ช่างภาพผู้ยิ่งใหญ่ Marc Riboud เสียชีวิตแล้วในวัย 93 ปี

เพียงวันเดียวที่ Marc Riboud ได้เสียชีวิตลงในวัย 93 ปีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคนที่ผ่านมา บน Timeline ของโซเชี่ยลฯก็เต็มไปด้วยการโพสผลงานอันทรงคุณค่าของเขา ช่างภาพชาวฝรั่งเศสที่สร้างผลงานระดับไอคอนมากมายให้โลกใบนี้

Marc Riboud เป็นสมาชิกของเอเจนซี่ช่างภาพ Magnum Photos ตั้งแต่ปี 1953 ถือได้ว่าเป็นสมาชิกยุคก่อตั้งเลยก็ว่าได้ เขาถ่ายภาพบุคคลในตำนานมามากมาย ฟีเดล คาลโตร , จีออจีโอ อาร์มานี , เดอะ บีทเทิ้ล , ปีกัสโซ เป็นต้น

ตลอด 60 ปีที่เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อถ่ายภาพจำนวนมหาศาล เขาเริ่มต้นถ่ายภาพแรกเมื่อปี 1937 ด้วยกล้องพกพาของ Kodak ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อของเขา

ภาพที่ทำให้ Marc Riboud ได้เข้าสู่เอเจนซี่ Magnum Photos นั่นคือภาพช่างทาสีที่กำลังทำงานอยู่บนหอไอเฟล ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Life Magazine เมื่อปี 1953 โดย Henri Cartier-Bresson (HCB) และ Robert Capa เป็นคนเชิญชวน

 

Unknown

 

มีการกล่าวหามาโดยตลอดว่า ภาพช่างทาสีบนหอไอเฟลของเขา เป็นการบอกให้ช่างทาสีโพสท่าหรือไม่ ซึ่งเขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า เขาเป็นคนขี้อายและนั่นทำให้เขาไม่ค่อยยุ่งกับใครเวลาถ่ายภาพ ซึ่งคนเหล่านั้นก็มักจะไม่สนใจเขาเช่นกัน

สำหรับความผูกพันระหว่างเขากับ HCB นั้น จริงๆแล้ว HCB เป็นที่ปรึกษาด้านการถ่ายภาพให้เขาเสมอมาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ Magnum Photos ทั้งการแนะนำหนังสือให้เขาอ่าน ความคิดทางการเมือง พิพิธภัณฑ์และแกลอรี่ไหนที่ควรจะไปชม Marc Riboud เคยกล่าวว่า HCB คือคนที่สอนเขาเกี่ยวกับชีวิตและศิลปะการถ่ายรูป

อีกภาพที่นับได้ว่าเป็นภาพไอคอนของเขาก็คือภาพเมื่อปี 1967 ของกลุ่มต่อต้านสงครามเวียดนามที่เดินขบวนที่หน้าเพนทากอน วอชิงตัน ดี.ซี. ภาพของหญิงสาว Jan Rose Kasmir อายุ 17 ที่ถือดอกไม้เพ่งมองไปที่กลุ่มทหารด้วยสายตาที่เป็นมิตร ในขณะที่ทหารยังคงถือไรเฟิลชี้มาที่เธอ

riboud_marc_11_1975

 

ระหว่างที่ Marc Riboud มีชีวิต เขาได้รับการยอมรับจากพิพิธภัณฑ์มากมายหลายประเทศให้แสดงงาน รวมถึงงานแสดงภาพที่ Art Institute of Chicago เมื่อปี 1964 และที่ the International Center of Photography เมื่อปี 1975 , 1988 และ 1997 

เมื่อไม่กี่ปีก่อน เขายังคงโหลดฟิล์มใส่กล้อง Canon EOS 300 ของเขา แล้วเดินออกไปถ่ายรูป ก่อนจะป่วยจนไม่สามารถออกไปถ่ายรูปได้ แต่ถึงอย่างนั้น..เขาก็ยังไม่วายพกกล้องเอาไว้กับตัวเสมอจนวาระสุดท้ายของชีวิต

Marc Riboud เคยกล่าวเอาไว้ว่า เขามองโลกอย่างเรียบง่าย คิดเพียงว่าวันพรุ่งนี้ก็คือวันใหม่ที่เขาอยากจะออกไปสำรวจบ้านเมือง ได้ออกไปถ่ายรูป ได้พบเจอผู้คนไปเรื่อยๆเพียงลำพัง

 

Unknown-26

Unknown-2

Unknown-3

Unknown-8

Unknown-10

Unknown-1

Unknown-13

Unknown-15

Unknown-19

Unknown-20

Unknown-23

Unknown-27

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s