงาน 15-20 รูป พร้อมไฟล์ประวัติส่วนตัว (ซึ่งทางกลุ่มเปิดรับช่างภาพทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2559 รายละเอียดสามารถคลิกเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลย

ส่วนสมาชิกดั้งเดิม ปัจจุบันมีทั้งหมด 16 ท่าน ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากในปีที่ผ่านมา เช่น ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ , พงศธร ลีลาประชากุล เป็นต้น

Screen Shot 2559-01-15 at 11.07.36 AM

 

 

ผลงานสตรีทไทยในระดับโลก ประจำสัปดาห์ที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2015

เกือบจะลืมอัพเดทอีกแล้ว! ช่วงนี้งานยุ่งไปหน่อย สยาม.มนุษย์.สตรีท เลยเฉื่อยๆไปบ้างนะ แต่อัพเดทผลงานนี่ยังไงก็ต้องไม่พลาด เพราะเป็นการรวมผลงานระดับอินเตอร์ของสตรีทไทยที่เราเชื่อว่า จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตรีทไทยมือใหม่อีกหลายๆคนได้เป็นอย่างดี

สำหรับเดือนที่ผ่านมา ตลอดเดือนตุลาคม ผลงานอาจจะน้อยไปนิดนึง แต่ก็ยังโชว์ผลงานกันได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยเฉพาะในกรุ๊ปของ Street Fight ที่เดือนตุลาคมมาแรง เข้าชิงกันเยอะเลย มาดูสรุปกันเลยดีกว่า Continue reading “ผลงานสตรีทไทยในระดับโลก ประจำสัปดาห์ที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2015”

Christophe Agou ช่างภาพสตรีทจากกลุ่ม iN-PUBLIC เสียชีวิตแล้ว

Photo by © Richard Bram

เป็นข่าวเศร้าของวงการสตรีทโลก เมื่อทาง iN-PUBLIC ประกาศว่า Christophe Agou ช่างภาพสตรีทชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตแล้ว หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งมายาวนาน ด้วยวัยเพียง 46 ปี Continue reading “Christophe Agou ช่างภาพสตรีทจากกลุ่ม iN-PUBLIC เสียชีวิตแล้ว”