พลังของภาพถ่าย และการบืดเบือนความจริงด้วยทัศนคติผู้คนบนโลกโซเชี่ยล

จากบทความ Muslim woman photographed in front of Parliament speaks out, debunks alt-right theories 

โดย Natasha Noman

เรียบเรียง โดย อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล (Sun)

การถ่ายภาพสตรีทนั้น มีข้อแตกต่างนึงที่ค่อนข้างชัดเจนกับ “ภาพข่าว” หรือ “ภาพสารคดี” นั่นคือ “การนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้น” เนื่องจากการถ่ายภาพสตรีทไม่ได้มุ่งเน้นเล่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว (ส่วนใหญ่อาจจะไม่จริงเลยก็ได้) แต่มุ่งเน้นไปที่ “ความรู้สึก” ของคนที่ถ่ายเป็นหลัก ว่าอยากจะถ่ายทอดออกมายังไง ซึ่งเราอาจจะหมายความสิ่งนั้นได้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์” ก็เป็นได้

แต่ในอีกนัยนึง ภาพข่าวหรือภาพสารคดี เองก็มีโอกาสที่จะไม่ได้แสดงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ 100% (ในทางทฤษฏีก็เป็นไปโดยไม่ได้ตั้งใจ) ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มากมายที่ภาพข่าวกลับเล่าเรื่องในทางตรงข้าม หรืออาจจะมีความกำกวมจนเกิดการตีความที่แตกต่างออกไปจากเจตนาของช่างภาพ

ภาพข่าวโดย Eddie Adam ที่ภาพสื่อสารในทางตรงกันข้ามกับความจริง

อย่างเช่นภาพของ Eddie Adam ช่างภาพรางวัล Pulitzer ที่เคยถ่ายภาพในสงครามเวียดนามภาพนี้ ผู้คนต่างคิดไปในทางว่านายพลในภาพฆ่าผู้บริสุทธิ์กลางท้องถนน ซึ่งนั่นทำให้นายพลเสียถูกพิพากษาโดยผู้คนทั่วโลกไปแล้ว แม้ว่าในความเป็นจริงนี่คือการประหารนักโทษ จนกลายเป็นวลีที่ว่า “ภาพถ่าย ทรงพลังกว่าอาวุธปืน”

โดยเฉพาะในยุคที่เราอาศัยอยู่ในโลกสองโลกไปพร้อมๆกัน นั่นคือ “โลกความจริง” และ “โลกโซเชี่ยล” ซึ่งนับเป็นโลกคู่ขนานของคนยุคปัจจุบัน การแสดงทัศนคติของตนเองเป็นเรื่องง่าย และมันยิ่งง่ายจนลุกลามเมื่อส่งผ่านเครื่องมือต่างๆที่สามารถกระจายทัศนคติทั้งดีและไม่ดีออกไปได้อย่างรวดเร็ว (ส่วนใหญ่ทัศนคติที่ไม่ดีมักไปได้ไกลและรวดเร็วกว่า)

อย่างเช่นเหตุการณ์ก่อการร้ายกลางกรุงลอนดอนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีภาพๆหนึ่ง เป็นภาพหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นไม่นานและมีเหยื่อนอนบางเจ็บอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีหญิงสาวมุสลิมเดินผ่านไปด้วยท่าทางไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ภาพดังกล่าวถูกไวรัลออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีกำลังสนับสนุนเป็นเซเลบในโซเชี่ยล และถูกค่อนแคะมากมายว่าหญิงสาวมุสลิมคนนี้ไม่มีความสนใจใยดีเรื่องที่เกิดขึ้นหรือคิดจะช่วยเหลือเลย

ในเวลาต่อมา Jamie Lorriman ช่างภาพที่เป็นคนถ่ายภาพนี้ได้ออกมาตอบโต้ถึงสิ่งที่ผู้คนแชร์ต่อๆกันไปว่าภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปด้วยความเข้าใจผิดๆ เขาบอกว่าส่วนตัวแล้ว เขามองว่าภาพนี้หญิงสาวมุสลิมกำลังรู้สึกแย่กับเหตุการณ์นี้ต่างหาก และภาพนี้เขาเองก็ถ่ายหลังจากที่เหตุการณ์สงบลงบ้างแล้ว ในความเป็นจริงเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในเหตุการณ์นั้นเพียงแค่ภาพถ่ายช็อตเดียว

และท้ายสุด..หญิงสาวมุสลิมที่อยู่ในภาพก็ได้ออกมาพูดถึงความรู้สึกของเธอต่อปฏิกิริยาผู้คนบนโลกโซเชี่ยลว่า

“ฉันช็อคมากและตกใจที่ภาพของฉันไปอยู่บนโซเชี่ยล สำหรับคนที่แสดงความคิดเห็นว่าฉันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัวนั้น ฉันอยากจะบอกว่าไม่ใช่แค่ฉันโดนทำให้เสียหายจากการที่ต้องช็อคอยู่ในเหตุการณ์อันร้ายแรงนี้ ฉันยังต้องรับมือกับการที่ต้องเจอภาพของฉันกระจายไปทั่วโซเชี่ยลด้วยน้ำมือของคนที่ตัดสินผู้คนจากความเกลียดชังและเหยียดเชื้อชาติ โดยที่ไม่สามารถมองข้ามเครื่องแต่งกายของฉันไปได้”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s